ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2487 ข้าสมควรได้รับสิทธิ์นี้
ตอนที่ 2487 ข้าสมควรได้รับสิทธิ์นี้
……………
“และเสินเยว่ ก็สามารถทำพันธสัญญาร่วมชีวิตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
“ในอดีตเมื่ออี้หลิงสิ้นชีพ ได้ทิ้งพลังปราณไว้ดวงหนึ่ง และเสินเยว่ได้คิดหาวิธีเก็บรักษาไว้ที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง และการมีอยู่ของพลังปราณดวงนี้ทำให้พันธสัญญาร่วมชีวิตยังคงอยู่จนถึงตอนนี้”
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดมาตลอดว่าอี้หลิงจะกลับมาด้วยการพึ่งพันธสัญญานี้ แต่ไม่คิดว่ามันจะเลือกส่งต่อพันธสัญญานี้ไปยังตัวเจ้าแทน…”
วิญญาณร้ายหัวเราะเยาะ
“บางทีมันอาจรู้ว่าศพที่ฝังอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงนั้น ไม่อาจช่วยเสินเยว่จุดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้อีก”
เพียงคำพูดไม่กี่ประโยค แต่กลับทำให้ถวนจื่อตกตะลึงจนนิ่งค้างในทันที!
ความหมายนี้…
ความหมายนี้…
นางหันกลับไปโดยไม่รู้ตัวพลางมองไปทางฉู่หลิวเยว่
สายตาทั้งคู่ประสานกัน
ฉู่หลิวเยว่หลับตาลง เพื่อซ่อนความรู้สึกที่เอ่อล้นในดวงตา
หัวใจของถวนจื่อพลันหนักอึ้งลงทันที
นี่คือ…เรื่องจริง!?
เสียงนั้นดูเหมือนจะมาพร้อมด้วยพลังสะกดชวนให้หลงใหลดังขึ้น
“เจ้าดูภูเขาเฟิ่งหมิงสิ”
ถวนจื่อตัวแข็งค้างพลางหันหน้าไปมองภูเขาเฟิ่งหมิงที่อยู่เบื้องหลังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ทั้งสูงชันและอันตราย
เปลวเพลิงสีแดงทองลุกไหม้อย่างเงียบงันบนยอดของมัน
“ในวินาทีที่เจ้าเปิดเส้นชีพจรที่เก้า อี้หลิงก็ถึงคราวดับสูญทั้งดวงวิญญาณ!”
“ไม่นะ!”
แต่เสียงของเขากลับถูกกลืนหายไปพร้อมเสียงระเบิดที่ดังสนั่น
ฉัวะ…ตู้ม!
ปราณกระบี่พุ่งตรงไปยังภูเขาเฟิ่งหมิง และชนเข้าอย่างรุนแรง!
ในชั่วพริบตาภูเขาสั่นสะเทือนรุนแรง เปลวเพลิงที่ไม่สิ้นสุดพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ภูเขาเฟิ่งหมิงอันกว้างใหญ่เริ่มพังทลายลง!
ในขณะเดียวกันเสียงคำรามของมังกร จู่ๆ ก็ดังขึ้นจากใต้ภูเขาเฟิ่งหมิงในระยะไกล!
เมื่อได้ยินเสียงคำรามนั้น ทุกคนต่างตกตะลึง
วิญญาณร้ายบอกว่าใต้ภูเขาเฟิ่งหมิงเป็นที่ฝังศพของอี้หลิง แต่เสียงมังกรคำรามนี้…เกิดขึ้นได้อย่างใดกัน
ไม่นานนัก ภูเขาเฟิ่งหมิงทั้งหมดก็ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง
หลุมลึกปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
ภายในนั้นกลับพบว่ามีโครงกระดูกสองร่างถูกฝังไว้!
หนึ่งในนั้นคือหงส์ทองคำ นั่นก็คืออี้หลิงในอดีต
ยังมีอีกศพหนึ่ง…เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นซากของไท่ซวีเฟิ่งหลง!
ใครที่เป็นนายท่านของโครงกระดูกนี้คงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ
บรรพชนแห่งเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลง โหมวอวี่!
ปลวเพลิงลุกโชนรอบด้าน ความร้อนแผดเผาจนแทบจะทำให้มิติโดยรอบบิดเบี้ยว
ในขณะนั้นปราณกระบี่อีกสายพลันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
เมื่อแรงบีบคั้นอันน่าสะพรึงถาโถมเข้ามา ซากกระดูกทั้งสองถูกบดขยี้เป็นผุยผงอย่างเงียบงัน!
