ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 21 รอคอย
ค่ำคืนท่ามกลางความเงียบงัน
วันรุ่งขึ้น แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองก็เดินทางมาถึงเรือนของน้องแปด เมื่อพวกนางเห็นท่าทางการเดินของน้องแปด พวกนางก็หยุดชะงักไปทันที
“พี่แปด พี่เป็นอันใดไปหรือ”
แม่นางทั้งสองรีบสาวเท้าขึ้นมาด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นว่าเท้าข้างหนึ่งของน้องแปดไม่ได้สวมรองเท้า และถูกพันผ้าพันแผลเอาไว้
น้องแปดพูดว่า
“เร็วเข้า มาช่วยพยุงข้าไปพักที”
แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองรีบทำตามที่นางบอก พร้อมช่วยพยุงนางเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ในเรือน
หลังจากได้นั่งลงแล้ว น้องแปดก็ร้องโอดโอยขึ้นมา
“โอ๊ย…”
“พี่แปด นี่พี่เป็นอันใดไป ดูท่าทางเหมือนเหนื่อยล้ามาก”
แม่นางสิบสองถามขึ้นอย่างเป็นกังวล
น้องแปดโบกมือขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ไม่มีอันใด ข้าแค่เหนื่อยใจเท่านั้น”
แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองหันมองหน้ากัน
พวกนางไม่ค่อยพบเห็นท่าทางเหล่านี้ของน้องแปดบ่อยนัก…
“พี่แปด เมื่อวานนี้พี่ยังดีๆ อยู่เลยมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้ถึงบาดเจ็บได้ล่ะ”
แม่นางสิบเอ็ดที่อยู่ด้านข้างก็ถามขึ้น
แม่นางสิบสองเหลือบสายตามองรอยคล้ำใต้ตาของอีกฝ่าย เหมือนว่านางจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เดิมทีนางอยากจะถามอีกสักประโยคสองประโยค แต่ในตอนนั้นนางไม่รู้ว่าควรจะพูดว่าอย่างไรดี ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนเรื่องคุย
“พี่แปด วันนี้ข้านำดอกเฟิงเตี๋ยมาให้ท่านด้วย”
น้องแปดมองไปทางด้านข้าง เมื่อเห็นดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ในตะกร้า ดอกไม้เหล่านั้นช่างสดใส งดงามมาก
นางตอบรับเสียงเกียจคร้าน
“ขอบคุณนะน้องสิบเอ็ดน้องสิบสอง”
แต่ตอนนั้นนางก็หลับตาลงอีกครั้ง เหมือนว่ารู้สึกง่วงมาก แต่ก็มีอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจ
แม่นางสิบเอ็ดและแม่นางสิบสองมองหน้ากัน พวกนางเห็นสายตามึนงงของกันและกัน
พี่แปดเคยชอบสิ่งนี้มากที่สุด แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ แม้กระทั่งหันมามองก็ยังเกียจคร้าน
แม่นางสิบเอ็ดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามว่า
“พี่แปด…กำลังมีเรื่องอันใดหนักใจอยู่หรือไม่”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง น้องแปดก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมลุกขึ้นนั่งแล้วชี้ที่ใบหน้าของตัวเอง
“ข้าสวยหรือไม่”
ทั้งสองคนมึนงงไป แต่ก็พยักหน้า
“สวย”
ทั่วทั้งพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ มีใครไม่รู้ว่าพี่แปดงดงามและน่าดึงดูดตาขนาดนี้
“นั่นน่ะสิ…”
น้องแปดบ่นพึมพำ
นางงดงามเช่นนี้ อีกทั้งยังโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่าย แต่ทำไม…เยี่ยนชิงถึงไม่สะทกสะท้านเลย
นางนวดขมับของตัวเอง เหตุการณ์เมื่อวานนี้ปรากฏขึ้นมาในสมองอีกครั้ง
ล่วงเกินงั้นหรือ
ในเมื่อนางรู้ใจตัวเองแล้ว นางก็จะเริ่มลงมือทันที
เพียงแต่…นางคิดไม่ถึงว่า เยี่ยนชิงจะเป็นเหมือนกับกำแพงหินแบบนี้!
ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด อีกทั้งยังเข้าใกล้ขนาดนั้น
ตามหลักการแล้ว ผู้ชายจะต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
แต่เยี่ยนชิงไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ไม่ ถ้าพูดให้ถูกต้องคือ เขาขยับ…ขยับมาดึงตัวนางออก อีกทั้งยังผลักนางลงไปบนเตียง ซ้ำยังห่มผ้าให้ด้วย!
เขายังพูดอีกว่า
“เข้าใจแล้ว”
“พักผ่อนเยอะๆ นะขอรับ”
จากนั้นเขาก็เดินจากไป
เดินจากไปแล้ว!
ตอนจะไปยังไม่ลืมที่จะปิดประตูให้ดีด้วย
จนกระทั่งร่างกายของเขาหายไปจากครรลองสายตา หลังจากผ่านไปสักพักน้องแปดก็ยังไม่สามารถดึงสติกลับมาได้
หลังจากนั้นนางก็นอนไม่หลับเกือบทั้งคืน
เป็นเรื่องน่าอัปยศมาก!
ก่อนหน้านี้มีแต่คนไล่ตามเกี้ยวนาง นางไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มต้นแบบนี้เลยสักครั้ง
เคลื่อนทัพออกศึกไม่ทันคว้าชัย ตัวมาตายเสียก่อน อีกทั้งคลื่นยังสาดซัดนางกลับมา
น้องแปดกัดฟันกรอดด้วยความโมโห
แน่นอนว่านางไม่ได้โมโหคำตอบของเยี่ยนชิง แต่…ปฏิกิริยาตอบสนองเช่นนั้นมันมีความหมายแฝงอยู่!
น้องแปดลูบปลายคาง ท่าทางโมโหมาก
ชายคนหนึ่งสามารถสงบนิ่งได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานาน
ด้วยนิสัยของเยี่ยนชิงแล้วก็ต้องเป็นอย่างนั้น
หากพูดว่าโกรธ ความจริงแล้วนางรู้สึกผิดหวังและเสียดายมากกว่า
นางเป็นแบบนี้ เยี่ยนชิงกลับไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้นเขาจะชอบแบบใดกันเล่า
“…หากรู้เช่นนี้ข้าน่าจะสัมผัสให้มากกว่านี้สักหน่อย…”
นางพูดเสียงต่ำด้วยความขมขื่น
“พี่แปด พี่พูดว่าอันใดหรือ”
แม่นางสิบสองถามขึ้นด้วยความสงสัย
น้องแปดเอนตัวลงนอนเช่นเดิมด้วยความหดหู่
“ไม่มีอันใด ข้าแค่กำลังคิดว่า ผู้ชายบางคนไม่เห็นจะเหมือนผู้ชายเลย…”
แม่นางสิบสองมีใบหน้ามึนงง
แม่นางสิบเอ็ดกลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นก็ขยับเข้าไปใกล้แล้วก็กระซิบถามว่า
“พี่แปด ถ้าอย่างนั้นพี่หมายความว่าคุณชายหยวนไม่ดีอย่างนั้นหรือ”
น้องแปดชะงักไป
“ใครนะ”
แม่นางสิบเอ็ดเองก็ตกใจไปครู่หนึ่ง
“ถ้าไม่ได้หมายถึงเขา แล้วพี่หมายถึงใคร”
แม่นางสิบสองนึกขึ้นมาได้ แล้วรีบปิดปากตัวเองทันที
“อ๊า! มิใช่คุณชายหยวนอย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้น…”
ถ้าอย่างนั้นคำพูดที่นางบอกกับแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายขวาก็ผิดพลาดไปแล้ว
น้องแปดกวาดสายตามองทั้งสองคน แล้วสามารถอ่านความคิดของพวกนางทั้งสองคนออก ดังนั้นจึงต้องส่ายหน้าออกมาอย่างอดไม่ได้
“พวกเจ้าคิดไปถึงไหนกันแล้ว…มิใช่เขาแน่นอน”
แม่นางสิบสองพูดพึมพำเสียงต่ำ
“…บนโลกนี้มีคนไม่ชอบพี่แปดด้วยอย่างนั้นหรือ”
น้องแปดรู้สึกเศร้า
“เขาคงจะตาบอดล่ะมั้ง”
…
เยี่ยนชิงกำลังหลอมกระบี่อยู่
