ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2277 ใครรังแกเยว่เออร์ของข้า
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหวเล็กน้อย
คำพูดของอวี้เชียน…
เหมือนเขาหวังว่าจะให้ถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรได้เร็วที่สุด
หรือว่ามันเหมือนกับเจ้าของดวงตานั้น…
เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นไม่ใช่อวี้เชียน แต่ความสัมพันธ์ของสองคนนั้นกลับไม่แน่ชัด
ไม่อย่างนั้นแล้วล่ะก็ ตอนที่อยู่ในทะเลทรายจันทราสีชาด ดวงตานั้นไม่มีทางสร้างพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มาได้แน่นอน
ต่อให้จะเป็นเพียงแค่ภาพมายา แต่มันก็สามารถอธิบายปัญหาบางอย่างได้
พวกเขาต้องการให้ถวนจื่อเปิดเส้นชีพจร หวังให้นางเปิดเส้นชีพจรได้ถึงเส้นที่เก้า นั่นมันเพื่ออะไรกันแน่?
ในตอนนั้นที่อี้หลิงเปิดเส้นชีพจรทั้งหมด แต่เขาก็ทรยศต่อตำหนักมารยาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือ?
หลังจากนั้น เผ่าหงส์ทองคำก็ถูกระบุว่าเป็นเผ่าพันธุ์ทรยศ แม้กระทั่งอี้เจาก็ยังถูกจับไป และได้รับการทรมาน
แต่ท่าทางที่อวี้เชียนปฏิบัติต่อถวนจื่อ มันทำให้ผู้คนรู้สึกสงสัยมาก…
อวี้เชียนไม่ได้สนใจอวี้เชียน
“อาเยว่ เจ้าไปสำรวจรอบข้างกับข้าได้หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่ลูบศีรษะนาง
“ได้”
เมื่อพูดจบทั้งสองคนก็เดินออกไปด้านข้าง
ยอดเขาเฟิ่งหมิงสูงตระหง่าน แม้ตอนนี้จะโล่งเกรียน แต่ก็มีพลังอันน่ามหัศจรรย์แฝงอยู่ทั่วทุกที่
สำหรับถวนจื่อแล้ว มันเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรอย่างมาก
เมื่อเดินไปบนก้อนหินที่ถูกเผาไหม้ หัวใจของฉู่หลิวเยว่ก็เต้นกระหน่ำ ภายในสมองของนางมีความคิดมากมายนับไม่ถ้วน
หลังจากนี้ตอนที่อาเยว่ไม่ได้อยู่ที่นี่ เมื่อนางต้องอยู่ที่นี่คนเดียวคงจะเหงาน่าดู
ฉู่หลิวเยว่ยังไม่ทันได้พูดอะไร อวี้เชียนก็พูดขึ้นมาอีกว่า
“หากเจ้าอยากได้ความคึกครื้น ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้เลี้ยงอสูรศักดิ์สิทธิ์จำนวนไม่น้อย ข้าสามารถพาพวกมันมาไว้ที่นี่ได้”
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เสินสื่อลำดับที่สอง บนภูเขาเฟิ่งหมิงแห่งนี้…เกรงว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปจะไม่สามารถมาที่นี่ได้?”
อวี้เชียนพูดขึ้นเสียงเบา
“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล ขอเพียงแค่ถวนจื่อชอบก็พอแล้ว”
ถวนจื่อจ้องหน้าเขา
“ข้าไม่ชอบ!”
หลังจากอสูรเหล่านั้นมาที่นี่แล้วจะต้องตาย แล้วนางให้พวกมันมาเหตุใด?
ฉู่หลิวเยว่บีบใบหน้าเล็กๆ ของถวนจื่อ
“ถวนจื่อไม่ต้องโมโห ที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ดังนั้นมันจึงเงียบเหงาเป็นธรรมดา เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะทิ้งเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้กับเจ้า”
ถวนจื่อชะงักไป
“จริงหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า จากนั้นก็หยิบเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ออกมาเมล็ดหนึ่ง แล้ววางไว้บนฝ่ามือเล็กๆ ของนาง
“ที่แห่งนี้มีพลังสวรรค์และโลกเต็มเปี่ยม เหมาะสำหรับเลี้ยงดูมันพอดี”
ถวนจื่อกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็พยักหน้าอย่างแรง
“ได้เลย! หลังจากนี้อาเยว่ต้องมาที่นี่บ่อยๆ นะ!”
หลังจากได้รับคำตอบจากฉู่หลิวเยว่แล้ว ถวนจื่อก็วิ่งไปด้านข้าง แล้วหยิบก้อนหินขึ้นมา ก่อนจะกระแทกมันลงไปอย่างแรง
ตู้ม!
