ยอดยุทธ์ยุคดวงดาว - บทที่ 86 ขั้นกลั่นดาราระดับสิบก็แค่นี้
ฉากนี้ถูกจับภาพโดยการถ่ายทอดสดอย่างชัดเจน
บางคนหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีช่างตลก
จริง ๆ ในเวลาแบบนี้ยังเล่นเรื่องความกล้าหาญอีก”
บางคนถอนหายใจ “ถึงแม้ฝีมือจะด้อยกว่า แต่อย่างน้อย
ในตอนนี้ โรงเรียนมัธยมปลายหงฉีก็เป็นหนึ่งเดียวกัน”
ส่วน ‘มังกรพิสุทธิ์กลางคลื่น’ เสิ่นเหยียนกลับไม่พูดอะไรเลย เขา
เพียงแค่กำหมัดแน่นและจ้องมองจอถ่ายทอดสดอย่างแข็งขัน
เขาดูเหมือนจะตื่นเต้นยิ่งกว่าทีมของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉี
เสียอีก
ฉากนี้ช่างดูแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
ผู้บรรยายคนหนึ่งหยุดพูด เพื่อดื่มด ่ากับการชมการแข่งขัน
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดหลายคนหัวเราะจนน ้าตาไหล
…
โลกเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ควอนตัม
บนสนามประลอง
“หลี่เซี่ยวเฟย นายคงไม่คิดล่ะสิว่าฉันจะเป็นถึงขั้นกลั่นดารา
ระดับสิบแล้ว”
สิงหยวนเทาหัวเราะอย่างสะใจ “นี่แหละคือโรงเรียนมัธยมหลงเถิง
ทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความกดดัน ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง ไม่เกรงกลัวที่
จะเสียสละทุกอย่างเพื่อพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะฉันที่เป็นสมาชิกทีม
โรงเรียน ยิ่งไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่นาทีเดียว”
เขามองไปที่หลี่เซี่ยวเฟย มุมปากเผยอรอยยิ้มเยาะเย้ย “นี่คือ
รากฐานของโรงเรียนมัธยมหลงเถิง แล้วนายล่ะ? พวกโรงเรียนมัธยม
ปลายหงฉีของนายมีอะไร? ชื่อเสียง? ทรัพยากรที่ขาดแคลน? หรือ
นักเรียนที่เก่งกาจ?”
หลี่เซี่ยวเฟยยืนนิ่งเงียบ
สิงหยวนเทาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังกลัว
“ฮ่า ๆ ๆ อย่าเลียนแบบคนอื่นสิ โดยเฉพาะการเลียนแบบรุ่นพี่เจิ้ง
โซ่วผู้เป็นเทพนักสู้แบบนั้น”
สิงหยวนเทายิ่งได้ใจ “เพราะนายไม่คู่ควร ฮ่า ๆ หนึ่งกระบวนท่า?
นายหมายความว่าจะฆ่าฉันด้วยกระบวนท่าเดียวเหรอ? ฮ่า ๆ ตอนนี้
นายยังกล้าพูดแบบนี้อีกเหรอ?”
“นายพูดจบหรือยัง?”
หลี่เซี่ยวเฟยเอ่ยขึ้นทันใด
“หืม?”
สิงหยวนเทาชะงัก
หลี่เซี่ยวเฟยยิ้มกว้าง “ถ้านายพูดจบแล้ว ถึงตาฉันบ้าง”
หลี่เซี่ยวเฟยขยับตัว
สามก้าวไล่จักจั่น
ความเร็วดั่งอัสนี
เร็วกว่าตอนที่สู้กับเกาเซิน ‘ดาบลมกรด’ เมื่อวันก่อนถึงสามเท่า
สิงหยวนเทารู้สึกเหมือนตาพร่า
ในชั่วพริบตาถัดมา หมัดของหลี่เซี่ยวเฟยก็กระแทกเข้าที่
ท้องน้อยของเขาแล้ว
วรยุทธ์โบราณ ค้อนวัชระระเบิดฟ้า
เปรี้ยง!