อวี๋มั่วเดินเข้ามาหา แต่เขากลับไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ เขาเอนตัวพิงกำแพง แขนสองข้างกอดอก
พร้อมถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้เจ้าเพิ่งกลับมาตอนเช้ามืด เมื่อคืนวานนี้เจ้าไปทำสิ่งใดมาอย่างนั้นหรือ”
เยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย แล้วเก็บปราณกระบี่ลง ปราณกระบี่ที่แหลมคมตัดผ่านอากาศ
เขาพูดว่า
“ข้านอนไม่หลับก็เลยออกไปเดินเล่น”
อวี๋มั่วหัวเราะแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นมา ในดวงตาแฝงความหมาย
เยี่ยนชิงขมวดคิ้วขึ้น พร้อมเตรียมตัวเดินจากไป
แต่ตอนที่เดินผ่าน อวี๋มั่วกลับใช้ข้อศอกสะกิด แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
“ไปเฝ้าอยู่ที่ด้านหน้าประตูเรือนเสินสื่อลำดับที่แปดทั้งคืนรู้สึกอย่างใดบ้าง”
เยี่ยนชิงชะงักฝีเท้า ในที่สุดก็หันมามองอีกฝ่าย
อวี๋มั่วยักไหล่
“เฮ้อ ตอนนั้นเจ้าคิดสิ่งใดอยู่กัน ข้าก็อยู่ที่นั่นด้วยแต่เจ้ากลับไม่สังเกตเห็น”
แววตาของเยี่ยนชิงวูบไหวเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้พูดอะไร
อวี๋มั่วตบไหลของเขา
“หึ ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย โอกาสมาแล้ว หากเจ้าพลาดครั้งนี้ก็จะไม่มีครั้งต่อไป”
เยี่ยนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าจะไปพบท่านเทพ”
เมื่อเขาเดินออกไปได้สักระยะ แต่กลับพบทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
“แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย”
คนคนนั้นประสานหมัดทำความเคารพ
“ทางด้านอาณาจักรเสิ่นซวี่เกิดเหตุการณ์บางอย่าง รบกวนท่านช่วยไปดูด้วย”
เยี่ยนชิงครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้า
เขาหันไปมองยังทิศทางหนึ่ง เหมือนสามารถได้ยินเสียงหยอกล้อของอีกฝ่าย
ดังนั้นเขาจะหมุนตัวกลับไป แล้วเดินไปอีกทาง
“นำทางไป”
…
ภูเขาเฟิ่งหมิง
หลังจากปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้มาได้สักระยะ ตอนนี้ภูเขาเฟิ่งหมิงก็ไม่ได้หมดสภาพเหมือนแต่ก่อนแล้ว
ที่แห่งนี้ไม่มีภูเขาเฟิ่งหมิงที่สูงตระหง่านอีกต่อไป มีเพียงแค่พื้นหญ้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
ถวนจื่อนั่งลงบนโขดหิน ตรงหน้าของนางมีลูกบอลแสงสีทองคำชาดโปร่งแสงลอยขึ้นอยู่อย่างเงียบเชียบ
เมื่อวานนี้ผู้อาวุโสโหมวเจินได้กลับไปที่เกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก่อนออกเดินทางเขายังคืนจิตวิญญาณจื่อเฉินให้กับนางเอาไว้ด้วย เขาบอกว่าแก้ปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นขอเพียงรอต่อไปก็พอ
นางก็รอมาโดยตลอด
“อื้อ…จื่อเฉิน เหตุใดเจ้ายังไม่ฟื้นอีกนะ…”
นางเอามือเล็กๆ จับหน้าตัวเอง แล้วพูดพึมพำเสียงต่ำ
“เฮ้อ…”
นางเริ่มต่อสู้กับหนังตาตัวเอง จากนั้นก็มึนงงไปเล็กน้อย
ดังนั้นนางจึงไม่เห็นแสงสีม่วงที่กะพริบผ่านลูกบอลแสง
……………