ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2452 บันทึกหมื่นเซียน
ฉู่หลิวเยว่เห็นว่าได้จังหวะก็หยุดทันที นางหมุนกายเดินออกไป ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงแหวนที่เป็นของฝั่งปรมาจารย์
ทันทีที่เข้าไป นางพลันรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลอันบรรยายได้ยากเข้าโอบล้อมตัวเองในพริบตา!
สายตาที่เปี่ยมด้วยแววข่มขู่และเจตนาคุกคามหยุดลงที่นางเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเบนหลบไปในท้ายที่สุด
นางใช้ปลายลิ้นดุนเหงือกด้านบน เนิ่นนานทีเดียว ริมฝีปากแดงระเรื่อก็หยักยกเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็น
หากเขาอยากแสดงนัก นางก็จะเล่นตามน้ำไปด้วย
นางอยากดูเสียเหลือเกินว่าที่เขาลงทุนลงแรงไปมากมายปานนี้ สรุปแล้ว…คิดจะทำอันใดกันแน่?
…
“พวกเจ้ามีเวลาหนึ่งเค่อในการตัดสินใจเลือกครั้งสุดท้าย”
สุรเสียงของหรงซิวทำลายบรรยากาศอันแปลกประหลาดภายในตำหนักหลักที่เงียบสงัด
บรรดาฝูงชนจึงได้สติกลับมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ก่อนจะเริ่มแยกย้ายเลือกหาพื้นที่มั่นเหมาะสำหรับตัวเอง
ทว่าก็ยังมีคนบางส่วนที่เปี่ยมด้วยความฉงนสงสัย
เมื่อครู่… เหตุใดเหมือนว่าท่าทีของท่านเทพที่มีต่อแม่นางผู้นั้นจะแตกต่างอยู่บ้างเล่า?
หากเรียกนางไปเพราะว่านางเป็นอัจฉริยะรอบด้าน จึงต้องเลือกหนึ่งในสี่หนทางไปต่อ นั่นยังพอเข้าใจได้
แต่ถวนซิ่นจื่ออันนั้น… ให้นางแก้มันออกเองไม่ได้หรือไร?
ท่านเทพนั้นสูงศักดิ์เย็นชา ทั้งยังลึกลับและทรงพลังยิ่ง แม้แต่บรรดาเสินสื่อทั้งหลายยังไม่กล้าเข้าใกล้ ทว่ามาบัดนี้กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ไปได้…
จะว่าอย่างใดดี ท้ายที่สุดแล้วมันก็ยังดูแปลกประหลาดอยู่หลายส่วนนัก…
ทว่าในตอนที่พวกเขากวาดตามองฉู่หลิวเยว่อีกรอบ กลับเห็นว่าสีหน้าของนางปกติอย่างยิ่ง ราวกับไม่ได้หยิบยกเรื่องเมื่อครู่มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
นี่…
น้องแปดเริงร่าขึ้นมาหลายส่วน ริมฝีปากแดงหยักยกเผยรอยยิ้ม
“เยี่ยมไปเลย ข้ารู้สึกมาตั้งนานแล้วว่าของสิ่งนี้มันเกะกะสิ้นดี!”
ทั้งยังน่าเกลียดมากด้วย!
ในที่สุดตอนนี้ก็ทิ้งมันได้แล้ว!
นางคิดพลางยื่นมือไปทางถวนซิ่นจื่อที่ถักร้อยอยู่บริเวณเอวของชีหาน
“เช่นนั้นข้าช่วยท่านแกะเจ้านี่ทิ้งแล้วกันนะพี่เจ็ด!”
อย่างใดเสียพวกเขาก็ไม่ได้กล้าหาญมากพอที่จะไปให้ท่านเทพช่วยปลดมันออกอยู่แล้ว
… อยากตายมากนักหรือไรแบบนั้น?
ทว่ายังไม่ทันได้จับถวนซิ่นจื่อ ปราณกระบี่เย็นเยียบรุนแรงสายหนึ่งพลันพุ่งเข้ามา!
ฉึบ!
ถวนซิ่นจื่อบริเวณเอวชีหานพลันถูกตัดขาด ร่วงหล่นลงพื้นทันควัน!
น้องแปดเบิกตากว้างน้อยๆ จากนั้นก็หันศีรษะกลับไปมอง
เยี่ยนชิงนั้นเดินตามเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้กำกระบี่ไว้ในมือ
กระบี่เมื่อครู่เป็นฝีมือเขานั่นเอง
น้องแปดยังไม่ทันจะตอบโต้ก็พลันรู้สึกถึงความเย็นวาบบริเวณช่วงเอว
หลังจากนั้น… ถวนซิ่นจื่อบนตัวนางเองก็ถูกฟันขาดในชั่วพริบตาเช่นกัน!
ครู่ต่อมา ถวนซิ่นจื่อจำนวนหนึ่งก็ลอยทะยานไปทางเยี่ยนชิง
กระบี่ของเยี่ยนชิงทั้งฉับไวและแม่นยำมากนัก
เพียงกระบี่เดียวก็สามารถฟันถวนซิ่นจื่อของพวกเขาทุกคนให้ขาดออกจากกันได้!