หัวใจของอวี้เชียนสั่นสะท้าน
ภูเขาเฟิ่งหมิงยากจะทำให้สั่นไหว ไม่ว่าจะผ่านลม ฝน พายุมากี่หมื่นปี มันก็ไม่เคยทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้เลย
แต่ถวนจื่อแค่ทุบลงไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทันใดนั้น…
จากนั้นถวนจื่อก็ฝังเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ลงดิน ตอนนั้นมีเพียงยอดอ่อนสองใบเท่านั้นที่ปลิวไหวตามสายลม
“เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว!”
ถวนจื่อปรบมือด้วยความพึงพอใจ
เมื่อได้ยินว่าเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์สามารถเติบโตได้ และที่แห่งนี้เหมาะสมแก่การเลี้ยงดูมาก อวี้เชียนก็มองไปทางเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์เมล็ดนั้น แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ดูท่าทางแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ของเล่นที่บรรเทาความเบื่อของถวนจื่อเท่านั้น
ฉู่หลิวเยว่เช็ดหน้าผากของตัวเองที่มีเหงื่อไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ถวนจื่อ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ข้าขอตัวกลับก่อนนะ พรุ่งนี้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่”
ถวนจื่อได้ยินดังนั้นก็รีบเข้าไปก่อนขานางด้วยความไม่เต็มใจ
“พรุ่งนี้อาเยว่ต้องมาหาข้านะ!”
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะเสียงเบา
“อื้อ”
จากนั้นนางก็หายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยคำลากับอวี้เชียน
แน่นอนว่าอวี้เชียนยินดีที่นางจะกลับไปอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่ได้รั้งนางเอาไว้แม้แต่น้อย พร้อมตอบตกลงทันที
แต่อาจจะเป็นเพราะว่าฉู่หลิวเยว่ยังให้ความร่วมมือกับเขา หรือถวนจื่อยังอยู่ที่นี่ ดังนั้นอวี้เชียนยังมีท่าทีเกรงใจต่อนางอยู่
หลังจากพูดคุยกับถวนจื่อแล้ว ฉู่หลิวเยว่ถึงได้ขอตัวจากไป
หลังจากที่เงาร่างของนางหายไป อวี้เชียนก็หันมามองทางถวนจื่อ
ถวนจื่อหมุนตัวกลับ แล้วนั่งลงที่ด้านข้างของเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ ทั่วทั้งร่างกายของนางบ่งบอกว่านางรังเกียจเขามาก
อวี้เชียนจากไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน
ดังนั้นภูเขาเฟิ่งหมิงอันกว้างใหญ่จึงมีถวนจื่ออยู่คนเดียว
แก้มของนางยกขึ้น หางตามีน้ำตาไหลออกมา นางส่งเสียงเบาๆ ขึ้น
การแสดงแบบนี้ไม่ง่ายเลย หากได้กลับไปแล้วนางจะหอมอาเยว่สองเท่าเลย
…
หลังจากที่ฉู่หลิวเยว่ออกจากม่านพลังนั้นมาแล้ว นางก็ตรงไปที่พำนักของตัวเองทันที
ตอนที่กลับมาถึงเรือน มันก็ดึกมากแล้ว
ทันทีที่นางอยู่หน้าประตู ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออก
หรงซิวกำลังยืนอยู่ด้านหลังประตู
บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่
“กลับมาแล้ว”
ในที่สุดจิตวิญญาณของฉู่หลิวเยว่ที่ตึงเครียดมาโดยตลอดก็ผ่อนคลายลงทันที ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้นางได้ประสบพบเรื่องราวมากมาย
เส้นประสาทของนางตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งตอนนี้เมื่อเห็นใบหน้าหรงซิว ในที่สุดนางก็ลดการระวังตัว
นางสาวเท้าขึ้นไปด้านหน้า
แอบอิงกับหน้าอกที่อบอุ่นของเขา นางได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของเขา
กลิ่นเย็นๆ ที่คุ้นเคยห่อหุ้มร่างกายของนางเอาไว้
นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองแขนโอบกอดเอวสอบของเขาเอาไว้แน่น ก้มหน้าลงถูไถใบหน้าเข้ากับหน้าอกของอีกฝ่าย
หัวใจของอ่อนยวบลงในทันที เขายกแขนโอบไหล่ของนาง ประคองนางเข้าในอ้อมกอด
“หรงซิว…”
นางพูดเสียงทุ้มต่ำ
ทันใดนั้น ในแววตาของเขาก็มีประกายเย็นชาปรากฏ เขาถามเสียงเบาว่า
“ใครเป็นคนรังแกเยว่เออร์ของข้า”