ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 92 สมหวังดั่งใจปรารถนา (บทส่งท้าย)
เมื่อฟ้าดินถือกำเนิด ความวุ่นวายก่อเกิดขึ้น
ดวงดาวนับหมื่นรวมตัวกันเรียงรายทั่วผืนฟ้า
ท้องฟ้าสดใส แต่ผืนดินกลับมัวหมอง
ทุกสรรพสิ่งกว้างใหญ่ไพศาลไร้จุดสิ้นสุด
วันแล้ววันเล่าแสงแห่งดวงดาวมาบรรจบกัน
ประกายแสงสีทองโปรยปรายลงมา
ในพื้นที่ที่ดูเหมือนถูกแช่แข็ง ร่างหนึ่งเริ่มปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ
หิมะขาวแปรเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ของเขา ทะเลลึกหลอมรวมกลายเป็นดวงตาของเขา และแสงสว่างแห่งดวงดาวอันเจิดจ้าละลายเป็นประกายในดวงตาคู่นั้นของเขา
เขาคือผู้ที่สืบทอดเจตจำนงแห่งสวรรค์ เกิดมาตามชะตาลิขิต
เขาได้ยินเสียงลมทุกสายในโลกนี้ และเห็นความมีชีวิตชีวาทั้งหมดในโลกนี้
เขาเดินผ่านยอดเขา ข้ามแม่ลำธาร ลัดเลาะทะเลทราย และพบเจอทิวทัศน์นับไม่ถ้วน
ทุกสิ่งราวกับเส้นทางอันชัดเจนในสมองของเขา
ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา
แต่ก็อยู่ในสายตาของเขาเช่นกัน
ยิ่งเดินทางไปไกลเท่าไร ใจของเขาก็ยิ่งสงบนิ่งมากขึ้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเดินมาถึงดินแดนโกลาหลแห่งสวรรค์และโลก
สายลมพลันพัดชายเสื้อคลุมของเขาปลิวไสว
ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จึงก้าวเข้าไปในม่านหมอก และมองเห็นดวงอาทิตย์ผ่านหมู่เมฆ
เมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาที่เคยสงบนิ่งราวบ่อน้ำไร้คลื่นมาหลายปีของเขา ก็พลันสั่นไหวขึ้นเล็กน้อย
นี่คือดอกท้อที่ถือกำเนิดจากความโกลาหล และรวมเอาพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินเข้าด้วยกัน
เขามองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินจากไป
ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีชะตากรรมเป็นของตน
เขาเป็นผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งสวรรค์ ย่อมต้องปฏิบัติตาม
แต่ในขณะที่เขากำลังหมุนตัวและจะก้าวออกไป กลิ่นหอมอ่อนๆ พลันแตะเข้าจมูก
หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมา
เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมาพลางยื่นมือออกไป
“มาเถอะ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ราวกับบทเพลงอันศักดิ์สิทธิ์
ดอกท้อดอกนั้นลอยเข้ามา หมุนวนเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ตกลงบนฝ่ามือของเขา
ริมฝีปากแดงระเรื่อของเขาเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา
ในตอนนั้นเขาก็ยังไม่รู้ว่า การพบกันครั้งนี้จะกลายเป็นชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่
…
ชีวิตอันยากลำบากและโดดเดี่ยวของเขา พลันมีสีสันขึ้นเล็กน้อย
การดูแลดอกท้อหนึ่งดอกเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา ย่อมต้องใส่ใจในทุกสิ่งและดูแลอย่างระมัดระวัง
มันถือกำเนิดจากการดูดซับพลังแห่งสวรรค์และโลก แต่เมื่อจากสถานที่ก่อกำเนิดมาอยู่กับเขา การเติบโตจึงช้าลง
ในทุกๆ วันเขาต้องแบ่งพลังของตัวเองออกมาเพื่อเลี้ยงดูมัน
เขาพามันเดินไปตามเส้นทางที่เคยผ่าน และไปยังสถานที่ที่เขาเคยไปก่อนหน้านี้
