ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1
ตำหนักอ๋อง
ในห้องฝั่งปีกตะวันออก ถัดจากเตียงแกะสลักขาดใหญ่ มีเสื้อผ้าเกลื่อนอยู่
เต็มพื้นห้อง
ลั่วชิงยวนพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง นางมองดูรอยยุ่งเหยิงบนเตียงด้วยใบหน้า
ซีดเซียว
แสงแดดส่องกระทบรอยสีแดง ทำให้นึกไปถึงชายห้าหกคนที่บุกเข้ามาใน
ห้องหอเมื่อคืนนี้ ความอัปยศอดสู และความโกรธค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาโจมตี
นางอย่างหนักหน่วง
น้ำตาแห่งความรู้สึกอัปยศเอ่อล้นในดวงตา
“จะร้องไห้ทำไม ในเมื่อเจ้าได้แต่งงานกับท่านอ๋องอย่างที่หวังไว้ ก็ควรจะ
ดีใจมิใช่รึ?”
เสียงทุ้มเย็นยะเยือกดังขึ้น ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปที่กระดูกสันหลัง
ของลั่วชิงยวน นางหันกลับไปด้วยความตกใจ
เห็นผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ รูปร่างสง่างามและน่าเกรงขาม สายตาเย็น
ชา และไม่แยแสนั้นจับจ้องมา ราวกับมีดที่กำลังกรีดเลือดของนาง
บางสิ่งกำลังระเบิดในหัว ลั่วชิงยวนรู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะ “ท่านอ๋อง…
ท่านอยู่ตรงนี้มาตลอดเลยหรือเพคะ?”
น้ำเสียงไม่แยแสกล่าวขึ้น “วันอภิเษกสมรสของข้ากับเจ้า ถ้าข้าไม่อยู่ที่นี่
แล้วข้าควรจะอยู่ที่ใดเล่า?”
ทันใดนั้น นางก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด เลือดทั่วร่างพลันแข็ง
ที่
มื่
นี้
มองดูรอยยับบนเตียง นึกถึงคนที่บุกเข้ามาในห้องหอเมื่อคืนนี้ นางรู้สึก
ละอายใจ และโกรธเป็นอย่างมาก ชายผู้ที่ควรจะร่วมหอด้วย กลับนั่งอยู่ในห้อง
นี้ทั้งคืนและมองดูชายเหล่านั้นฉีกเสื้อผ้าของนาง…
“เหตุใดท่านถึงทรงเกลียดชังหม่อมฉันได้มากเพียงนี้เพคะ!” นางทรุดตัว
ลงกรีดร้อง น้ำตาไหลริน
ชายที่รักมากที่สุด สั่งให้คนรับใช้มาพรากพรหมจรรย์ของนาง ทำลายนาง
ทั้งกายและใจในคืนวันแต่งงาน
หัวใจราวกับถูกเขาฉีกออกเป็นชิ้น ๆ มันเจ็บปวดจนยากที่จะหายใจ
นางชื่นชมเขาตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อก่อนฮองไทเฮาเคยชื่นชมทั้งสองว่าช่าง
เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก สมบูรณ์แบบดั่งสวรรค์สร้าง และยังบอกว่าจะ
ให้ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อโตขึ้น
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงคำพูดลอยลม แต่นางก็จำไม่เคยลืม
แต่เมื่ออายุได้สิบสามปีนางก็เกิดป่วย ทำให้นางมีรูปร่างอ้วนท้วม และ
หน้าตาน่าเกลียด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สิ่งที่นางพบเจอคือสายตาที่เย็นชา และ
น้ำเสียงเยาะเย้ย มีเพียงสายตาจากเขาเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนแปลง นางจึงสาบาน
ว่า ถ้าหากไม่ใช่เขา นางก็จะไม่แต่งงานเป็นอันขาด
แต่หลังจากที่รอแล้วรอเล่า สิ่งที่รอกลับเป็นการแต่งงานระหว่างเขากับ
น้องสาวต่างมารดาของนาง
นางไม่เต็มใจที่จะเป็นได้เพียงคนแปลกหน้ากับเขา ดังนั้นเมื่อน้องสาวขอ
ให้นางแต่งงานแทน นางจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
นางคิดเพียงว่า ขอแค่ได้แต่งงานกับเขา สักวันหนึ่ง นางคงจะสามารถ
เอาชนะใจเขาได้
คืนวันแต่งงานที่เฝ้ารอ กลับกลายเป็นคืนแห่งความอัปยศที่แสนเจ็บปวด
มื่
ขึ้
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เขาทำเสียงขันเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามา
อย่างช้า ๆ และมองลงไปที่นาง
“เกลียดงั้นรึ? เจ้ามองตัวเองสูงส่งเกินไปแล้ว ข้าก็แค่ขยะแขยง และ
รังเกียจเจ้าก็เท่านั้น!”
ไส้ศึกอย่างนางกล้าดีอย่างไรมาแต่งงานแทน และหวังที่จะเป็นชายาของ
เขา? แถมยังกล้าคิดร้ายต่อเขาอีก!
