ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2446 คลื่นใต้น้ำ
ตอนที่ 2446 คลื่นใต้น้ำ
………………..
ณ ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ซูจิ้งพลันรู้สึกถึงอันใดบางอย่าง นางเงยศีรษะขึ้นมามองไปยังทิศทางของยอดเขาโอสถทันควัน!
นี่มัน…
ความตื่นตระหนกแล่นปราดเข้ามาในใจ นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นทันที
ทว่าหยวนตันของนางแตกสลายไปแล้ว ตัวนางเองก็บาดเจ็บสาหัส ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้เพียงนิด
กระทั่งการเคลื่อนไหวง่ายๆ อย่างเช่นการผุดลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง นางยังทำได้ยากลำบากยิ่ง
ถึงขั้นที่บาดแผลบริเวณช่องท้องของนางยังฉีกขาดอีกคราเพราะการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นปราดไปทั่วอย่างมืดฟ้ามัวดิน!
นางขบริมฝีปากแน่น ฝืนกล้ำกลืนรสคาวเลือดที่แผ่ซ่านอยู่ในปาก
“เสิน… เสิน…”
นางหันศีรษะกลับไปมองมู่ชิงเห่อ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยลมหายใจแผ่วบาง
ตอนนี้หากพึ่งพาแค่พลังของตัวนางเอง เห็นได้ชัดเลยว่าทำอันใดไม่ได้แล้ว
นางต้องหาใครสักคนมาแทน!
เสินสื่อลำดับหนึ่ง มู่ชิงเห่อก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุดของนางในตอนนี้!
ครั้นรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวจากฝั่งนี้ คนจำนวนมากภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จึงพากันหันมองมาด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป
“เสินสื่อลำดับหนึ่ง… ข้า… ข้ามี…”
ความเร็วในการพูดของซูจิ้งเชื่องช้ามาก
กระบี่นั้นของเยี่ยนชิงไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่นิดเดียว ทำลายหยวนตันของนางเสียจนไม่เหลือซาก ทั้งยังทิ้งบาดแผลสาหัสสากรรจ์ไว้บนร่างของนางด้วย
ดังนั้นในตอนนี้นางจึงต้องพึ่งพาลมหายใจเฮือกสุดท้ายนี้เอาไว้
เดิมทีนางกับซูจิ้งก็ไม่ถูกกันอย่างมากอยู่แล้ว ยิ่งพอมีเรื่องก่อนหน้านี้เพิ่มเข้ามา ตอนนี้นางจึงทวีความจงเกลียดจงชังซูจิ้งเข้าไส้
ดังนั้นเมื่อเห็นซูจิ้งเอ่ยปาก ก็คิดไปโดยไม่รู้ตัวว่านางต้องมีแผนทำเรื่องชั่วอีกแน่
มู่หงอวี่มองดูคราหนึ่ง กล่าวว่า
“ไม่น่าใช่กระมัง? ถ้ามู่… เสินสื่อลำดับหนึ่งคิดจะช่วยนาง เมื่อครู่ก็คงลงมือแล้ว ไหนเลยจะรั้งรอมาจนถึงป่านนี้?”
ในเมื่อมู่ชิงเห่อกล่าวต่อหน้าธารกำนัลแล้วว่ามอบทุกอย่างให้เยี่ยนชิงจัดการ เช่นนั้นก็ไม่น่ายื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก
มิเช่นนั้น นั่นก็เท่ากับตบหน้าตัวเองไม่ใช่หรือไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ซูจิ้งในตอนนี้ไม่เพียงแต่หมดประโยชน์ แต่ยังกลายเป็นมลทินของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ พวกมู่ชิงเห่อน่ะขีดเส้นแบ่งระหว่างพวกเขากับนางไว้ชัดเจนแทบไม่ทัน ไม่ต้องพูดถึงยื่นมือช่วยเหลือเลยด้วยซ้ำ?