มันเกาะอยู่บนไหล่หรือไม่ก็ซุกตัวอยู่ในฝ่ามือของเขา
ผ่านไปปีแล้วปีเล่า กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของมันก็ติดอยู่บนตัวเขา
แต่ดอกท้อดอกนั้นกลับเติบโตช้ายิ่งนัก
จนกระทั่งบัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมาสามหมื่นปี ดอกท้อดอกนั้นจึงเบ่งบานในที่สุด
กลีบดอกอ่อนนุ่มละมุนละไมค่อยๆ คลี่ออก เกสรบางเบาพลิ้วไหวตามสายลม
เวลาผ่านไปถึงห้าหมื่นปี มันเริ่มมีสติปัญญาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่เขานอนหลับ ดอกท้อจะลงมาอยู่บนหว่างคิ้วของเขา ปลายกลีบกวาดผ่านปลายจมูกของเขา แทรกแซงความฝันอันเงียบสงบ
หรือบางครั้งยามที่เขาจับปากกาเพื่อเขียนบันทึกหมื่นเซียน มันก็จงใจบินมาเกาะที่ปลายปากกา ไม่ยอมให้เขาเขียนต่อ
แต่เขาไม่ได้โกรธเคือง กลับอดทนอย่างไม่มีสิ้นสุด
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงแปดหมื่นปี ดอกท้อดอกนั้นก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
เขารวบรวมพลังดั้งเดิมของโลก ก่อร่างเป็นทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ และสร้างพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ขึ้นบนผืนน้ำ
และยังปลูกต้นท้อเป็นจำนวนมากในบริเวณตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งในปีที่เก้าหมื่น ขณะที่เขากำลังหลับใหล ก็สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่แตะลงบนตัวเขาอย่างแผ่วเบา
เขาลืมตาขึ้น
ดอกท้อดอกนั้นเบ่งบานถึงขีดสุด และลอยมาแตะอยู่บนริมฝีปากของเขา
เขาลุกขึ้นนั่ง เสื้อคลุมสีขาวดุจหิมะบนตัวหลุดลุ่ย เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่เปลือยเปล่าและแข็งแกร่ง
ดอกท้อดอกนั้นถอยห่างออกไปเล็กน้อย
ครู่ต่อมา แสงสีเงินแดงก็ห่อหุ้มมันไว้
ร่างบางอันงดงามปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา และถูกห่อหุ้มด้วยแสงนั้น
นางหลับตาสนิท เรือนผมสีดำขลับพลิ้วไหวราวสายน้ำ ผิวขาวละเอียดดุจหิมะบริสุทธิ์
ภายใต้แสงสว่างจึงมองเห็นไหล่ขาวเนียนและช่วงเอวอ่อนช้อยบอบบางได้อย่างเลือนราง
เขายกขายาวข้างหนึ่งขึ้น พลางวางข้อศอกพาดไว้บนเข่า ท่วงท่าสง่างามแต่แฝงความผ่อนคลาย
เขาจ้องมองอยู่นาน ดวงตารูปทรงหงส์ลึกล้ำเกินหยั่งถึง
ผ่านไปนานจึงใช้นิ้วแตะริมฝีปากบางของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายดั่งแก้วผลึกดาราที่ใสกระจ่างชัด พลางมองเข้าไปในดวงตาของเขา
…
แน่นอนว่าเขารู้มานานแล้วถึงการมีอยู่ของวิญญาณร้ายที่ผูกพันมากับนาง
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
เขายอมใช้ร่างกายของตนเองเป็นสะพาน เพื่อปลดเปลื้องความทุกข์ให้แก่นาง
ปิดบังสวรรค์และโลกด้วยกลอุบายอันแยบยล
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเขาจะกล้าหลอกลวงสวรรค์ และทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เพื่อปกป้องนาง
เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของเขา
…
เขาใช้เวลาถึงเก้าหมื่นปีเพื่อรอให้นางกลายเป็นมนุษย์
และอีกหมื่นปีเพื่อรอการกลับมาของนาง
หนึ่งแสนปีอันยาวนาน โลกเปลี่ยนแปลงไปมากมาย
โลภ โกรธ หลง ชัง รัก เกลียด และความปรารถนาล้วนเป็นความผิดบาป
เขาทำทุกอย่างเพื่อคนเพียงคนเดียว และเป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัย
ทั้งละทิ้งอดีต เพื่อรอคอยอนาคตเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่
เขาเอาชีวิตและความตายเป็นเดิมพัน เพื่อรอคอยความสมบูรณ์เพียงหนึ่งเดียว
…
“จากท่าเรือดอกท้อสู่สำนักหลิงเซียว นั่นเป็นเวลาที่เขารอคอยมาตลอดหลังจากความทรมานมานับหมื่นปี
แม้นางจะลืมเลือนเรื่องราวในอดีตไป แต่ดวงตาคู่นั้นกลับยังคงเปล่งประกายดั่งดวงดาว
ยามที่นางมองมา แววตาช่างสดใสและงดงาม
เลือดเนื้อและกระดูกหลอมรวมกัน ชีวิตและความตายผูกพันแนบแน่น
ในยามค่ำคืน ชีพจรศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกตัดขาดมักก่อความเจ็บปวดแสนสาหัส จนแทบไม่อาจข่มตาหลับได้ตลอดทั้งคืน
แสงจันทร์สาดส่อ เยือกเย็นและเงียบสงบ
เขานั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง ความทรงจำในอดีตวนเวียนเข้ามาในความคิด
จนกระทั่งมาถึงวันนั้น วันที่เขารออยู่ในป่านอกเมืองเย่าเฉิน
เหมือนดั่งเวลาอันยาวนานในอดีต
เขาเคยชินกับการรอคอยมานานแล้ว
แต่ในครั้งนี้ เป็นนางที่เดินเข้ามาหาเขาในที่สุด
ในดวงตาของนางเต็มไปด้วยความระแวดระวังและแปลกหน้า ใบหน้าของนางเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ดูอิดโรยไม่น้อย
เขามองนางผ่านม่านละอองน้ำ
เมื่อตอนพบกันในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวาย นางยังอ่อนโยนและบริสุทธิ์เช่นนั้น
หลายหมื่นปีหลังจากนั้น นางมักถูกเขาเอาอกเอาใจจนเคยชิน ออดอ้อนเกินทน
ทว่าตลอดหลายปีมานี้ ความลำบากที่นางเผชิญกลับมากมายเกินกว่าตอนที่อยู่ข้างกายเขาเสียอีก
เขาขยับเข้าไปหา โดยไม่สนใจท่าทีระแวดระวังและคำขู่ของนาง พลางใช้มือเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของนางออกอย่างแผ่วเบา
ความอบอุ่นและอ่อนโยนใต้ปลายนิ้ว ความร้อนนั้นเหมือนช่วยปลอบประโลมทั้งร่างกาย แม้แต่ความเจ็บปวดที่ลึกลงไปถึงกระดูกยังคลายลงได้ไม่น้อย
เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า
ในที่สุดก็กลับมาแล้ว
…
ก่อนเข้าสู่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ในใจของเขามีเพียงสองทางเลือก
หากสวรรค์ยอมให้มีชีวิตรอดเพียงหนึ่ง คนนั้นย่อมต้องเป็นนาง
นอกเหนือจากนี้ ไม่มีอันใดให้ต่อรอง และไม่มีทางถอยได้อีกแล้ว
พลังเทพทั้งหมดถูกดึงออกไป กระดูกและเส้นเอ็นทั่วร่างถูกบดขยี้ทีละส่วน ความเจ็บปวดรุนแรงถึงขีดสุด
แต่เมื่อมองนางและฟังถ้อยคำที่นางเอ่ย เขากลับรู้สึกว่าไม่มีช่วงเวลาใดจะอบอุ่นหัวใจเท่าตอนนี้อีกแล้ว
นางอ้อนวอนเสียงสะอื้น ขอให้หลอกนางไปตลอดชีวิต
เขารู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีคำใดจะน่าฟังไปกว่านี้อีกแล้ว
และเขาก็ไม่มีทางปฏิเสธได้
แม้ร่างจะดับสูญ แม้วิญญาณจะมลายหายไป แต่เขาก็ยังคงอยากจะคว้าดอกท้อของเขาไว้ในมือ
เขาใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเงียบสงบมายาวนาน แต่ในท้ายที่สุดกลับเลือกที่จะลงสู่โลกมนุษย์และเข้าไปในวังวนแห่งอารมณ์
พร้อมยกเลือดเนื้อ กระดูก และหัวใจที่เฝ้าคิดถึงทั้งหมด มอบให้แก่คนเพียงหนึ่งเดียว แม้ต้องถูกฝังอยู่ในเขา หรือกระจัดกระจายไปกับสายน้ำ
แต่ถึงกระนั้น เขาก็เต็มใจอย่างยิ่ง
…
“ท่านพี่?”
