ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2422 รอ
แอ๊ด…ปัง!
เสียงปิดประตูดังลั่นกังวานมาจากระยะไกล
หัวใจของฉู่หลิวเยว่สั่นสะท้าน นางหันกลับไปมอง
เมื่อมองจากระยะไกลก็เห็นว่า ประตูสวรรค์ที่ศักดิ์สิทธิ์และหรูหรากำลังปิดลงอย่างเชื่องช้า!
ในตอนนั้นเอง เงาร่างจำนวนนับไม่ถ้วนก็กำลังพุ่งตัวไปทางตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
ฝุ่นตลบคละคลุ้ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ไปตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์”
…
ความจริงแล้วคนที่มีสิทธิ์เข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเพียงแค่หยิบมือหนึ่งเท่านั้น
แต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ผู้บำเพ็ญเพียรจากทุกสถานที่มุ่งหน้าไปสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
โอกาสเช่นนี้ หมื่นปีจะมีสักครั้ง ต่อให้ไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่แค่เพียงได้มองจากในระยะไกล บางทีก็สามารถทำให้ระดับการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นสูงได้
ดังนั้นผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมดที่อยู่ที่นี่จึงเดินทางมุ่งหน้าไปอย่างไม่ลังเล
ฉู่หลิวเยว่เดินทอดน่องไปอย่างเชื่องช้า
ด้านหนึ่งเพราะนางไม่เร่งรีบ ส่วนอีกด้านหนึ่งเพราะนางกำลังฟื้นคืนพลังของตัวเอง
พลังสวรรค์และโลกที่อยู่โดยรอบถ่ายเทเข้ามาในร่างกายของนางอย่างไร้เสียง พร้อมหล่อเลี้ยงเลือดและกระดูกทุกส่วนภายในร่างกายของนาง
เพียงแต่เนื้อเพลงฉินทั้งสามส่วนนั้นยังไม่มีวี่แววว่าจะผสานเข้าหากัน
ด้านหลังของนางนั้นคือมู่หงอวี่และคนอื่นๆ
อิจฉา ริษยา เลื่อมใส ไม่สบายใจ…
มีใครไม่รู้บ้างว่า ตอนนี้ไม่เพียงแค่ฉู่หลิวเยว่ แต่คนอื่นๆ ที่อยู่รอบกายนางก็มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
แล้วจะไม่ให้คนอื่นคิดมากได้อย่างใด?
ในตอนแรกไม่มีใครต้อนรับนางเพราะนางและคนรอบข้างไม่มีพลังแห่งสายเลือด แต่ดูตอนนี้สิ…
ฉู่หลิวเยว่เมินเฉยต่อสายตาเหล่านั้น นางแค่มองตรงไปด้านหน้าด้วยใบหน้าราบเรียบ
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูใหญ่ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ตอนนี้หร่วนเจี้ยนเฟิงเสินสื่อลำดับที่ห้ากำลังเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู
ประตูบานใหญ่ที่เคยปิดสนิทก็ถูกเปิดออกมาแล้ว
หน้าประตูมีคนรวมตัวกันอยู่จำนวนไม่น้อย
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่และคนอื่นๆ เดินมา คนกลุ่มนั้นก็แหวกทางให้
ฉู่หลิวเยว่สาวเท้าขึ้นไป
มู่หงอวี่เดินติดตามมาด้านหลัง
เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่หยุดยืนอยู่ด้านหน้า
เมื่อเห็นว่าฉู่หลิวเยว่และมู่หงอวี่เดินเข้าไปแล้ว น้องแปดก็กอดอก แล้วถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ ข้าก็อยากเข้าไปนะ”
“ข้าก็ด้วย”
“ขะ ข้าก็เช่นกัน”
เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกัน
น้องแปดมองไปทางแม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองที่อยู่ด้านหลังด้วยใบหน้ามึนงง
ตอนนี้พวกนางทั้งสองคนก็กำลังจ้องไปทาง…ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ด้านหน้า
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าหร่วนเจี้ยนเฟิงยืนเฝ้าประตูอยู่ ทั้งสองคนนี้คงพุ่งตัวเข้าไปด้านในแล้ว
นางมองตามสายตาของทั้งสองคน
เมื่อประตูบานใหญ่เปิดขึ้น หากมองตรงเข้าไปก็จะเห็นหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว และเสาหยกขาวที่ล้อมอยู่โดยรอบ
หยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวลอยอยู่อย่างเงียบเชียบ เสาหยกขาวตั้งตระหง่านเปลวเพลิงลุกโชน
เหมือนว่า…มันไม่มีอันใดผิดปกติ?
“นั่นคือหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว”
แม่นางสิบเอ็ดจ้องไปทางด้านหน้า น้ำเสียงหนักแน่น
น้องแปดกะพริบตาปริบๆ
“ใช่แล้ว…มันเหตุใดหรือ?”
แม่นางสิบเอ็ดไม่ได้พูดอันใดอีก
น้องแปดจนปัญญา จึงหันไปมองทางแม่นางสิบสอง
“ข้าว่า…”
นางเห็นว่าแม่นางสิบสองเอามือขึ้นมากุมหน้าอก ใบหน้าแดงก่ำ ใบหน้าที่มองตรงไปด้านหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา น้องแปดจึงกลืนคำพูดที่เหลือของนางลงคอ
สมแล้วที่เป็นแฝดกัน เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองของพวกนางทั้งสองกลับเหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
อื้ม เหมือนว่าแม่นางสิบสองจะตื่นเต้นมากกว่าหน่อยนะ
แต่…หยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัวมีอันใดน่าดูกัน?
