ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1037
“พี่หญิง ท่านออกมาแล้ว” หล่างมู่รีบลุกขึ้นจากพื้น
“เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ตลอดเลยหรือ?”
หล่างมู่ตอบว่า “ข้ามาดูทุกวันเลยขอรับ”
“ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว พี่หญิง ท่านทำอะไรอยู่ข้างในกันแน่ขอรับ?”
ใช่แล้ว มิรู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว
ลั่วชิงยวนตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วมอบตำรับยาให้เขา “ต่อไปนี้เห็ดใส ๆ
พวกนั้นสามารถใช้เป็นยาเช่นนี้ได้”
“สามารถรักษาโรคและบาดแผลได้มากมาย ดังนั้นเลิกเอาไปผัดกินกันได้
แล้ว”
หล่างมู่ตกตะลึง แล้วค่อย ๆ อ่านตำรับยาแต่ละใบ ในตำรับยาแต่ละใบมี
การระบุสรรพคุณทางยาไว้อย่างชัดเจน
“พี่หญิง นี่ท่านเขียนทั้งหมดนี้เลยหรือขอรับ?”
หล่างมู่รู้สึกตกตะลึงและซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ที่แท้พี่หญิงอยู่ในนั้นครึ่งเดือน
เพื่อเขียนตำรับยาเหล่านี้
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ตำรับยานี้ครบถ้วน เจ้าต้องท่องจำให้ได้ ห้ามใช้ผิด
ตำรับ”
“ข้าคง… ต้องกลับแล้ว”
นี่คือสิ่งที่นางสามารถมอบให้พวกเขาก่อนจากไปได้
มื่
นั้
พี่
เมื่อหล่างมู่ได้ฟังดังนั้น ดวงตาของเขาก็ฉายแววผิดหวัง “พี่หญิง มิอยู่พัก
อีกสักสองสามวันหรือขอรับ?”
“ยังมีหลายสิ่งที่ข้ายังจัดการมิเสร็จในแคว้นเทียนเชวีย หล่างมู่ ต่อไปนี้เผ่า
นอกด่านก็ต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว หากมีข่าวอะไรก็ให้อาเสินส่งจดหมายไปหาข้า”
หล่างมู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นข้าให้เหยี่ยนหลัวไปกับท่านด้วยได้หรือไม่
ขอรับ?”
“มิได้ มองเพียงปราดเดียวก็รู้แล้วว่า เหยี่ยนหลัวเป็นคนเผ่านอกด่าน หาก
ไปกับข้าก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ข้าจะกลับไปคนเดียว”
หล่างมู่จึงทำได้เพียงพยักหน้า แล้วถามว่า “เช่นนั้นเมื่อข้าท่องจำตำรับยา
เหล่านี้ได้ ข้าสามารถไปหาพี่หญิงได้หรืไม่ขอรับ?”
“ข้าจะแต่งตัวให้ดี มิเปิดเผยตัวตนแน่นอน”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ได้สิ แต่ต้องเขียนจดหมายส่งไปหาข้าก่อนมาหา”
“ได้ขอรับ!” หล่างมู่คลี่ยิ้มทันที
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว หล่างมู่ก็ขี่ม้าออกไปส่งลั่วชิงยวน
ทั้งสองขี่ม้าเดินทางไปด้วยกันเป็นเวลาหลายวันแล้ว
จนกระทั่งถึงเขตชายแดนที่สามารถมองเห็นเมืองผิงหนิงได้ หล่างมู่จึงหยุด
“พี่หญิง ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยนะขอรับ”
หล่างมู่ตะโกนจากด้านหลัง
ลั่วชิงยวนหันหลังกลับมาโบกมือให้ “เจ้ากลับไปดี ๆ เถิด”
แล้วลั่วชิงยวนก็มุ่งหน้าไปยังเมืองผิงหนิง
นางอยากจะบอกฟู่เฉินหวนว่า นางรู้แล้วว่าอะไรเป็นตัวควบคุมเขา
แม้ว่านางจะหาทางรักษาให้หายขาดมิได้ในทันที แต่นางอาจจะรู้วิธีลด
ความเจ็บปวดให้บรรเทาลงได้
ชุดสีม่วงของนางพลิ้วไหวไปกับสายลม ท่าทางที่ขี่ม้าเข้ามาดึงดูดความ
สนใจของทหารรักษาการณ์บนกำแพงเมือง
“นั่นมันคนเผ่านอกด่าน!”
“ใครกัน!”
แต่เมื่อเห็นคนที่ขี่ม้าเข้ามาใกล้ก็มีคนตกใจ “เป็นแม่นางลั่วนี่นา!”
“เร็วเข้า เร็วเข้า รีบเปิดประตูเมือง!”
ลั่วชิงยวนขี่ม้าเข้าเมืองไป
เมื่อลงจากม้า เหล่าทหารรอบข้างต่างก็ดีใจ
“แม่นางลั่ว ท่านกลับมาแล้ว!”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า มองไปรอบ ๆ แล้วพบว่าทหารรักษาการณ์ทั้งหมด
เปลี่ยนเป็นทหารของอู่จิ้นแล้ว
“อ๋องผู้สำเร็จราชการอยู่ที่ใด?”
“อ๋องผู้สำเร็จราชการออกจากเมืองผิงหนิงไปแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของลั่วชิงยวนก็พลันหมองเศร้า ความผิดหวังผุด
ขึ้นมาแทนที่ทันที
เขาไปแล้ว
แต่คิดว่าคงมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นในเมืองหลวง ยิ่งสงครามใหญ่เช่นนี้สงบลง
เขาก็ควรจะกลับไปรายงานตัวที่เมืองหลวง
นั้
ลั่
ขี่
“ดี เช่นนั้นข้าก็จะกลับเมืองหลวงเช่นกัน” ลั่วชิงยวนพูดจบก็ขี่ม้าออกจาก
เมืองไป
มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
นางใช้เวลาในเผ่านอกด่านไปค่อนข้างนานจึงมิรู้ว่าสถานการณ์ในเมือง
หลวงเป็นอย่างไรบ้าง
สักพักซือซิงก็รีบมา แต่กลับพบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว
“ลั่วชิงยวนมาที่นี่แล้วหรือเไม่?”
“มาขอรับ แต่นางรีบไปแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซือซิงก็ใจเสีย รีบขี่ม้าตามไปทันใด
เขาเพิ่งได้รับคำสั่งจากเมืองหลวง
ลั่วชิงยวนถูกออกหมายจับแล้ว!
หากนางกลับไปก็เหมือนกับแกะเดินเข้าปากเสือ!