ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1071
เขายังคงมองฟู่อวิ๋นโจวด้วยความสับสน
ฟู่อวิ๋นโจวจะยอมร่วมมือหรือ
ลั่วชิงยวนสั่งซูโหยวทันที “จงส่งข่าวออกไปว่าอ๋องผู้สำเร็จราชการถูก
ทำร้าย ชีวิตกำลังตกอยู่ในอันตราย รีบไปเชิญหัวหน้าหมอหลวงมู่และหมอเซิ่ง
ไป่ชวนมา”
ซูโหยวพยักหน้า “ขอรับ”
ส่วนฟู่อวิ๋นโจวถูกนำตัวไปขังไว้ทันที
ลั่วชิงยวนพูดว่า “ท่านไปพักผ่อนเถิดเพคะ หม่อมฉันจะเข้าวังไปพบไท
เฮาเพคะ”
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด คืนนี้ก็จะนำตัวลั่วเยวี่ยอิงกลับมาได้”
เมื่อนางพูดจบแล้วหันหลังเตรียมจะเดินออกไป
แต่ฟู่เฉินหวนจับข้อมือของนางไว้
แล้วพูดด้วยสีหน้ากังวล “ระวังตัวด้วย”
“ลั่วเยวี่ยอิงมิสำคัญ เจ้าจงปกป้องตนเองก่อน”
“ข้าจะส่งเซียวชูไปตามจักรพรรดิ เจ้าต้องกลับมาอย่างปลอดภัย!”
ลั่วชิงยวนคลี่ยิ้ม “วางใจเถิดเพคะ หม่อมฉันมิได้โง่เขลา”
ฟู่เฉินหวนจึงปล่อยมือ
ลั่
รื่
ที่
ลั่วชิงยวนและเซียวชูเข้าวังไปด้วยกัน เซียวชูไปรายงานเรื่องที่อ๋องผู้สำเร็จ
ราชการถูกทำร้ายต่อจักรพรรดิ
ส่วนลั่วชิงยวนไปยังพระตำหนักโช่วสี่
เรื่องนี้มิอาจล่าช้า ต้องแก้ไขโดยเร็ว
……
พระตำหนักโช่วสี่
ลั่วชิงยวนรออยู่ครู่หนึ่งจึงได้พบกับไทเฮา ซึ่งไทเฮาคงเข้านอนแล้ว แต่ก็
ลุกขึ้นมาแต่งกายใหม่ก่อนออกมาพบ
“มีเรื่องอันใดถึงได้รีบร้อนมาพบตัวข้ายามวิกาลเช่นนี้ หรือว่าคิดได้แล้วจึง
ยอมสละชีวิตเพื่ออ๋องผู้สำเร็จราชการและลั่วเยวี่ยอิง?”
ลั่วชิงยวนเย้ยหยัน “หม่อมฉันมิได้โง่เขลาถึงเพียงนั้นหรอกเพคะ”
นางหยิบจดหมายออกมาแล้วโยนไปตรงหน้าไทเฮา
“คืนนี้องค์ชายห้าฟู่อวิ๋นโจวลอบสังหารอ๋องผู้สำเร็จราชการ บัดนี้ฟู่เฉิน
หวนบาดเจ็บสาหัส ชีวิตกำลังอยู่ในอันตราย”
“องค์ชายห้าถูกจับได้และค้นพบจดหมายหลายฉบับในเรือนของเขา”
“นี่คือฉบับหนึ่ง!”
“นี่เป็นลายพระหัตถ์ของไทเฮาใช่หรือไม่เพคะ? เป็นไทเฮาที่สั่งให้องค์ชาย
ห้าลอบสังหารหรือเพคะ?”
“ดูเหมือนว่าตระกูลเหยียนจะถึงทางตันแล้วจึงต้องใช้วิธีนี้”
ลั่วชิงยวนพูดอย่างใจเย็น
เมื่อไทเฮาเปิดดูจดหมาย สีหน้าก็ซีดเผือดลง
นี่
ก่อนจะตบโต๊ะด้วยความโกรธจัด “ใส่ร้าย! นี่คือการใส่ร้าย! ตัวข้ามิเคย
เขียนจดหมายฉบับนี้!”