ดวงตาสวยของน้องแปดกลิ้งกลอกไปมา จากนั้นก็พูดขึ้นเสียงต่ำ
“แม่นางสิบเอ็ด แม่นางสิบสองพวกเจ้ากำลังดูอันใดอยู่น่ะ ช่วยเล่าให้พี่แปดฟังหน่อยจะได้หรือไม่?”
แม่นางสิบเอ็ดยกมือขึ้น
“นั่นคือหยกศักดิ์สิทธิ์มืดมัว แต่มันขาดไปหนึ่งส่วน”
แม่นางสิบสองพยักหน้าอย่างแรง
หรือว่าพวกนางทั้งสองคนยังไม่รู้เรื่องที่เกี่ยวกับโล่ผสานนภาของนายท่าน
เป็นไปไม่ได้สิ…ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้นางก็ได้ลากทั้งสองคนมาพูดคุยกันอยู่เสมอ สิ่งที่พูดได้นางก็พูดไปหมดแล้ว…
นางหันไปมองทางด้านนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีประโยชน์
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง น้องแปดก็ตัดสินใจยอมแพ้
คาดเดาไม่ได้ก็ไม่เดาแล้ว นางจะรอดูต่อไปก็แล้วกัน!
แม่นางสิบสองดึงชายเสื้อของแม่นางสิบเอ็ดเบาๆ จากนั้นก็ถามเสียงเบาว่า
“พี่ พี่ว่า…พวกเราจะสามารถเอาชนะเสินสื่อลำดับที่ห้าได้หรือไม่…”
น้องแปด “???”
แม่นางสิบเอ็ดส่ายหน้าอย่างเย็นชา
“ไม่ได้”
ในแววตาของแม่นางสิบสองมีประกายผิดหวัง “อ่า”
ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเข้าไปได้จริงๆ
ทันใดนั้นแม่นางสิบเอ็ดก็หยิบขวดหยกออกมาสองขวด แล้วยื่นให้กับแม่นางสิบสอง
“เติมพลังให้เต็มท้องก่อน”
ถึงจะมีพลังไปต่อสู้!
แม้ว่านางจะไม่ได้พูดประโยคหลังออกมา แต่แม่นางสิบสองก็เข้าใจได้ในทันที แล้วรีบรับของสิ่งนั้นไป
หนังตาของน้องแปดกระตุกขึ้น
“ระ…หรือว่าพวกเจ้าทั้งสองคนตั้งใจจะลงมือกับเสินสื่อลำดับที่ห้า?”
แม่นางสิบสองสะอึก นางกลืนโอสถลงไปอย่างยากลำบาก ใบหน้าเล็กๆ แดงขึ้น
“แค่…แค่สมมุติ นายท่านเคยพูดไว้ว่า ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไรก็ห้ามประมาทเลินเล่อ!”
น้องแปดมองนางด้วยสายตามืดครึ้ม
เมื่อถูกเปิดเผยความคิด แม่นางสิบสองก็หันไปมองทางแม่นางสิบเอ็ด
“ตอนนี้ยังไม่หรอก ฝีมือข้ายังไม่เพียงพอ”
น้องแปด “…”
ดูเหมือนว่านางจะเข้ากับทั้งสองคนนี้ไม่ได้แล้ว…
นั่นหมายความว่า หากเจ้ามีฝีมือเพียงพอ พวกเจ้าก็จะเข้าไปต่อสู้จริงๆ สินะ?
หลังจากครุ่นคิดอย่างละเอียด น้องแปดก็ตัดสินใจว่าจะทำหน้าที่พี่สาวให้สำเร็จลุล่วง
“พวกเจ้ายังเด็ก วันๆ อย่าคิดแต่เรื่องฆ่าฟัน จะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาได้อย่างใด?”
แม่นางทั้งสองคนหันกลับมามองอย่างพร้อมเพรียง
น้องแปดพูดขึ้นอย่างมีน้ำใจว่า
“รอจนกระทั่งนายท่านขึ้นสวรรค์ทลายเทพได้แล้ว บางทีพวกเราอาจจะเป็นข้อยกเว้น จากนั้นก็สามารถเข้าไปด้านในได้”
“…”
“แต่หากไม่ได้ผลก็ยังมีพี่เจ็ดอยู่นะ เสี่ยวหงอวี่ก็ไม่เลวเลย อ่า ยังมีท่านซูกับผู้อาวุโสซั่งกวน…มันจะต้องสำเร็จแน่นอน”
“…”
แม่นางสิบเอ็ดกลั้นลมหายใจ แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง
“พี่แปดพูดมีเหตุผล”
บนใบหน้าของแม่นางสิบสองมีรอยยิ้มส่วนอันปรากฏขึ้น
“เช่น…เช่นนั้นก็หมายความว่า พวกเราทำได้เพียงรออยู่ที่นี่?”
น้องแปดพยักหน้า
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
…