พลังอันมหาศาล ราวกับสายน ้าที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
พลังดวงดาวที่ปกป้องร่างกายของสิงหยวนเทาแตกกระจายใน
พริบตา
“อ๊าก อ๊าก…”
เขาบิดตัวงอราวกับกุ้งต้ม ร่างกายกระตุกเกร็ง
“อ่อนขนาดนี้ ยังโม้เป็นวรรคเป็นเวรเชียวนะ”
หลี่เซี่ยวเฟยก้มหน้ามองเขาอย่างดูถูก
ระบายพลังที่สะสมเอาไว้ออกมาจนหมดสิ้นในหมัดเดียว
เปรี้ยง!
ร่างของสิงหยวนเทาระเบิดออก กลายเป็นหมอกโลหิตและ
กระดูกขาวลอยฟุ้ง
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลำแสงข้อมูลเลือนราง หายไปในอากาศ
“ขั้นกลั่นดาราระดับสิบก็แค่นี้เอง”
หลี่เซี่ยวเฟยค่อย ๆ ดึงหมัดกลับ
ความชำนาญในการใช้หมัดวัชระของเขาตอนนี้ ถึงขั้น
เชี่ยวชาญแล้ว
ไม่เพียงแต่ท่วงท่าและพลังที่ปล่อยออกมาถึงขีดสุด ยังสามารถ
ควบคุมพลังหมัดให้เบาหรือหนัก มีหรือไม่มีได้อย่างเป็นชั้นเป็นตอน
วิชาหมัดที่แข็งแกร่งที่สุด ถูกเขาฝึกฝนจนถึงขั้นอ่อนนุ่มและ
แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
ก็ถือว่าฝึกจนขั้นสูงสุดแล้ว
เด็กหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมา เช็ดหมัดเบา ๆ
ราวกับว่าหมัดที่เพิ่งกระแทกร่างของสิงหยวนเทาไปนั้น สกปรก
อย่างไรอย่างนั้น
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
เผชิญหน้ากับกล้องมากมายในตอนนี้
เขาอ้าปาก…
แต่ไม่ได้พูดอะไรเพื่อโต้กลับเยาะเย้ย
เพียงแค่หางตายกขึ้นเล็กน้อย ยิ้มโดยไม่มีเสียง
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการเย้ยหยัน
จากนั้น ก็ออกจากสนามประลอง
…
หากจะกล่าวว่าก่อนหน้านี้ สนามกีฬาหลงเถิงเป็นดั่งภูเขาไฟที่
กำลังเดือดพล่าน
ขณะนี้ มันคงเป็นภูเขาน ้าแข็งที่แข็งตัวอย่างฉับพลัน
ผู้คนนับหมื่นตกตะลึงพรึงเพริดแทบจะในเวลาเดียวกัน
ราวกับว่าฉากในภาพยนตร์ถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราวกะทันหัน
สิงหยวนเทาเดินโซเซออกมาจากห้องโฮสต์คอมพิวเตอร์
ควอนตัม
สมองของเขายังคงอยู่ในมึนเบลอ ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเกิด
อะไรขึ้นเมื่อครู่นี้
เขาแพ้แล้ว
ทำไมถึงแพ้ได้?
ฉันพยายามอย่างหนักกว่าจะบรรลุสู่ขั้นกลั่นดาราระดับสิบ
ช่วงเวลาที่ควรจะเป็นของฉันในการต่อสู้อย่างรุ่งโรจน์ ทำไมถึง
กลายเป็นการขายหน้าต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ได้?
