ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 4 ช่วยเรื่องเล็กน้อย
ตอนพิเศษ ตอนที่ 4 ช่วยเรื่องเล็กน้อย
……………
พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์
เนื่องจากตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้เก็บกวาด เยี่ยนชิงจึงพาเสี่ยวปากลับไปยังลานบ้านเดิม
“ใต้เท้าจั่วเสินเจียง ข้าบอกว่าข้าไม่เป็นอันใดจริงๆ ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้…”
ขณะที่เสี่ยวปาเดินไปก็พยายามดึงมือออกจากมือของเยี่ยนชิง
แต่กลับไม่สามารถสู้แรงอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าพยายามเท่าไรก็ไม่ได้ผล
ตลอดทางเยี่ยนชิงปิดปากเงียบโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ระหว่างทางกลับไปที่ลานบ้าน เยี่ยนชิงก็ยังส่งนางกลับไปที่ห้องโดยที่นางไม่อาจปฏิเสธได้เลย
เขาไม่ยอมปล่อยมือนางจนกว่าเสี่ยวปาจะนั่งบนเก้าอี้
นางกุมเอวงพลางโบกมือให้เยี่ยนชิง
“พอแล้วๆ ข้ากลับมาแล้ว คราวนี้ท่านคงวางใจได้แล้วใช่หรือไม่”
เยี่ยนชิงยืนอยู่ตรงหน้านาง เมื่อได้ยินคำพูดของนาง คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
“…แม่นางเสียวปาไม่ต้องเกรงใจเช่นนี้”
น้ำเสียงเช่นนี้ เขารู้สึกแปลกประหลาดยิ่งนัก
เมื่อเสี่ยวปาได้ยินเช่นนั้น คิ้วของนางยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเหลือบมองเขาครู่หนึ่งพลางพูดราวกับแสร้งยิ้มขึ้นว่า
“ใต้เท้าจั่วเสินเจียง ท่านเรียกข้าว่าอันใด”
เยี่ยนชิงชะงักไปครู่หนึ่ง และพูดขึ้นว่า
“เสินสื่อลำดับที่แปด”
เสี่ยวดูผ่อนคลายลงพลางเอนหลังอย่างเกียจคร้าน และสะบัดรองเท้าออกเบาๆ
โดยเฉพาะเสี่ยวปา นางเคยพบจั่วเสินเจียงอยู่ไม่กี่ครั้ง และรู้สึกว่าเขาเป็นคนหัวโบราณยิ่งนัก ไร้ซึ่งความสนุกสนาน นางไม่เคยคิดจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับเขา
หากต้องอยู่กับคนแบบนี้นานเกินหนึ่งเค่อ นางคงจะอึดอัดจนแทบขาดใจตายเป็นแน่!
ตอนนี้…
ยิ่งไม่ต้องการ
เมื่อคิดได้ว่าตัวเองถูกหลอกตั้งแต่ต้น และยังลากชายผู้นี้มาถามเรื่องชื่อที่เหมือนกับจั่วเสินเจียง เสี่ยวปาก็แทบอยากจะเอาหัวโขกหมอนให้ตายเสียตรงนั้น
เจ็บใจ! เจ็บใจนัก!
ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายจนหมดสิ้น!
ตอนนี้เพียงแค่เห็นใบหน้าที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งนั่น นางก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องโง่ๆ ทั้งหลายที่ตัวเองเคยทำลงไป
ดังนั้นนางจึงหวังจากใจจริงว่าใต้เท้าจั่วเสินเจียงผู้สูงศักดิ์ จะรีบหายไปจากสายตาของนางโดยเร็วที่สุด
เยี่ยนชิงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วถามว่า
“เจ้าโกรธเหรอ”
เสี่ยวปาหัวเราะขึ้นมาทันที
“ข้าจะโกรธด้วยเหตุใด”
เพียงได้ยินเสียงหัวเราะนี้ เยี่ยนชิงก็ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตนคาดเดา
นางกำลังโกรธอยู่จริงๆ
แต่อันที่จริงก็เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นความผิดของเขาจริงๆ
“ก่อนหน้านี้เยี่ยนชิงไม่ได้ตั้งใจจะหลอกนาง เพียงแต่…”
“เพียงเพราะแค่สถานการณ์บังคับ! ข้ารู้อยู่แล้ว!”
“แม้แต่จักรพรรดิเทพยังหลอกนายของตนมานานถึงเพียงนี้ ในฐานะใต้เท้าจั่วเสินเจียงที่เป็นคนสนิทที่จักรพรรดิเทพเชื่อใจมากที่สุด ก็ย่อมต้องทำตามโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
เสี่ยวปายักไหล่
นี่ไม่ใช่คำพูดเพื่อรักษามารยาท
หลังจากผ่านเหตุการณ์มากมายมาก่อนหน้านี้ นางก็เข้าใจว่าจักรพรรดิเทพมีเหตุผลของตนเอง สิ่งที่เขาทำมาตลอดหมื่นปีนั้น แท้จริงแล้วก็เพื่อนายท่าน
อันที่จริงในใจของนางกลับรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่เยี่ยนชิง…บางการกระทำของเขาช่างเกินไปจริงๆ
“ใต้เท้าจั่วเสินเจียง ท่านมีภาระหน้าที่สำคัญ จำเป็นต้องปิดบังตัวตน ข้าก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ตอนที่ข้าขอให้ท่านช่วยแสดงละคร ท่านก็ควรจะปฏิเสธตั้งแต่แรกสิ!”
ตอนนั้นนางถูกเหลียงเหอตามจีบวุ่นวายน่ารำคาญ ดังนั้นนางเลยดึงเยี่ยนชิงมาเป็นโล่กำบัง
ในเวลานั้นนางไม่มีความทรงจำใดๆ แต่เยี่ยนชิงกลับจำทุกอย่างได้กระมัง!