น้องแปดผงกศีรษะเป็นเชิงเห็นด้วยราวกับกำลังครุ่นคิด
“เช่นนั้นนางคิดจะทำอันใดกันหนอ…”
มู่ชิงเห่อเองก็หันมองทางซูจิ้งเช่นกัน
แววตาของเขายังคงเย็นยะเยือกเหมือนเคย ไม่ปรากฏร่องรอยของอารมณ์แม้แต่นิดเดียว
สายตาที่ใช้มองซูจิ้งเหมือนกับกำลังมองดูสิ่งของที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันก็มิปาน
“ยอด… ยอดเขาโอสถ…”
ซูจิ้งพ่นคำพูดออกมาสองคำอย่างยากลำบาก นางลากร่างพิกลพิการของตัวเองไปยังเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า
พื้นที่ใต้ร่างของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดกองใหญ่ ดูแล้วน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
หว่างคิ้วของมู่ชิงเห่อขมวดเข้าหากันน้อยๆ
ในตอนนั้นเอง เยี่ยนชิงก็ลงมือในทันใด!
ชิ้ง!
เสียงกระบี่เล่มยาวแหวกผ่านอากาศพุ่งทะยานไป!
ปราณกระบี่อันน่าหวาดหวั่นเข้าโอบล้อมตัวซูจิ้งในทันที!
นางร้องครวญอย่างทรมาน แทบจะหมดสติไปเสียเดี๋ยวนั้น
เยี่ยนชิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
“ใครอนุญาตให้เจ้าไป?”
บริเวณโดยรอบสี่ทิศต่างเงียบสงัดลงในทันใด
คนจำนวนมากต่างสบสายตากันอย่างจนใจ
นี่… สำหรับเหยียนเก๋อแล้ว มิอาจนับได้ว่าซูจิ้งกำลัง “ไป” ด้วยซ้ำกระมัง?
นางก็แค่ขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้นเองหนา…
ทว่าเยี่ยนชิงพูดเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่มีใครโต้เถียงใด
คนบางส่วนที่ทนดูต่อไปไม่ไหว อดไม่ได้ที่จะเบนสายตากวาดมองมู่ชิงเห่อ
ทว่าเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหว ทั้งยังไม่พูดอันใด ราวกับว่า… ไม่สนใจไยดีเลยแม้แต่น้อย
ฝานอวิ๋นเซียวนิ่วหน้า ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยเสียงแผ่วขึ้นมาว่า
“จะอย่างใดซูจิ้งก็ทำหน้าที่เสินสื่อลำดับแปดมาตั้งหลายปี คอยดูแลยอดเขาโอสถ ทั้งยังหลอมยาอายุวัฒนะ แม้ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นแต่ก็ทุ่มเทมาไม่น้อย เสินสื่อลำดับหนึ่งมีท่าทีเฉยชาเช่นนี้… ช่าง…”
อวี้เชียนที่ยืนอยู่ข้างกันนั้นกลับมีสีหน้าเย็นชาขึ้นมาหลายส่วน
“ฝานอวิ๋นเซียว ระวังคำพูดหน่อย ความผิดที่นางกระทำใหญ่หลวงมากนัก!”
การเข้าไปยุ่มย่ามกับด่านเป็นตายนับว่าใจกล้ามากโดยแท้!
ยิ่งไปกว่านั้น การที่นางทำเช่นนี้ก็เพื่อคิดฉวยโอกาสแก้แค้นน้องแปดเพียงเท่านั้น!
ช่างโง่งมไร้ความคิดมากเสียจริง!
ฝานอวิ๋นเซียวเอ่ยปาก
“หากมิใช่เพราะจั่วเสินเจียงกับน้องแปดผู้นั้น…”
ยังไม่ทันพูดจบ เมื่อสบเข้ากับสายตาที่เปี่ยมด้วยเชิงตักเตือนของอวี้เชียน ท้ายที่สุดเขาก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับลงคอไป
สิ่งสำคัญก็คือนางมีความรู้สึกให้จั่วเสินเจียงอยู่บ้างเป็นแน่
เช่นนั้นแล้วนางจะไปทนต่อแรงกระตุ้นพวกนี้ได้อย่างใด?
ทั้งยังไม่น่าแปลกใจเลยที่นางจะสูญเสียการควบคุมจนกระทำเรื่องโง่เขลาไปตั้งมากมายเช่นนี้
อวี้เชียนมองดูซูจิ้งแวบหนึ่ง
“จนป่านนี้แล้ว ก็ยังมีกะจิตกะใจเป็นห่วงยอดเขาโอสถ… แต่นางหารู้ไม่ว่า นับจากนี้ไปทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับนางอีกแล้ว!”