เขาหันหน้ามอง
เห็นห้องโฮสต์คอมพิวเตอร์ควอนตัมฝั่งตรงข้ามค่อย ๆ เปิดออก
หลี่เซี่ยวเฟยก้าวออกมาจากข้างในอย่างสง่างาม
เขายืนอยู่ด้านนอก ใบหน้าประดับรอยยิ้ม มองไปรอบ ๆ
บนอัฒจันทร์ทรงกลมของสนามกีฬาในตอนนี้เงียบสงัด
หลี่เซี่ยวเฟยหัวเราะขึ้นมา ยกมือทั้งสองขึ้นข้างหู ทำท่าทางเงี่ยหู
ฟัง
เสียงล่ะ?
เสียงที่พวกนายภาคภูมิใจและหยิ่งผยอง เสียงอึกทึกครึกโครม
และสาปแช่งของพวกนายหายไปไหนแล้ว?
มาสิ!
ทำต่อไป อย่าหยุด
ทำต่อไปสิ
การเคลื่อนไหวง่าย ๆ นี้ กลับก่อให้เกิดการเยาะเย้ยอย่างใหญ่
หลวง
ชั่วพริบตา ราวกับถังน ้ามันถูกจุดไฟ
ตู้ม!
สนามกีฬาหลงเถิง ‘ระเบิด’ ในทันที
ผู้ชมนับไม่ถ้วนเหมือนไก่ชนที่ถูกยั่วโมโห กระโดดขึ้นจากที่นั่ง
สาปแช่งอย่างบ้าคลั่ง
เสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม พุ่งเข้าใส่หนุ่มน้อยที่เอียงหูฟังอยู่กลาง
สนาม
ขยะนับไม่ถ้วน ถูกขว้างปาใส่หนุ่มน้อยราวกับสายฝน
แฟนคลับบางส่วนที่ค่อนข้างหัวรุนแรง แม้กระทั่งพยายาม
กระโดดลงมาจากแท่นสูงสิบเมตร เพื่อต่อสู้กับหลี่เซี่ยวเฟยแบบตัว
ต่อตัว
โชคดีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของการแข่งขัน
ตอบสนองรวดเร็ว เปิดโล่พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าในทันที กั้นฝูงชน
เอาไว้
สิงหยวนเทาที่อยู่ในเหตุการณ์ รู้สึกเลือดสูบฉีดขึ้นสมองทันที หู
อื้ออึงไปหมด เขาพุ่งเข้าไปหาหลี่เซี่ยวเฟยโดยไม่รู้ตัว เพื่อต่อสู้เป็น
ตาย…
แต่กลับถูกกรรมการขวางไว้
หลี่เซี่ยวเฟยยิ้มมองไปรอบ ๆ อัฒจันทร์
เขายักไหล่ แล้วเล่นหูเล่นตาใส่กล้อง
จากนั้นก็เดินไปยังพื้นที่เตรียมพร้อมของทีมเยือนอย่างไม่รีบ
ร้อน
“ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ…”
เหริ่นตงเป็นคนแรกที่กางแขนวิ่งออกมา
เธอกระโดดเกาะไหล่ขวาของหลี่เซี่ยวเฟยเหมือนหมีโคอาลา
สมาชิกคนอื่น ๆ ก็วิ่งเข้ามา
“ชนะแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า นายชนะแล้ว ทำได้จริง ๆ ด้วย”
“โล่งอกจริง ๆ นายทำได้ยังไงกัน”
“ตั้งแต่นี้ไป ผมยินดีเรียกคุณว่ารุ่นพี่หลี่”
“โอ๊ย นายเท่ชะมัด ในฐานะคนหน้าตาดีเหมือนกัน นายทำแบบ
นี้ ทำให้ผมรู้สึกกดดันมากเลยนะ”
สมาชิกทีมต่อสู้ของโรงเรียนมัธยมปลายหงฉีช่วยกันยกหลี่เซี่ยว
