ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2436 คนคุ้นเคย
ตอนที่ 2436 คนคุ้นเคย
………………..
ทันใดนั้นฉู่หลิวเยว่ก็หยุดพูด ก่อนเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามว่า
“หงอวี่ เหตุใดเจ้าต้องตื่นตระหนกขนาดนี้เล่า?”
“ขะ ข้าตื่นตระหนกที่ไหนกัน?”
มู่หงอวี่เถียงขึ้นทันทีโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นดวงตาของฉู่หลิวเยว่กระจ่างใสที่เหมือนสามารถมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง นางก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็เบนสายตาออก
“…ข้าแค่…ข้าแค่คิดว่า ทุกคนล้วนเป็นเพื่อน ดังนั้นก็ ก็เลยถามขึ้นมาเท่านั้น…”
เมื่อครู่นี้ฟางซวี่หนิงตายอย่างอนาถ นางก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่าไม่ได้คิดอย่างเจี่ยนเฟิงฉือเลย
ทางด้านน้องแปดต้องชนะแน่นอน แต่ส่วนเจี่ยนเฟิงฉือ…
หากไม่ระมัดระวังก็จะต้องเดิมพันชีวิตอยู่ที่นี่
แม้นางจะทะเลาะต่อปากต่อคำกับเจี่ยนเฟิงฉือเป็นประจำ แต่ภายในใจของนางก็หวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นกับเขา
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้นอย่างไม่ปิดบังว่า
“ข้าว่า อีกเดี๋ยวคุณชายใหญ่เจี่ยนก็จะหลอมโอสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
มู่หงอวี่ชะงักไป
“อันใดนะ?”
ฉู่หลิวเยว่ยกคางขึ้น
มู่หงอวี่เงยหน้ามองตามทันที จากนั้นก็เห็นว่าเปลวเพลิงภายในเตาหลอมโอสถตรงหน้าของเจี่ยนเฟิงฉือก็เริ่มลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง!
“ควบรวม!”
เสียงกระจ่างใสดังขึ้น สมุนไพรภายในเตาหลอมเริ่มควบรวมกันอยู่จุดศูนย์กลางด้วยความรวดเร็ว!
หลังจากนั้นไม่นานโอสถขนาดกำปั้นก็ปรากฏขึ้นอยู่กลางเปลวเพลิงเหล่านั้น!
มู่หงอวี่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย
ฉู่หลิวเยว่กระแอมไอขึ้นมาแล้วพูดอย่างจริงจัง
“เมื่อครู่นี้ข้าแค่คิดว่าคุณชายใหญ่เจี่ยนตามหลังคนอื่นอยู่เล็กน้อย เพิ่งจะคว้าที่สามมาได้ น่าเสียดายจริงๆ”
มู่หงอวี่ “???”
สองคนก่อนหน้านั้นคือ เสินสื่อลำดับที่แปด และน้องแปด เขาสามารถอยู่ในวงล้อมของเซียนหมอระดับปรมาจารย์ แล้วคว้าที่สามมาได้ นี่ก็เป็นเรื่องยอดเยี่ยมมากแล้วไม่ใช่หรือ?
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่หลิวเยว่ นางก็สามารถดึงสติกลับมาได้ในทันที
“หลิวเยว่! นี่เจ้าตั้งใจแกล้งข้าอย่างนั้นหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พูดเสียงเบาลง
“จุ๊ๆ หากให้คุณชายใหญ่เจี่ยนรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงขนาดนี้ เขาคงจะต้องตัวลอยขึ้นฟ้าแน่นอน”
มู่หงอวี่มีใบหน้าแดงก่ำ
นางกัดฟันกรอด และอยากจะเถียงอีกสักประโยคสองประโยค แต่นางก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างใดดี ดังนั้นจึงได้แต่เบะปากพองแก้ม ไม่พูดอันใดออกมา
ท้ายที่สุดแล้ว…นางก็รู้สึกเป็นกังวลจริงๆ ว่าเจี่ยนเฟิงฉือจะสามารถผ่านด่านนี้ได้หรือไม่
ฉู่หลิวเยว่แอบจดบันทึกถึงคุณชายใหญ่เจี่ยนเอาไว้ในใจ
เด็กคนนี้ติดหนี้บุญคุณนางไม่น้อยเลยทีเดียว
…
เมื่อเจี่ยนเฟิงฉือเริ่มหลอมโอสถเป็นเม็ด ก็ทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนไม่น้อย
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเปรียบเทียบกับน้องแปด ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเทียบเท่า
ตอนนี้เขาแทบจะติดตามน้องแปดไป จึงทำให้คนจำนวนมากต้องหันกลับมามองเขาใหม่อีกครั้ง
“คนผู้นั้น…ชื่อว่าเจี่ยนเฟิงฉือล่ะมั้ง เหตุใดเขาถึงได้เก่งกาจขนาดนี้?”
“ข้าจำได้ว่า เขาก็ติดตามมากับซั่งกวนเยว่ ก่อนหน้านี้ข้ารู้เพียงว่าเขาน่าจะทะลวงด่านเซียนหมอระดับปรมาจารย์แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าตอนนี้…”
หากมีเพียงแค่หนึ่งหรือสองคนก็ไม่สามารถโทษซั่งกวนเยว่ได้
แต่ตอนนี้…
ภายในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ คนส่วนใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับซั่งกวนเยว่ล้วนมีผลงานโดดเด่น แล้วแบบนี้จะไม่ให้พวกเขาคิดได้อย่างใด?