ฉู่หลิวเยว่เดินมาถึงหน้าประตูห้องโถง ก็เห็นหรงซิวยืนเอามือไขว้หลังอยู่
ขณะที่หรงเสี่ยวเหยี่ยนนั่งอยู่ในห้องโถง กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อแก้ไขค่ายกลสีทองที่ท่านพ่อของเขาวางไว้
ทันใดนั้นร่างหนึ่งบินกลับมาอย่างเร่งรีบจากด้านนอก โดยมีสายฟ้าสีทองหลายสายไล่ตามมาติดๆ
หรงเสี่ยวสวินถึงกับปวดหัวพลางตะโกนออกมาว่า
“อย่าตามข้ามา! วันนี้ข้าแค่อยากพักบ้างไม่ได้หรือ ขอร้องล่ะ!”
ทัณฑ์สวรรค์สีทองหลายสายพุ่งเข้าหาเอวของเขาราวกับเล่นตลก
หรงเสี่ยวซีกำลังขี่เสวี่ยเสวี่ยกลับมาจากยอดเขาสมุนไพร พร้อมกอดสมุนไพรไว้ในอ้อมแขน
ทันใดนั้นชิงเชวี่ยก็บินโฉบไป
“โฮก!”
เสวี่ยเสวี่ยเจ็บจนต้องแยกเขี้ยวยิงฟัน
หรงเสี่ยวซีเห็นดังนั้น จึงรีบถอยหลังทันทีอย่างรู้ทัน
ชิงเชวี่ยกดเสวี่ยเสวี่ยไว้และฟาดไปหนึ่งทีจนขนปลิวเต็มพื้น
แต่หลังจากตีกันเสร็จ เสวี่ยเสวี่ยกลับไม่โกรธ มันก้มศีรษะโตๆ ลงต่ำ และกระทุ้งหัวเบาๆ เข้าไปหาเพื่ออ้อนชิงเชวี่ย
ชิงเชวี่ยสะบัดหน้าอย่างหยิ่งยโส ก่อนจะบินกลับไปที่ไหล่ของหรงเสี่ยวซี
หรงเสี่ยวซีกระแอมไอขึ้น
“ก็ได้ๆ เสี่ยวซีชอบเจ้าที่สุด!”
ชิงเชวี่ยเอาหัวถูใบหน้าของนางเบาๆ
…
“ข้าได้ยินว่าเจ้ามอบวันหยุดยาวให้เยี่ยนชิง?”
ฉู่หลิวเยว่ถามพลางยิ้ม
หรงซิวพยักหน้าพลางพูดขึ้น
“เสินสื่อลำดับที่แปดตั้งครรภ์ นั่นเป็นสิ่งที่สมควร”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ตอนที่เสี่ยวปาคลอด จื่อเฉินก็น่าจะกลับมาพร้อมกับถวนจื่อพอดี”
ถวนจื่อมีนิสัยรักสนุก ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เอาแต่เดินทางไปทั่ว และจื่อเฉินก็ตามนางไปทุกที่
สายลมพัดผ่าน
กลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนปลิวลงมา
นางยื่นมือไปจับมือเขา และสอดนิ้วประสานกัน พร้อมกับพูดเสียงเบาว่า
“หรงซิว ข้าชอบเจ้าที่สุด”
เขาคิดว่าในที่สุดชีวิตของเขานับว่าสมบูรณ์อย่างที่สุดแล้ว
สิ่งที่เฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิตพลันสมหวังดั่งใจปรารถนา