เฟยขึ้นอีกครั้ง และโยนขึ้นไปบนอากาศ
“พวกบ้า…”
หลี่เซี่ยวเฟยโบกแขนขาไปมา “ผมบอกแล้วไงว่าผมกลัวความ
สูง”
“ฮ่า ๆ ๆ…”
คำตอบที่ได้รับคือเสียงหัวเราะของทุกคน
ด้านข้าง เยี่ยนชื่ออวี่ยืนนิ่งอยู่ ใบหน้าค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มอัน
บริสุทธิ์โดยไม่รู้ตัว
ผู้อำนวยการตาดอกท้อและปู่ฉินมองหน้ากัน กลั้นหัวเราะไว้สุด
ชีวิต
ตั้งแต่รู้ว่าหลี่เซี่ยวเฟยคือจอมมารบนกระดานคะแนน ‘ทวดของ
นาย’ พวกเขาไม่แปลกใจเลยกับพลังใด ๆ ที่หนุ่มน้อยคนนี้แสดง
ออกมา
สิ่งเดียวที่รู้สึกไม่สบายใจคือ การกลั้นหัวเราะนั้นทำร้าย
กล้ามเนื้อท้องมากจริง ๆ
อีกด้านหนึ่ง
พื้นที่เตรียมพร้อมของทีมเจ้าบ้าน
ทุกคนในทีมต่อสู้ของโรงเรียนมัธยมหลงเถิงหน้าตาไม่ค่อยดีนัก
สิงหยวนเทากลับมาแล้ว ไม่มีใครปลอบใจเขา
“โง่เง่า”
เจิ้งโซ่วตำหนิอย่างรุนแรง
สิงหยวนเทาอ้าปากค้าง แล้วก้มหน้าลงอย่างอ่อนแรง
“ล้มเหลวแล้ว ไม่ว่าจะพูดอะไรก็เป็นแค่ข้ออ้างทั้งนั้น”
เจิ้งโซ่วยังคงต่อว่าอย่างไม่ปรานี “ในการต่อสู้ ไม่ว่าจะเจอคู่ต่อสู้
แบบไหน ก็ต้องระมัดระวังให้ถึงที่สุด เมื่อลงมือแล้ว ต้องทุ่มเททั้งหมด
โดยไม่เหลือช่องโหว่แม้แต่น้อย นายดันโง่ไปปล่อยวังวนดาราสิบจุด
ของตัวเองเพื่อจะขู่คู่ต่อสู้? ถ้าวิธีแบบนี้ได้ผล งั้นทุกครั้งที่เราต่อสู้ก็
แค่เปรียบเทียบระดับพลังกันก็พอ แล้วจะต่อสู้กันทำไม?”
“ขอโทษครับ รุ่นพี่เจิ้ง ผมผิดไปแล้ว”
เมื่อเผชิญหน้ากับซุปตาร์อันดับหนึ่งของโรงเรียน สิงหยวนเทา
ถึงจะหยิ่งผยองแค่ไหน ก็ยอมรับผิดในทันที
“ตั้งแต่นี้ไป ระงับสิทธิ์ตำแหน่งนักสู้ของนายในทีมเป็นเวลาหนึ่ง
สัปดาห์”
เจิ้งโซ่วกล่าว
สิงหยวนเทาไม่กล้าโต้แย้ง
“ในการต่อสู้ประเภททีมครั้งต่อไป ฉันไม่ยอมให้มีความผิดพลาด
ใด ๆ ทั้งสิ้น”
เจิ้งโซ่วมองไปยังสมาชิกในทีมด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว “ห้ามตาย
กวาดล้างพวกขยะพวกนั้นให้หมด”
“ครับ”
“กวาดล้างพวกขยะพวกนั้น”
ในใจของสมาชิกทุกคนต่างมีไฟโทสะลุกโชน
เจิ้งโซ่วมองไปทางพื้นที่เตรียมพร้อมของทีมคู่แข่ง
ตอนนั้น หลี่เซี่ยวเฟยก็มองมาทางนี้พอดี
สายตาสองคู่ประสานกัน
เจิ้งโซ่วยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้า พร้อมทำท่าปาดคอ