ถวนจื่อตะลึงงันพลันสั่นสะท้านขึ้น!
โหมวเจินรีบพุ่งเข้ามาด้วยความหวาดหวั่นและโกรธแค้น
“โหมวอวี่ทำเพื่อข้า?”
วิญญาณร้ายหัวเราะเยาะเหมือนได้ฟังเรื่องตลก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า
“ในปีนั้นหากไม่ใช่เพราะมันที่เสนอเงื่อนไขเช่นนี้ จะมีทางช่วยให้เผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงของเจ้ามีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้หรือ”
เมื่อหมื่นปีก่อน ไท่ซวีเฟิ่งหลงและหงส์ทองคำต่างเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาลทั้งสองตัว แต่เสินเยว่กลับให้ความสำคัญกับหงส์ทองคำมากกว่า ไม่เพียงแค่เก็บรักษาภูเขาเฟิ่งหมิงไว้ ยังได้ทำพันธสัญญาร่วมชีวิตกับอี้หลิงด้วย
แม้จะเป็นเช่นนั้น โหมวอวี่ยังคงปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะร่วมมือกับมันไม่ว่าอย่างใดก็ตาม
มันจดบัญชีความแค้นต่อไท่ซวีเฟิ่งหลงไว้ในใจ
ต่อมาเมื่ออี้หลิงสิ้นชีวิต มันก็ทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงกระดูกของอี้หลิงกลับคืนมา แล้วนำไปฝังไว้ใต้ภูเขาเฟิ่งหมิง
มันรู้ถึงการมีอยู่ของพันธสัญญาร่วมชีวิต ดังนั้นจึงคิดมาตลอดว่าตราบใดที่สามารถเก็บรักษาร่างของอี้หลิงไว้ได้ ก็จะทำให้พลังของเสินเยว่อ่อนแออลงในอนาคต และยิ่งเพิ่มโอกาสชนะมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นอี้หลิงได้เปิดเส้นชีพจรที่เก้าแล้ว แม้จะตายไปแล้ว แต่ในกระดูกยังคงอัดแน่นไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงอย่างมหาศาล
ตลอดหลายปีที่ผ่านมามันสั่งคนไปจับไท่ซวีเฟิ่งหลงกลับมา และใช้พลังของภูเขาเฟิ่งหมิง บังคับเปิดเส้นชีพรจรที่ก้าว
น่าเสียดายที่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นดั่งหวัง
หลังจากนั้นมันค่อยๆ ล้มเลิกความตั้งใจ และขโมยพลังแห่งสายเลือดของเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงเป็นครั้งคราว เพื่อรักษาเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเอาไว้
ในเวลานั้นด้วยพลังที่หลงเหลืออยู่ในกระดูกของอี้หลิงยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม มันจึงไปหา
โหมวอวี่ ขมขู่เอาชีวิตของผู้คนในเผ่าเป็นตัวประกัน บีบบังคับให้โหมวอวี่สังเวยชีวิตตนเอง จากนั้นร่างของทั้งสองก็ถูกฝังไว้ใต้ภูเขาเฟิ่งหมิง เพื่อควบคุมพลังของอี้หลิงเอาไว้
โหมวเจินราวกับถูกสายฟ้าฟาด
“เจ้า…เจ้าพูดอันใด! บรรพชน…ไม่ได้ยอมจำนนต่อเจ้าเองหรือ”
วิญญาณร้ายยกกระบี่ในมือขึ้นเล็กน้อย ก่อนหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจและพูดขึ้นว่า
“เรื่องมาถึงตอนนี้เจ้าเพิ่งจะเข้าใจอย่างนั้นหรือ”
มันก็ไม่เคยใส่ใจเช่นกัน
ดังนั้นคำพูดเช่นนี้ของมันจึงเอ่ยออกมาอย่างง่ายดาย เปิดเผยตรงไปตรงมา และเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง!
