ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 103
”หลิงหยวนถัง”
ที่ตั้งของหลิงหยวนถังนั้นอยู่บนถนนที่ขึ้นชื่อในด้านพิธีการจัดงานศพ ผู้
ที่มาที่นี่โดยทั่วไปจะเป็นคนสามัญ หรือคนรับใช้จากตระกูลชั้นสูง
อาภรณ์ของลั่วชิงยวนนั้นค่อนข้างสะดุดตา ดังนั้นนางและแม่นมเติ้งจึงไป
หาอาภรณ์ชุดใหม่เปลี่ยนเพื่อให้ดูเหมือนชาวบ้านธรรมดา ก่อนหาผ้าโปร่งมา
ปิดบังใบหน้าไว้
จากนั้นพวกนางก็เดินเข้าไปในร้านที่มีตุ๊กตากระดาษมากมายวางเรียงอยู่
เป็นตั้ง
ตรงหัวมุมมีเก้าอี้ไม้โยกตั้งอยู่หลังกองตุ๊กตากระดาษ เสียงเก้าอี้นั้นโยกดัง
เอี๊ยดอ๊าด แน่นอนว่าต้องมีคนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่
จากนั้นก็มีเสียงหม่นขรึมดังขึ้น “ท่านต้องการเพียงแวะพักชั่วคราวหรือ
ต้องการพักค้างคืน?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ลั่วชิงยวนก็อดนิ่วหน้าไม่ได้
“ท่านหมายความเช่นไร…” แม่นมเติ้งเองก็งุนงงเพราะร้านที่พวกนางเข้า
มานั้นไม่ใช่โรงเตี๊ยม
ลั่วชิวยวนจับแขนของแม่นมเติ้งก่อนยกยิ้มและเดินเข้าไปที่เก้าอี้โยก
“เถ้าแก่ล้อเล่นแล้ว อยู่ในร้านจัดงานศพ แล้วจะนอนในโลงศพหรือไร?”
เสียงเก้าอี้โยกหยุดลงทันที
อากาศดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
มีกระแสลมหอบหนึ่งพัดเข้ามาในร้าน ทำให้ตุ๊กตากระดาษทั้งหลายพากัน
ขยับไหวจนดูเหมือนว่าพวกมันกำลังหัวเราะร้ายอยู่
ติ้
สั่
ู
ยู่
แม่นมเติ้งตัวสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
ที่นี่ดูหลอนนัก
“เถ้าแก่?” ลั่วชิงยวนตะโกนอีกครั้ง
จากนั้นคนที่นั่งบนเก้าอี้ก็เหมือนจะตื่นขึ้น เขาลุกขึ้นขยี้ตา “ขอโทษด้วย
ข้าเผลอหลับไป ท่านคงไม่ได้รออยู่นานใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้าและมองเจ้าของร้าน รอบกายของเขามีเงาดำรายล้อม
อยู่
“เถ้าแก่ ข้ามาจากจวนมหาราชครู นายหญิงบอกว่า จำนวนของที่ส่งไปวัน
นี้ไม่ถูกต้อง นางเลยให้ข้ามาสอบถามกับเถ้าแก่อีกครั้ง” ลั่วชิงยวนบอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าของร้านก็นิ่วหน้า “จำนวนไม่ถูกต้องรึ? เป็นไปได้
อย่างไรกัน? ข้าเป็นคนเอาใส่ลงไปด้วยมือตัวเองเลยนะ”
ขณะที่พูด เจ้าของร้านก็หยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเปิดดู ก่อนที่จะอ่านอย่าง
ละเอียดและบ่นพึม “ก็ถูกนี่…”
ลั่วชิงยวนแอบปรายตามองอย่างเร็วและเห็นว่า…
ธงอัญเชิญวิญญาณ
แต่ก่อนที่จะได้เห็นอย่างอื่น เจ้าของร้านก็ได้สติและรีบปิดสมุดบัญชีก่อนที่
จะมองนางอย่างสงสัย
“นี่ไม่ถูกต้อง ปกติคนที่จะมาติดต่อกับข้าก็คือพ่อบ้านฉินที่อยู่ข้างกายฮู
หยิน เหตุใดข้าไม่เคยเจอท่านมาก่อน? ท่านมาจากจวนมหาราชครูจริงรึ? ทำไม
พ่อบ้านฉินถึงไม่มาเองเล่า?”
เมื่อเห็นว่าโดนจับได้แล้ว ลั่วชิงยวนจึงเลิกเสแสร้ง
นางต้องหาคำตอบเรื่องธงอัญเชิญวิญญาณให้ได้
นางมองหน้าเจ้าของร้านและบอกว่า “ท่านรู้สึกว่าหนาว ๆ หลังบ้างหรือไม่
เถ้าแก่?”
ทันทีที่ถามออกไป สีหน้าของเจ้าของร้านก็เปลี่ยนทันที เขามองนางอย่าง
ระแวง “ท่านเป็นใครกัน? ท่านจะมาหาเรื่องที่นี่งั้นสินะ”
รอยยิ้มเย็นปรากฏบนริมฝีปากของลั่วชิงยวน นางจ้องเจ้าของร้านและพูด
เบา ๆ ว่า “พักค้างคืน? เถ้าแก่ ท่านรู้สึกเหมือนเคยได้ยินประโยคนี้ที่ใดสักแห่ง
ที่ค่อนข้างคลุมเครือบ้างหรือไม่?”
ตอนนั้นเองใบหน้าเจ้าของร้านซีดเผือด และเขาก็ไม่สามารถปกปิดแววตา
ตื่นตระหนกได้
แต่อึดใจต่อมาสีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและมองเธออย่างข่มขวัญ
“สนใจแต่เรื่องของตนเองเถอะ”
เสียงน่ากลัวข่มขวัญนั้นน่าหวาดหวั่นจนแม่นมเติ้งอดไม่ได้ต้องผงะไปถึง
สองก้าว
แต่ลั่วชิงยวนยังคงสงบนิ่ง “ข้าจะจัดการให้ ท่านว่าอย่างไร?”
ชายผู้นั้นโมโห ขณะต่อมาก็มีสายลมชั่วร้ายพัดโหมในร้าน ตุ๊กตากระดาษ
ต่างปลิวว่อนจนทำให้ในร้านปั่นป่วน
ชายผู้นั้นยื่นแขนออกมาและพุ่งเข้ามาหาลั่วชิงยวน เห็นได้ชัดว่ามีเจตนา
จะบีบคอนางให้ตาย
ลั่วชิงยวนรีบถอยหลังหลบ แต่ก็มีตุ๊กตากระดาษบุรุษมาขวางเท้านางทาง
ด้านหลัง ชายผู้นี้รุดเข้ามาและเหวี่ยงลั่วชิงยวนลงไปกองกับพื้น
ทันใดนั้นเหล่าตุ๊กตากระดาษก็ปลิวเข้ามาและรุมทับนางไว้จนกองซ้อนกัน
ไม่หยุด
แม่นมเติ้งยกมือขึ้นปิดหน้าเพื่อป้องกันลมที่โหมกระหน่ำ
มื่
ทั้
ที่
เมื่อลมสงบลงนางก็เห็นว่า ตุ๊กตากระดาษทั้งหมดไปกองรวมกันอยู่ที่มุม
ห้อง
และแม่นมเติ้งก็เห็นเพียงเท้าของพระชายาที่โผล่ออกมา…
นางรีบเข้าไปหาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น…
“พระชายา!”