“ท่านไม่รู้หรือว่า หากวันหนึ่งความจริงเปิดเผย และเราทุกคนกลับคืนสู่สถานะเดิม เรื่องพวกนี้…จะถูกผู้คนมากมายพูดถึงมากเพียงใดกัน”
เสี่ยวปายกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เยี่ยนชิงชะงักไปชั่วครู่
ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพูดแย้งขึ้นว่า
“ตอนนั้น…ข้าปฏิเสธไปแล้ว”
นางเดินเข้ามาใกล้และพยายามที่จะโอบแขนของเขา แต่เขากลับปฏิเสธ
จนเสี่ยวปาใช้มือบีบที่เอวของเขา เขาถึงได้ยอมในที่สุด
สีหน้าของเสี่ยวปาแข็งค้างไปชั่วขณะ
เหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ นางย่อมไม่ทางลืมอย่างแน่นอน
เมื่อนึกถึงสถานการณ์ในตอนนั้น นางก็เริ่มมีสีหน้าเขินอายขึ้นทันที
อืม ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นนางก็เป็นคนดึงเขาไปเอง
ทว่าตอนแรกใต้เท้าจั่วเสินเจียงก็ปฏิเสธอย่างชัดเจน แต่ในตอนนั้นนางสนใจแต่ตัวเอง ไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก คิดว่าเขาคงแค่ไม่อยากออกไปเท่านั้น สุดท้ายก็ยังพาเขาไปจนได้
บัดนี้เมื่อคิดดูแล้ว…
เมื่อเรื่องราวมาถึงจุดนี้คนที่เป็นตัวการสำคัญก็คือตัวนางเอง!
เปลือกตาของเสี่ยวปากระตุกอย่างรุนแรง
ในฐานะเสินสื่ออันดับที่แปดของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ที่งดงามและมีเสน่ห์เกินใคร บุรุษมากมายล้วนเป็นคนที่เข้าหานาง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่นางถูกปฏิเสธเช่นนี้มาก่อนเลย!
เสี่ยวปาสูดหายใจเข้าลึกๆ
เยี่ยนชิงมองนางอยู่ครู่หนึ่ง เดิมทีเขาคิดจะอธิบายอะไรบางอย่าง แต่กลับรู้สึกเหมือนนางจะยิ่งโกรธมากขึ้นกว่าเดิม
เยี่ยนชิงสับสนงุนงง
หลายครั้งนั้นถึงแม้เขาจะปฏิเสธตั้งแต่แรก แต่สุดท้ายเขาก็ยอมทุกครั้ง
แม้แต่เขาเองยังไม่รู้ว่าเขากลายเป็นคนที่ยอมง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน
นาง…โกรธอะไรกันแน่
อุณหภูมิในห้องเริ่มเย็นลง และบรรยากาศก็เริ่มอึดอัด
เยี่ยนชิงคิดครู่หนึ่งและพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า
“ถึงอย่างใดเรื่องราวที่ผ่านมา เยี่ยนชิงไม่ได้ตั้งใจทำเช่นนั้น ขอแม่นางเสี่ยวปาโปรดเข้าใจ ส่วนข่าวลือข้างนอกนอกนั้น….”
เขาหยุดชะงักไปครู่และในที่สุดก็พูดต่อว่า
“ข้าจะหาเวลาชี้แจงให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงของแม่นางเสี่ยวปา”
เสี่ยวปาหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
เขารังเกียจนางมากขนาดนี้เชียว จนแทบรอไม่ไหวที่จะตัดขาดกับนาง
ใต้เท้าจั่วเสินเจียงเป็นคนซื่อสัตย์และยึดมั่นในกฎเกณฑ์มาโดยตลอด เขาอาจให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของเขามากกว่าสิ่งอื่นใด
เดิมทีเสี่ยวปาคิดหาโอกาสอธิบายความเข้าใจผิดนี้ให้ทุกคนฟัง ท้ายที่สุดเมื่อได้ยินพวกเขาเรียก ‘พี่เขยแปด’ ตลอดทั้งวัน หัวใจดวงน้อยที่น่าสงสารของนางก็ทนไม่ไหว
แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินเยี่ยนชิงพูดแบบนี้ นางก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
ไม่ใช่แค่ไม่พอใจ แต่ไม่พอใจอย่างมาก!
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองเขาจากหัวจรดเท้าอย่างละเอียด ริมฝีปากแดงยกยิ้มเล็กน้อย แล้วถามออกมาช้าๆ ว่า
“พูดเช่นนี้หมายความว่าใต้เท้าจั่วเสินเจียงกำลังขอโทษข้าหรือ”
เยี่ยนชิงพยักหน้าและพูดขึ้นว่า
“ถูกต้องแล้ว”
“ดีเลย! ข้าก็มิใช่คนใจแคบอย่างใด ในเมื่อเจ้าขอโทษอย่างจริงจังแล้ว ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าปรับปรุงตัว ดีหรือไม่”
เยี่ยนชิงจ้องมองนางและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่พอเห็นนางยิ้มและดวงตาเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา เขาก็พยักหน้ารับ
“ดี หากเยี่ยนชิงสามารถทำได้ จะทำอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน”
“มันมิใช่เรื่องใหญ่อันใด”
ทันใดนั้นเสี่ยวปาก็ลุกขึ้นและก้าวไปข้างหน้า
ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนจู่ๆ ก็แคบลงทันที
เสี่ยวปาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“ข้าบาดเจ็บอยู่ แต่ที่หลังยังมีแผลเล็กๆ ที่ไม่สามารถทายาเองได้ รบกวนใต้เท้าจั่วเสินเจียงช่วยทายาให้ข้าได้หรือไม่”
……………