ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2287 ข้าช่วยเจ้าเอง
ตอนที่ 2287 ข้าช่วยเจ้าเอง
………………..
“ถวนจื่อ!”
ใจของฉู่หลิวเยว่พลันดิ่งวูบ ในตอนที่กำลังจะเคลื่อนไหวนั่นเอง กลับมีร่างเงาดำร่างหนึ่งลงมือว่องไวกว่านาง
การเคลื่อนไหวของนางหยุดชะงักในทันใด
“จื่อเฉิน?”
จื่อเฉินรวบตัวถวนจื่อเข้ามาในอ้อมอก จากนั้นก็จัดการกรีดฝ่ามือของถวนจื่อโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด
ฉึบ!
โลหิตสีแดงเข้มพลันพุ่งกระฉูดออกมา!
หยดเลือดอุ่นกระเซ็นเปรอะบนดวงหน้าเย็นชาของเขา
สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแต่อย่างใด นิ้วโป้งปาดคราบเลือดที่ว่าออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดูดมันเข้าปากไป
จากนั้นเขาก็กรีดฝ่ามือตัวเองเปิดแผลหนึ่ง ทาบทับลงบนฝ่ามือของถวนจื่อแล้วประสานมือเข้าหากันแน่น
ลมปราณไร้จำกัดที่เอ่อล้นออกมาจากภายในร่างของถวนจื่อที่ไหลหลั่งตามมาจากเลือดหยดนั้นถาโถมเข้าสู่ร่างของจื่อเฉินในชั่วพริบตา!
พลังร้อนระอุดุจไฟลามทุ่งที่แผดเผาลามไปตามร่างกายทุกส่วนของเขา!
ความเจ็บปวดอันร้อนลวกถึงกระดูกแล่นปราดไปทั่วร่าง เขานิ่วหน้าน้อยๆ ทว่ากลับมิได้ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาแม้แต่น้อย
กระแสพลังอันบ้าคลั่งถูกจื่อเฉินแบกรับไว้จนหมด ในที่สุดร่างกายของถวนจื่อก็ค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา
ยามนางปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง ก็พบเข้ากับดวงหน้าที่คุ้นเคย
นางจดจ้องอย่างเหม่อลอย
“…จื่อเฉิน?”
“เปิดเส้นชีพจรต่อเถอะ”
สุรเสียงของจื่อเฉินที่ทุ้มลึกและเย็นชาดั่งเคย บัดนี้กลับทำให้ถวนจื่อรู้สึกสบายใจอย่างบรรยายไม่ถูก
นี่จื่อเฉิน… เสียสติไปแล้วหรือไร
การที่ถวนจื่อจะเปิดเส้นชีพจรได้ จำเป็นต้องดูดกลืนพลังแห่งสวรรค์และโลกในปริมาณที่เพียงพอเพื่อหลอมร่างของตน
แต่ก่อนหน้านี้นางเพิ่งจะเปิดเส้นชีพจรเส้นที่หกไป ตอนนี้ยังไม่ทันได้เตรียมตัวอันใดทั้งนั้น เท่ากับว่ากำลังบุ่มบ่ามโดยแท้
ร่างกายของนางไม่มีทางรับไหวแน่
ต่อให้พลังของที่นี่จะมีประโยชน์อย่างมากแก่การฝึกตนของนางก็ยังคงเป็นการยากอยู่ดี
สาเหตุที่ขนนกทองคำบรรพบุรุษปลีกแยกจากไป เป็นเพราะถวนจื่อรับพลังแห่งสวรรค์และโลกมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ส่วนที่ล้นเอ่อออกมา ลำพังพึ่งพาแค่ตัวนางเองย่อมไม่พอ
ดังนั้นในเวลานี้ จื่อเฉินจึงรุดหน้ามาใช้วิธีการผสานสายเลือดของทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วถ่ายทอดพลังที่ถวนจื่อรับไว้ไม่ไหวเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันของถวนจื่อไปได้มหาศาล
ขณะเดียวกัน เขาก็สามารถจัดแจงกระแสพลังสายนี้ใหม่อีกรอบแล้วถ่ายทอดกลับสู่ร่างของถวนจื่อทีละนิด หลอมร่างกายของนางขึ้นมาใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ถวนจื่อก็จะใช้ประโยชน์จากพลังเหล่านี้ได้สูงสุด ทั้งยังไม่ถูกไล่ต้อนจนต้องเผชิญกับขีดจำกัดด้วย
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ สำหรับจื่อเฉินแล้ว ขั้นตอนนี้นั้นอาจทรมานเกินจะรับไหว
ก่อนหน้านี้อวี้เชียนก็เคยพูดไปแล้ว ต่อให้เป็นคนของเผ่าหงส์ทองคำก็ใช่ว่าจะสามารถต้านทานพลังของที่นี่ไหว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจื่อเฉินเลยด้วยซ้ำ
แต่ในเวลานี้ นอกจากจื่อเฉิน ก็ไม่มีคนที่เหมาะสมไปมากกว่านี้แล้ว
เพราะไม่ว่าอย่างใด ภายในร่างของเขายังคงมีพลังแห่งสายเลือดของไท่ซวีเฟิ่งหลงไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง!
อีกทั้งตัวเขายังช่วยไปได้ถึงเรื่องรากฐานของถวนจื่อด้วย!
หากเปลี่ยนเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ตนอื่น คาดว่าคงร่างระเบิดแหลกสลายตายไปนานแล้ว
ดังนั้น…
ต้องเป็นจื่อเฉินเท่านั้น!