โหมวเจินรู้สึกสับสนมึนงงไปหมด
หลังเหตุการณ์ความวุ่นวายในครั้งนั้น เผ่าหงส์ทองคำกลายเป็นคนบาป ส่วนเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงก็ได้รับคำสั่งจากปฐมกษัตริย์โหมวอวี่ให้ออกจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
ทุกคนในเผ่าต่างเชื่อว่าการตัดสินใจเช่นนี้ขอโหมวอวี่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยกลับไปยังตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อีกเลย
จนกระทั่งครั้งนี้ที่ประตูสวรรค์เปิดขึ้นโหมวเจินจึงกลับมาเพื่อสักการะบรรพชน
รวมทั้งโหมวเจิน หรือเหล่าหัวหน้าเผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงในอดีต ทุกคนต่างเชื่อว่าการตัดสินใจในครั้งนั้นของบรรพชนโหมวอวี่เป็นสิ่งที่เขาเลือกทำด้วยตัวเอง!
ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่เข้ามาในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ ในใจของเขาก็รู้สึกสับมากอยู่ตลอดเวลา
ไม่คิดเลยว่าวิญญาณร้ายจะเอาชีวิตของคนในตระกูลมาเป็นเครื่องต่อรองจนบังคับให้โหมวอวี่ต้องทำเช่นนี้!
ความโกรธและความเกลียดชังที่ไม่อาจะลบล้างไปได้ พลันพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจในทันที!
โหมวเจินตัวสั่นเทาขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นพลังอันน่าจะพรึงก็ระเบิดออกจากร่างของเขาอย่างรุนแรง!
เสียงคำราม!
โหมวเจินเปลี่ยนเป็นร่างที่แท้จริง!
ครู่ต่อมาหางของมังกรฟาดใส่วิญญาณร้ายเข้าเต็มแรง!
แทบจะในเวลาเดียวกันที่ถวนจื่อก็มีปฏิกิริยาโต้กลับในทันที มันกระพือปีกบินขึ้นพลางพ่นลูกไฟออกมาสองสาย!
อสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาลทั้งสองตัวโจมตีจากทางซ้ายและขวา!
แต่วิญญาณร้ายกลับดูไม่สะทกสะท้าน
“ข้าเคยบอกแล้ว่าในอดีตอี้หลิงและโหมวอวี่ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า แล้วนับประสาอันใดกับพวกเจ้า!?”
เมื่อสิ้นเสียง อาณาเขตเซียนเทพสีเงินแดงพลันพุ่งกระจายออกมาราวกับแม่น้ำไหลเชี่ยว แผ่ขยายออกไปไกล
ดูท่าแล้วเหมือนมันตั้งใจจะบีบบังคับถวนจื่อและโหมวเจินไปด้วย
ในขณะนั้นเสียงอันแผ่วเบาดังขึ้นในทันที
“ตุ๊บ”
เสียงเหมือนก้อนหินกลิ้งตกกระทบพื้นดังขึ้น
เมื่อถวนจื่อหันกลับไป ก็เห็นก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นรูปร่างไม่สมส่วนก้อนหนึ่งกลิ้งมาหยุดอยู่ข้างตัวนางในทันที
“ตุ๊บ”
อีกก้อนหนึ่งกลิ้งตามมาหยุดอยู่ใกล้ๆ
ก้อนที่สาม
ก้อนที่สี่
ก้อนหินจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พลันพุ่งออกมาจากแหวนเฉียนคุนบนมือของฉู่หลิวเยว่
เพียงชั่วพริบตาก้อนหินเหล่านั้นก็กระจายตัวออกไปครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของท้องฟ้า
อาณาเขตเซียนเทพสีเงินที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เริ่มลดความเร็วลงจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
วิญญาณร้ายกล่าวขึ้นในทันที
“การต่อสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องระหว่างข้ากับเจ้า หากโหมวเจินเข้ามายุ่ง นั่นเป็นการทำลายกฎ!”
โหมวเจินโกรธแค้นอย่างมาก
“เจ้าฆ่าบรรพชนของพวกเรา ความแค้นนี้เผ่าไท่ซวีเฟิ่งหลงจะไม่มีวันอยู่ร่วมฟ้าเดียวกับเจ้า!”
เสียงหัวเราะของวิญญาณร้ายแฝงความเย้ยหยัน
“เจ้าจะลงมือ?”
โหมวเจินยังไม่ทันได้พูดอันใด ก็ได้ยินเสียงเย็นเยียบและทรงอำนาจดังขึ้น
“เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้กับเจ้า แต่ข้า…คู่ควรกับสิทธิ์นี้!”
……………