สายตาของคนบางคนจ้องมองฉู่หลิวเยว่อย่างสำรวจอีกครั้ง
ฉู่หลิวเยว่เมินเฉยต่อสายตาเหล่านั้น
ร้ายดีอย่างใดเจี่ยนเฟิงฉือก็ถูกนาง “ฝึกฝน” มาหลายปี หากเขามีความสามารถเช่นนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ
…
เมื่อเวลาผ่านพ้นไป
สนามประลองทั้งสี่ก็ต่างดำเนินการแข่งขัน
คนที่พ่ายแพ้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เมื่อคนเหล่านั้นพ่ายแพ้ก็จะถูกสั่งอาหารให้ตายภายในทันที!
กลางอากาศมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งและเข้มข้นมากขึ้น
คนโดยรอบทุกคนต่างเฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ
บรรยากาศตึงเครียด เย็นยะเยือก
รวมถึงสนามประลองเซียนหมอที่ฉู่หลิวเยว่ให้ความสนใจมากที่สุดด้วย ตอนนี้มีเซียนหมอระดับปรมาจารย์ตกรอบไปแล้ว
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ด่านเป็นตายนี้…ผ่านยากจริงๆ ด้วย”
หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งก็คือ มันทั้งโหดเหี้ยมและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด!
เซียวหรานได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าออกมาอย่างจนปัญญา
“เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้ ทุกคนล้วนอยากขึ้นสวรรค์ทลายเทพ อยากกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง แต่มันจะง่ายดายขนาดนั้นที่ไหนกัน? หากต้องเลือกอันใดสักอย่าง มันก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว”
เซียวหรานได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า
“เจ้าพูดได้ถูกต้อง แต่ผู้บำเพ็ญเพียรบนโลกนี้มีเป็นพันเป็นหมื่นคน ทุกคนล้วนมุ่งหน้าขึ้นสู่จุดสูงสุด หากสู้ไม่ได้ก็จะถูกตัดออกไปโดยธรรมชาติ เดิมทีนี้ก็เป็นกฎของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์”
บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นผู้แข็งแกร่งไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดายขนาดนั้น
“คนที่สามารถฝ่าวงล้อมจนกลายเป็นจุดสูงสุด มีใครบ้างที่ไม่ผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบาก? ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นก็ได้ เพียงแค่เสินสื่อเหล่านี้ ตอนแรก…ก็ต้องผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดร้อนแรง จนในที่สุดเขาก็มาอยู่ในตำแหน่งนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของฉู่หลิวเยว่ก็สั่นไหว เขาหันกลับไปมองเหล่าเสินสื่อที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ต้องยอมรับเลยว่า คำพูดของเซียวหรานนั้นมีเหตุผลจริงๆ
ที่เสินสื่อยืนอยู่ในตำแหน่งสูงอย่างเช่นทุกวันนี้ได้ เดิมทีพวกเขาก็มีความแข็งแกร่งเป็นประจักษ์พยาน
นางเงยหน้าขึ้นมองไปที่บันไดทั้งเก้าขั้น
หลังจากผ่านไปสักพักก็ถอนสายตากลับมา
…
ในตอนนั้น สมุนไพรที่อยู่ในเตาหลอมของน้องแปดก็มีขนาดเล็กลงเท่ากับลูกลำไย
ลำแสงสว่างพาดผ่าน อีกทั้งยังส่องประกายแวววาว!
ระลอกคลื่นจากพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกไปจนทั่ว!
พรึ่บ…
พลังเหล่านั้นปะทะกับเตาหลอมโอสถ จนทำให้เกิดเสียงคำรามดังขึ้นออกมา!
ดวงตาของน้องแปดเปล่งประกาย จะสำเร็จแล้ว!
นางควบคุมเปลวเพลิงภายในเตาหลอมด้วยความระมัดระวัง จากนั้นก็เข้าสู่การหลอมขั้นตอนสุดท้าย
ในขณะเดียวกันนั้น ซูจิ้งก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น
โอสถของนางยังต้องใช้เวลาอีกหนึ่งเค่อเพื่อหลอมขั้นตอนสุดท้ายถึงจะสามารถหลอมสำเร็จ
แต่ทางด้านของน้องแปดก็เริ่มต้นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว!
อีกทั้งดูจากสถานการณ์ทั้งหมด เหมือนว่าโอสถหยกครามเพลิงชาดเม็ดนั้นของน้องแปดจะสามารถหลอมสำเร็จได้ถึงแปดเก้าส่วน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของซูจิ้งก็รู้สึกเหมือนมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ!
ภายในสมองของนางครุ่นคิดวิธีการต่างๆ มากมาย นางควรจะทำอย่างใดดีถึงจะชนะการประลองในครั้งนี้ อีกทั้งยังสามารถจัดการน้องแปดไปพร้อมกันได้
ทันใดนั้นภายนอกประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ฉู่หลิวเยว่ก็หันกลับไปมอง
จากนั้นใบหน้าที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของนาง