ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2254 ไม่ได้
เสียงดังก้องจากภายในห้องอย่างต่อเนื่อง
“อันใดนะ? ไอ้เด็กคนนั้นคิดเกินเลยกับน้องแปดของพวกเราอย่างนั้นหรือ?”
ซานซานหัวเราะเสียงเย็น
“มีใครไม่รู้บ้างว่าน้องแปดของพวกเรานั้นสะอาดบริสุทธิ์เหมือนอยู่บนทุ่งดอกไม้ เขากำลังคิดอันใดกันแน่?”
เยี่ยนชิงขมวดคิ้วขึ้นมา
น้ำเสียงของฉู่หลิวเยว่พูดเร็วขึ้น
“น้องแปดหน้าตาสะสวย เวลาเดินไปไหนก็มีกลิ่นหอม คนที่ชอบนางมีจำนวนมาก ดังนั้นจึงไม่มีอันใดน่าประหลาดใจเลย”
“นายท่าน น้องแปดพูดว่าอย่างใดบ้าง?”
“ยังจะพูดอันใดได้อีกแล้ว แม้ด้านอื่นๆ ของเหลียงเหอจะยอดเยี่ยม แต่หน้าตาของเขาธรรมดาไปเล็กน้อย น้องแปดไม่ชอบ”
“หึ นางตาสูงขนาดนั้น ข้าคิดว่าคงไม่มีใครเข้าตานางหรอก! เฮ้อ นายท่าน เหลียงเหอคนนั้นทำเรื่องอันใดเลยเถิดไปหรือไม่? เด็กสมัยนี้ มีคนโรคจิตจำนวนมาก! หากน้องแปดไม่ตอบรับรัก เขาอาจจะทำ…”
เยี่ยนชิงหลุบตาลงต่ำ ในแววตามีประกายเย็นชา
“มีเฉินอีกับคนอื่นอยู่จะมีใครมารังแกน้องแปดได้อีก ในทางกลับกันหากน้องแปดพูดขึ้นอีกฝ่ายก็วิ่งหนีไปแล้ว”
ซานซาน “หา? นางพูดว่าอันใดหรือ?”
ภายในน้ำเสียงของฉู่หลิวเยว่ยังเจือความขบขัน
“ก็ไม่ได้พูดอันใดหรอก นางพูดแค่ว่า นางมีคนที่ชอบแล้ว หากเหลียงเหอยังยืนกรานต่อไป นางก็สามารถพิจารณาให้อีกฝ่ายมาเป็นน้อยของนางได้”
เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ในแววตาประกายเย็นชายิ่งกว่าเดิม
“พรู้ด…”
ถังเคอที่กำลังดื่มชาเพื่อสงบสติอารมณ์ เขากลับต้องสำลักน้ำออกมาอย่างอดไม่ได้
“เหตุใดจะไม่ได้ขอรับ? ด้วยนิสัยอย่างน้องแปดแล้ว เรื่องนี้นางสามารถทำได้แน่นอน”
“ซานซาน…” ฉู่หลิวเยว่กดเสียงลงต่ำ
“นายท่าน สิ่งที่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง! ก่อนหน้านี้น้องแปดเคยพูดเช่นนี้จริงๆ อีกทั้งพี่ใหญ่ก็สนับสนุนด้วย ไม่เชื่อท่านไปถามพี่ใหญ่ได้เลย”
ฉู่หลิวเยว่ “…มันก็ไม่จำเป็น”
ตอนนี้นางไม่อยากคุยเรื่องแบบนี้กับเฉินอีเท่าไร
เยี่ยนชิงสะกดกลั้นลมหายใจ ระงับระลอกคลื่นที่อยู่ภายในใจ แล้วยกมือเคาะประตู
ก๊อกๆ
“เข้ามา”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น แล้วหันมองทางหน้าประตู
คนที่จะมาในตอนนี้ได้ น่าจะมีแค่ไม่กี่คน
เมื่อประตูเปิดออก ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของเยี่ยนชิงก็ปรากฏขึ้นแก่ดวงตา
นางเม้มริมฝีปาก เป็นอย่างที่นางคิดจริงๆ ด้วย
“เยี่ยนชิง เจ้ามาที่นี่ได้อย่างใด?”
เยี่ยนชิงประสานมือทำความเคารพ
“พระชายา ท่านมีแขกมาหาขอรับ”
“แขก?”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไป
“ใครกัน?”
พรึ่บ!
ชายหนุ่มคนนั้นดูเหมือนอายุยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด เขาสวมเสื้อสีเขียวผมยาวที่เอวคาดเข็มขัดหยก เผยให้เห็นรูปร่างที่เพรียวบาง สูงชะลูด
ใบหน้างดงาม องคาพยพทั้งห้าไร้ที่ติ
โดยเฉพาะดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้น
มันทั้งกระจ่างใสและสะอาดตาเหมือนกับน้ำแข็ง ลำแสงเย็นๆ แผ่กระจายออกมา มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม คิ้วเรียงเส้นสวย
“ฝ่าบาท ไม่ได้เจอกันนานเชียวนะ”
“เจี่ยนเฟิงฉือ?”
สีหน้าของฉู่หลิวเยว่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
นางไม่ได้เจอกับเจี่ยนเฟิงฉือนานมากจริงๆ
แต่เจี่ยนเฟิงฉือก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมากนัก เพียงแต่ลมปราณบนร่างกายของเขานั้นดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน
เห็นได้ชัดว่า เขาก็ทะลวงสู่ระดับเทพขั้นสูงแล้ว
“ข้าจำได้ว่า ก่อนหน้านี้เจ้าไปที่สำนักหลิงเซียวมาไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดถึงมาที่นี่ได้?”
เจี่ยนเฟิงฉือถอนหายใจออกมา
“แม้สำนักจะดี แต่ฝ่าบาทกลับไม่อยู่ แบบนี้อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมา เวลาผ่านมาเนิ่นนานขนาดนี้ แต่คนบางคนก็ยังทรงเสน่ห์เหมือนเดิม
“ดูเหมือนว่าข้าจะเป็นคนที่โชคดีสินะ เจ้ายังไม่ได้ทำอันใดศิษย์พี่ศิษย์น้องหญิงของสำนักหลิงเซียว”
เจี่ยนเฟิงฉือพ่นเสียงออกมาหนึ่งคำ
“ฝ่าบาท คำพูดนี้เป็นการใส่ร้ายข้า หลังจากที่ข้าเข้าสำนักไปแล้ว ข้าก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ได้ออกไปไหนเลยแม้แต่น้อย”
เมื่อฉู่หลิวเยว่เห็นว่าเขาจริงจังขนาดไหน นางก็รู้สึกสนใจขึ้นมาอยู่หลายส่วน
“อ๋อ?”
เจี่ยนเฟิงฉือเผยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
“ฝ่าบาท ความจริงแล้วตอนนี้ข้าทะลวงสู่ระดับมหาปรมาจารย์โอสถแล้ว เมื่อไรจะถึงเวลาที่พวกเรามาประลองกันอีกครั้งล่ะ”
ปรมาจารย์เซียนหมอ? ไหนบอกว่าอยู่ในระดับมหาปรมาจารย์โอสถไม่ใช่หรือ?”
ก่อนที่เขาจะมาที่นี่เขาได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างดีแล้ว!
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ข้าอยู่ในระดับมหาปรมาจารย์โอสถ แต่ข้าเพิ่งบอกไปว่า ข้าเพิ่งทะลวงด่านขึ้นมาได้?”
เจี่ยนเฟิงฉือ “…”
ไม่มีอันใดน่าตกใจไปมากกว่านี้แล้ว
พระเจ้ารู้ดีว่าเขาพยายามมากแค่ไหน เขาต้องทุกข์ทนทรมานมากเท่าไรกว่าจะไล่ตามนางทัน!
เขาอ่านเคล็ดวิชาการแพทย์ของสำนักหลิงเซียวเป็นจำนวนมาก และทดลองมาหลายครั้ง และมีหลายครั้งที่เขาแอบเข้าไปขโมยสมุนไพรในหุบเขาวาโยโอสถ และเกือบจะถูกผู้อาวุโสทุบตีเกือบตาย
แต่ผลลัพธ์กลับ…เป็นเช่นนี้น่ะหรือ?