ถวนจื่อเองที่เข้าใจในข้อนี้โดยพลันก็เบิกตากว้างทันที
จื่อเฉินบีบมือนางแน่น
เมื่อเทียบกับฝ่ามือใหญ่ที่สากเปี่ยมไปด้วยรอยประสบการณ์แล้ว มือเล็กเจ้าเนื้อของถวนจื่อก็ยิ่งดูเล็กจ้อยไปถนัดตา
ยามสองฝ่ามือเข้าทาบทับ กลิ่นคาวเลือดเจือจางสายหนึ่งก็ลอยอวลออกมา
ถวนจื่อขบฟันกรอดพลางผงกศีรษะเป็นเชิงหนักแน่น
“ได้!”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่าอย่างใดก็ต้องทำให้สำเร็จ!
นางหลับตาลง เพ่งจิตสะกดกลั้นลมหายใจ
ขนนกทองคำบรรพบุรุษที่เพิ่งบินหนีหายไป บัดนี้ไปถึงชายขอบค่ายกลแล้ว
ยามรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของถวนจื่อที่อยู่ฟากนี้ มันก็สั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบินกลับมาในท้ายที่สุด!
ยิ่งพลังที่ถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของถวนจื่อมีมากเท่าไร หลังจากใช้พลังหลอมร่างของนางแล้วก็จะถูกถ่ายไปยังร่างของจื่อเฉิน ด้วยการหลอมรวมพลังอีกครั้งของเขา สุดท้ายก็จะคืนพลังกลับไปให้ถวนจื่อ
หมุนวนเป็นวงจรเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ร่างของจื่อเฉินสั่นเทิ้มเบาๆ ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขาก็มิได้หยุดมือเลยแม้แต่น้อย หากแต่ปล่อยให้พลังไร้ขีดจำกัดอันร้อนระอุปกคลุมไปทั่วร่างของตน
ในที่สุด…
ขนนกทองคำบรรพบุรุษก็มาหยุดลงตรงหว่างคิ้วของถวนจื่ออีกครา!
…
“เป็นไปได้อย่างใดกัน!?”
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าทำให้อี้กงส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ
หางตาของเขายังคงประดับรอยยิ้มเยาะเย้ยเป็นเชิงดูแคลน ทว่าเป็นรอยยิ้มมิได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ด้วยจู่ๆ สถานการณ์ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ!
อี้กงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
ไม่เป็นไรหน่า ไม่เป็นไร!
ต่อให้ถวนจื่อจะเรียกขนนกทองคำบรรพบุรุษกลับมาได้อีกรอบ ก็ไม่มีทางดำเนินตามร่องรอยก่อนหน้านี้แล้วเปิดเส้นชีพจรต่ออย่างหมดจดได้
เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ยามเปิดเส้นชีพจรแล้ว ก็จะกระทบไปถึงการฝึกตนในภายหลังอย่างไม่ต้องสงสัย
ต่อให้นางไปถึงระดับสายเลือดบริสุทธิ์ ภายหลังย่อมทำได้แค่หยุดอยู่ที่เส้นชีพจรเส้นที่เจ็ดอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว อารมณ์ของอี้กงก็นับว่าดีขึ้นมาก
ทว่าเหตุการณ์ฉากต่อมา กลับทำให้เขาตกตะลึงจนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เพราะว่า…
ขนนกทองคำบรรพบุรุษเส้นนั้นเริ่มทำการเปิดเส้นชีพจรให้ถวนจื่อแล้ว!
ลวดลายสีทองบริสุทธิ์อร่ามตาหาสิ่งใดเปรียบมิได้ปรากฏขึ้นกลางหว่างคิ้วของถวนจื่ออย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง กลบรอยที่เผยขึ้นมาครึ่งหนึ่งก่อนหน้านี้ไปหมดจดอย่างง่ายดาย!
…
ขณะเดียวกันนั้นเอง ณ ที่ใดที่หนึ่งในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
เงาร่างหนึ่งบินทะยานมาอย่างว่องไว ก่อนกระโจนลงไปในกองใบไม้ร่วงที่สุมทับเป็นกองหนาภายในสวนหย่อมที่เงียบเหงาและเย็นยะเยือก
ทันใดนั้นเอง สุรเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบพลันดังแว่วมาจากด้านในนั้น
“เคยบอกเจ้าไปตั้งนานแล้วนี่ ตอนนี้มิใช่เวลาไปเขาเฟิ่งหมิง”
ภายใต้กองใบไม้ร่วงที่ทับถมพลันมีอันใดบางอย่างพรั่งพรู จากนั้นก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว
สายลมแผ่วพัดโชยมา ใบไม้ที่มีรอยฉีกขาดร่วงหล่น
ราวกับไม่เคยมีอันใดเกิดขึ้นมาก่อน
…
ณ ก้นบึ้งของสระอัสนีบาต
อี้เจาที่ถูกล่ามขังเอาไว้เนิ่นนานพลันลืมตาขึ้น ก่อนหันศีรษะไปมองยังทิศทางหนึ่ง!
ลมปราณนี้…
ถวนจื่อเปิดเส้นชีพจรเส้นที่เจ็ดแล้วหรือ!?
อารมณ์นับไม่ถ้วนประดังประเดขึ้นมาในแววตาของเขา
เขาหลุบตามองตรวนสีดำที่ล่ามไปทั่วทั้งร่างของตน นัยน์ตาพลันฉายแววเด็ดขาดขึ้นมาทันใด
ตูม!
จู่ๆ เปลวเพลิงสีทองอร่ามก็ลุกโชนขึ้นมาในทันที!
………………..