ตอนนี้เขาเพียงหวังว่าเรื่องของซูจิ้งจะไม่ลากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์และพวกเขาเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย!
ฝานอวิ๋นเซียวที่ได้ยินดังนั้น ก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนปัญญา
…
ซูจิ้งที่ได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเพียงว่าในช่วงอกพลันมีเลือดสูบฉีดและการกระเพื่อมไหวของลมปราณ!
สิ่งที่นางอยากจะพูดก็คือค่ายกลของยอดเขาโอสถ!
ทว่าคนพวกนี้…
อุ่ก!
ด้วยอารมณ์รุนแรงที่ตีขึ้น ท้ายที่สุดซูจิ้งก็กระอักเลือดออกมา ก่อนจะหมดสติล้มนอนไปกับพื้น
แท้จริงแล้ว เรื่องนี้ก็มิอาจโทษพวกอวี้เชียนได้ทั้งหมดจริงๆ
สาเหตุที่พวกเขามองดูอย่างเย็นชาอยู่ด้านข้างเช่นนี้ มุมหนึ่งเป็นเพราะการที่ซูจิ้งกระทำความผิดนั้นไร้หนทางช่วยเหลือแล้ว ส่วนอีกมุมหนึ่ง หลายปีมานี้นางหมกมุ่นอยู่กับการควบคุมดูแลยอดเขาโอสถไว้ในมือ ถึงขั้นที่ยามผู้คนได้ยินนางพูดถึงยอดเขาโอสถ ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวนางนั้นยังคงโอบอุ้มความคิดบางอย่างที่มีต่อยอดเขาโอสถไว้
ด้วยเหตุผลมากมายหลายประการ จึงนำไปสู่เหตุการณ์เช่นนี้
ในท้ายที่สุดแล้ว ก็ทำได้แค่โทษตัวนางเองเท่านั้น
…
สายตาของฉู่หลิวเยว่หยุดค้างอยู่ที่ซูจิ้งไว้เนิ่นนานทีเดียว
“นายท่าน ท่านมองนางเหตุใดกันหรือ?”
คนที่ถูกตัดสินโทษตายคนหนึ่ง มีอันใดน่าดูกัน?
ฉู่หลิวเยว่เบนสายตากลับมา นางเอียงศีรษะน้อยๆ มองดูน้องแปด
ดวงตาดำขลับของนางเรียบนิ่ง ทว่าลึกลงไปในแววตาราวกับมีคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมโถม ดูลึกลับซับซ้อน เข้าใจได้ยากนัก
น้องแปดงุนงงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบใบหน้าของตัวเองไปมา
“นายท่าน ท่าน… มองข้าแบบนี้เหตุใดหรือเจ้าคะ”
หรือว่าบนหน้าของนางมีอันใดติดอยู่หรือ?
ฉู่หลิวเยว่ส่ายศีรษะ
“ไม่มีอันใด แค่จู่ๆ ก็คิดขึ้นได้ว่า เมื่อครู่ผลงานของเจ้า… ในด่านเป็นตายยอดเยี่ยมนัก ทั้งยังเหนือกว่าซูจิ้งอยู่หลายส่วนเสียด้วยซ้ำ”
นัยน์ตางดงามของน้องแปดกะพริบน้อยๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มน่ารักที่แฝงแววพึงพอใจออกมา
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว! ข้าเป็นคนของนายท่านนะ! ต้องเก่งกว่านางอยู่แล้ว!”
ไม่รู้ว่าฉู่หลิวเยว่นั้นคิดถึงอันใดอยู่ ทว่ามุมปากของนางกลับยกโค้งเป็นรอยยิ้มบางๆ
…
ภายในห้องพัก เฉินอียังคงลงมืออย่างต่อเนื่อง ส่วนลั่วเฟิงนั้นยืนกลั้นหายใจใช้สมาธิจดจ่ออยู่ด้านข้าง
หลังจากลำแสงสีน้ำฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นมา มันก็เริ่มล่องลอยไปทั่วสี่ทิศตามการเคลื่อนไหวของเฉินอี
ก่อนจะเข้าปกคลุมไปทั่วเหล่าเทือกเขาที่เชื่อมแนวติดกันและลำน้ำใสสะอาดบนผังทรายจำลอง