เขาพยายามมาอย่างยากลำบากกว่าจะทะลวงระดับมหาปรมาจารย์โอสถได้ แต่ในขณะนั้นฉู่หลิวเยว่กับเลื่อนขั้นสู่ระดับปรมาจารย์เซียนหมอแล้ว?
เจี่ยนเฟิงฉือรู้สึกเจ็บใจมาก
เขากุมหน้าอกตัวเอง แล้วเดินถอยหลังไปหลายก้าว
“…คะ…คำพูดเมื่อครู่นี้ถือว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน ไม่สิ ถือว่าข้าไม่ได้มาที่นี่!”
เมื่อพูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไป
เขาไม่สามารถอยู่ในสถานที่แห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว!
เมื่อเดินไปได้สองก้าว เขาก็นึกอันใดขึ้นมาได้ จากนั้นก็ชะงักฝีเท้า
ฉู่หลิวเยว่มองเขาด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เหตุใดถึงไม่ไปแล้วล่ะ?”
เจี่ยนเฟิงฉือสะบัดพัดกระดูกของตัวเองขึ้น ก่อนยกขึ้นปิดบังใบหน้า เผยให้เห็นเพียงดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นที่มีแสงเปล่งประกายออกมา
“ไม่อยู่”
ก่อนหน้านี้มู่หงอวี่อยู่ที่พระราชวังเมฆาสวรรค์มาโดยตลอด
หลังจากที่นางยึดครองท่าเรือดอกท้อได้แล้ว ฉู่หลิวเยว่จึงคิดว่านางกลับไปเองแล้ว และไม่ได้อยู่รอนาง
ต่อมานางกับหรงซิวได้กลับไปที่พระราชวังเมฆาสวรรค์ถึงได้รู้ว่ามู่หงอวี่กำลังปิดด่านฝึกอยู่ นานแล้วที่นางไม่ได้ออกมา
นางจึงไม่ได้เข้าไปรบกวน
“ตอนนี้นางน่าจะปิดด่านฝึกอยู่ที่พระราชวังเมฆาสวรรค์ เหตุใดหรือ เจ้ามาหานางมีเรื่องอันใดหรือไม่?”
หนังตาของเจี่ยนเฟิงฉือกระตุก
“ฝ่าบาท เหมือนว่าท่านจะลืมอันใดบางอย่างไป?”
“พันธสัญญาของนางยังอยู่ในมือข้า! อยู่ดีๆ คนก็หายไป หากเป็นคนอื่นใครจะไม่ตามหาบ้าง?”
ฉู่หลิวเยว่มองเขาด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“เจ้าจะรีบร้อนหานางไปเหตุใด? ไม่ว่าอย่างใดข้างกายเจ้าก็มีคนคอยปรนนิบัติไม่ขาดอยู่แล้ว แล้วอีกอย่าง ใช่ว่าหงอวี่ก็ทำเรื่องเหล่านั้นไม่ได้ด้วย”
ท้ายที่สุดแล้ว มู่หงอวี่กำหนดมาในฐานะองค์หญิง แม้จะไม่สามารถเทียบเท่าได้กับเจี่ยนเฟิงฉือที่เป็นนายน้อยสำนักภูเขาเขี้ยวมังกร แต่นางก็เติบโตขึ้นมาด้วยความรัก
แล้วอีกอย่าง นางมีนิสัยสดใสร่าเริง รักอิสระ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้นางกำลังตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่ นางไม่มีทางสนใจเรื่องเหล่านี้แน่นอน
มือของเจี่ยนเฟิงฉือสั่นสะท้านเล็กน้อย
“ฝ่าบาท แม้ว่าท่านจะอยู่ฝ่ายเดียวกับนาง แต่แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยหรือไม่? ร้ายดีอย่างไรข้าก็หลอมโอสถมาเป็นเพื่อนท่านนะ หลังจากโดนท่านทรมานมาหลายปี ท่านจะเข้าข้างข้าหน่อยไม่ได้เลยหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่ส่งเสียง “อ่า” ออกมา
“เช่นนั้น…ข้าจะมอบเงินให้เจ้า เจ้าก็ยกเลิกพันธสัญญานี้ซะ?”
เจี่ยนเฟิงฉือถอยหลังหนึ่งก้าวทันที
“ไม่ได้!”