เมื่อฟังคำพูดของเขา เสียงของลั่วชิงยวนก็เสียงแหบแห้ง “เช่นนั้น ท่านก็
เลยสั่งให้คนมาทำร้าย และทำลายชื่อเสียงของหม่อมฉัน…”
นางคว้าแขนเสื้อของเขาอย่างไม่พอใจ และถามต่อด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ถ้าหากว่า หม่อมฉันไม่ได้น่าเกลียดเพียงนี้ ท่านจะชอบหม่อมฉันบ้างหรือไม่?”
ท่าทางที่บ้าคลั่งของนาง ยิ่งทำให้นางดูน่ารังเกียจในสายตาของฟู่เฉินหวน
ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา เขาจับคางของนางอย่างแรง ราวกับ
อยากจะบีบให้แตกคามืออย่างไรอย่างนั้น “ถึงแม้ว่าเจ้าจะหน้าตาราวกับ
นางฟ้านางสวรรค์ แต่ข้าก็ยังคงคลื่นไส้อยู่ดี!”
หลังจากพูดจบ มือที่บีบคางนางอยู่ก็สะบัดออกอย่างแรง
ลั่วชิงยวนถูกผลักลงนอนบนเตียง ผ้าห่มหลุดออกเผยให้เห็นรอยฟกช้ำ
ตามร่างกาย ดวงตาเย็นชาของชายคนนั้นกวาดมองนาง ซึ่งทำให้นางรู้สึก
อับอายยิ่งนัก
ฟู่เฉินหวนเดินจากไปด้วยความขยะแขยง
ลั่วชิงยวนมองภาพที่เขาเดินจากไปด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง นางสะอึกสะอื้น
ออกมาด้วยความว่างเปล่า “หม่อมฉัน… หม่อมฉันผิดไปแล้ว…”
เมื่อเดินไปถึงประตู เขาชะงักเล็กน้อย แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นก่อนจะเดิน
จากไป
ที่
ลั่
มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะขอให้จักรพรรดิออกสารแต่งงานระหว่างเขากับลั่วเย
วี่ยอิง แต่กลับถูกผู้หญิงที่น่าขยะแขยงคนนี้ทำให้ยุ่งเหยิงไปหมด
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ นัยน์ตาเขาก็แข็งกร้าวขึ้น พลางกำมือแน่น
หลังจากนั้นไม่นาน นางรับใช้สองคนก็เข้ามาในห้องพร้อมกับถังน้ำ ทันใด
นั้นลั่วชิงยวนก็ย่อตัวลงไปที่มุมเตียง นางกำผ้าห่มแน่นเพื่อปกปิดร่างกาย แต่
มันก็ไม่สามารถปกปิดร่องรอยได้ทุกที่
สายตาแปลก ๆ นั้นทำให้นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ถัดจากผนังกั้น เสียงของนางรับใช้คุยกันดังเข้ามา
“แย่กว่าที่ได้ยินมาเสียอีก เมื่อคืนนี้นางแต่งงานแทนได้อย่างไรกัน คุณหนู
รองผอมกว่ามากนัก เกี้ยวที่ส่งไปรับเจ้าสาวมองไม่ออกกันหรืออย่างไร?”
นางรับใช้เอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ “ไม่รู้ว่าเมื่อคืนนางข้ามาในตำหนักได้
อย่างไร นางทำร้ายคุณหนูรองจนหมดสติ ก่อนที่ตัวนางจะเข้าไปในห้องหอ เมื่อ
คืนนี้ท่านอ๋องทรงดื่มหนัก พอเข้าไปในห้องหอก็เกือบจะโดนนางจัดการ! โชคดี
ที่ท่านอ๋องของเรารู้สึกตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นได้โดนหมูตัวนี้ทำให้เป็นมลทินแน่ ๆ
!”
“สวรรค์ ไม่ละอายใจเอาซะเลย! เป็นคางคกยังอยากจะกินเนื้อหงส์!”
เสียงเหล่านั้นชั่งแหลมคม นางสัมผัสได้ถึงความดูถูกและความขยะแขยง
ผ่านกำแพงนั้น
แม้แต่คนใช้เหล่านี้ยังรู้สึกเช่นนั้น ในใจของฟู่เฉินหวนคงจะต้องเกลียดนาง
มากเป็นแน่…
ไม่สิ แม้แต่คำว่าเกลียดนางก็ยังไม่คู่ควรด้วยซ้ำไป
ลั่วชิงยวนกำผ้านวมแน่น ใบหน้าของนางซีดเผือด ทั้งอับอายและว้าวุ่น ใน
ที่สุดน้ำตาก็ไหลออกมา นางสะอึกสะอื้น “หากย้อนเวลาได้ ข้าจะไม่ทำให้ท่าน
โกรธ เกลียด…”
ที่
นางรับใช้สองคนที่ยังไม่ได้เดินออกไป จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงโครมครามในห้อง
ดังขึ้น พากันตกใจรีบหันหลังวิ่งกลับเข้ามาในห้องทันที
ทันใดนั้นก็มีเสียงอุทานดังขึ้นจากในห้อง “ช่วยด้วย! พระชายาปลิดชีพตัว
เอง!”