อีกทั้ง ปราณกระบี่สายนี้แม้จะเฉียบคมอย่างยิ่ง ทว่ากลับไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว
ฝ่ามือของหรงซิวสะบัดไหวน้อยๆ ถวนซิ่นจื่อเหล่านี้ก็หายเข้าไปในชายเสื้อคลุมของเขาจนหมดสิ้น
กระทำการอย่างเงียบเชียบ ไร้ร่องรอยโดยสิ้นเชิง
บรรดาฝูงชนเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอันใดต่อ
…อย่างใดเสียทุกคนก็ได้รับการปฏิบัติเหมือนกันหมด!
มือของน้องแปดร่วงหล่นสู่ความว่างเปล่า
นางคว้าจับได้แต่อากาศ รู้สึกสูญเสียไปเล็กน้อย
จากนั้นนางก็หันไปจ้องเยี่ยนชิงตาเขม็ง
จะรีบร้อนอันใดปานนั้น!
ถึงรอให้นางปลดด้วยตัวเองไม่ได้?
หากกระบี่นั่นทำนางบาดเจ็บเข้าจะทำอย่างใด!
แน่นอนว่าตัวนางเองก็รู้ดีว่า ด้วยความสามารถของเยี่ยนชิงไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดเช่นนั้นไปได้
แต่… เขาไม่เห็นเลยหรือว่าท่านเทพทำอย่างใดน่ะ!?
แม้ท่านเทพจะหลอกลวงนายท่าน แต่ดีร้ายอย่างใดก็ทำแบบนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ได้หนา!
ชีหานมองเยี่ยนชิงแวบหนึ่ง ก่อนจะตบบ่าน้องแปดเบาๆ
“แผลของเจ้ายังไม่หายดี ทีหลังต้องระวังให้มากหน่อย
น้องแปดบึนปาก “อือ”
…
ในไม่ช้า ผู้ฝึกตนที่กำลังรอโอกาสที่จะได้ขึ้นสวรรค์ทลายเทพทุกคนล้วนประจำอยู่ที่ตำแหน่งของตัวเองเป็นมั่นเหมาะ
ฟึ่บ!
หรงซิวสะบัดฝ่ามือคราหนึ่ง อัญเชิญบันทึกหมื่นเซียนออกมาทันใด!
แสงสว่างบนบันทึกนั้นเรืองรองยิ่ง ทว่าก็ยังเห็นได้เลือนรางว่ามีรายชื่อของผู้คนปรากฏขึ้นบนบันทึกม้วนนั้น
“ชื่อของผู้ที่ขึ้นสวรรค์ทลายเทพจะปรากฏอยู่ในม้วนแรกของบันทึกหมื่นเซียนขึ้นมาเอง”
หรงซิวกล่าว
บรรดาฝูงชนได้ยินดังนั้นล้วนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นดีใจขึ้นมาจางๆ
พวกเขาส่วนใหญ่ต่างรอคอยกันมากหลายหมื่นปีก็เพื่อวันนี้!
ตอนนี้นับได้ว่าถึงเวลาเสียที จะไม่ให้ผู้คนรู้สึกตื้นตันกันได้อย่างใด?
หึ่ง!
ไวเท่าความคิดหรงซิว ลำแสงสายหนึ่งพลันสาดส่องออกมาจากบันทึกหมื่นเซียน!
ขณะเดียวกันนั้น ภาพมายาขนาดใหญ่มหึมาพลันปรากฏขึ้นเหนือตำหนักหลักของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์!
นั่นมัน… บันทึกหมื่นเซียน!
เมื่อเทียบกับม้วนที่อยู่ในตำหนักของหรงซิวแล้ว ภาพมายานี้ใหญ่กว่ามากอย่างเห็นได้ชัด
ยามผู้คนที่รอคอยอยู่ด้านนอกประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้ยลภาพฉากนี้ ก็ส่งเสียงอึกทึกอื้ออึงขึ้นมาทันใด!
“บันทึกหมื่นเซียน!”
“ถ้าท่านเทพอัญเชิญบันทึกหมื่นเซียนออกมา แปลว่าในที่สุดก็จะเริ่มแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีใครขึ้นสวรรค์ทลายเทพสำเร็จบ้าง…”
“คนอื่นน่ะไม่เท่าไร คนที่ข้าสงสัยมากที่สุดก็คือซั่งกวนเยว่ พวกเจ้าว่า นางที่ไม่มีตราแห่งสายเลือดศักดิ์สิทธิ์จะทำสำเร็จหรือเปล่า”
“นี่… เกรงว่ายังตอบอันใดไม่ได้หนา…”
หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาย่อมต้องปฏิเสธความเป็นไปได้ข้อนี้ทิ้งอย่างแน่นอน
ทว่าหลังจากประสบกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในระยะนี้มา ผู้คนที่ถูกตอกหน้าเข้าบ่อยครั้งนับว่ามีประสบการณ์มาแล้ว จึงไม่กล้าตัดสินตามอำเภอใจอีก
“รายชื่อบนบันทึกหมื่นเซียนนั้น นอกจากท่านเทพแล้วก็ไม่มีใครเห็น มีเพียงตอนรายชื่อของผู้ฝึกตนปรากฏบนบันทึกในชั่วพริบตาที่ขึ้นสวรรค์ทลายเทพเท่านั้นที่คนในใต้หล้าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง ไม่รู้เลยว่า… ครั้งนี้ใครกันแน่ที่จะขึ้นสวรรค์ทลายเทพได้เป็นคนแรก แล้วสลักชื่อของตัวเองลงบนบันทึกหมื่นเซียน!”
………………..