ลั่วชิงยวนเยาะเย้ย “ใส่ร้ายหรือ? ใครจะเชื่อเล่าเพคะ?”
ไทเฮาจ้องมองลั่วชิงยวนอย่างโกรธแค้น “เจ้าทำอะไรกับอวิ๋นโจว?”
ลั่วชิงยวนยกยิ้ม “ลอบสังหารอ๋องผู้สำเร็จราชการ แน่นอนว่าต้องถูกขังคุก
และถูกทรมานอย่างหนัก จำได้ว่าก่อนหน้านี้มือสังหารแห่งสำนักเทียนอิงก็ทน
อยู่ในมือหม่อมฉันได้มิถึงวัน การจะล้วงความลับจากปากฟู่อวิ๋นโจวจึงเป็นเรื่อง
ง่ายดายเพคะ”
“ทำให้เขาสารภาพทุกอย่างออกมา และสามารถเป็นพยานได้ว่าเป็นไท
เฮาที่สั่งให้เขาลงมือ”
ไทเฮาฟังแล้วก็โกรธแค้นยิ่งนักจนเจ็บแปลบที่หัวใจ
สายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง นึกอยากชำแหละลั่วชิงยวนให้เป็นชิ้น
ๆ!
“ลั่วชิงยวน!” ไทเฮากัดฟันแน่น
ลั่วชิงยวนมิเปลี่ยนสีหน้า ยังคงพูดอย่างใจเย็น “ไทเฮาควรขอบคุณหม่อม
ฉันที่ได้แจ้งให้ไทเฮาทราบก่อนที่เรื่องจะบานปลาย หากองค์จักรพรรดิและพวก
ขุนนางรู้เรื่องนี้เข้า”
“ก็จะแก้ไขมิได้แล้ว”
“เมื่อเร็ว ๆ นี้ อ๋องผู้สำเร็จราชการและแม่ทัพใหญ่ฉินกำลังสืบสวนตระกูล
เหยียนของพวกท่าน พวกท่านกลัวว่าจะถูกสืบหาความผิดจึงลงมือสังหารอ๋อง
ผู้สำเร็จราชการก่อน ใช่หรือไม่เพคะ?”
ไทเฮาฉีกจดหมายนั้นเป็นชิ้นแล้วโยนทิ้งอย่างแรง
“กำลังขู่ตัวข้าอยู่รึ? ลั่วชิงยวน ถึงแม้ตระกูลเหยียนจะต้องเกิดเรื่อง ตัวข้า
ก็จะฆ่าเจ้าก่อน!”
“ใครก็ได้!”
ไทเฮาลุกขึ้นตะโกนเรียกอย่างโกรธแค้น
องครักษ์สิบกว่านายก็เข้ามาล้อมลั่วชิงยวนไว้ทันที
องครักษ์เหล่านี้ล้วนมีท่าทีดุร้าย ดูแล้วก็คงจะเก่งกล้ายิ่งนัก
ทันใดนั้นพวกเขาก็พากันเข้าโจมตีลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนระมัดระวัง พยายามโต้กลับอย่างตึงเครียด
วรยุทธขององครักษ์เหล่านั้นเกือบจะเหมือนกัน และยังมีการจัดทัพแบบ
ค่ายกลด้วย สุดท้ายจึงล้อมลั่วชิงยวนไว้จนนางมิสามารถหลบหนีได้
ดูเหมือนว่าเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ข้างไทเฮาเพื่อปกป้องความปลอดภัย
มิใช่องครักษ์ในวังหลวงแน่นอน
ลั่วชิงยวนเพิ่งเคยพบกับการจัดทัพแบบค่ายกลเช่นนี้เป็นครั้งแรกจึงยากที่
จะรับมือ
ต้องใช้เวลาสักครู่ นางจึงสามารถแก้ไขการจัดทัพแบบค่ายกลของพวกเขา
ได้
แต่ทันใดนั้นโซ่เหล็กก็ถูกเหวี่ยงออกมาจากมุมห้อง โจมตีเข้าที่แผ่นหลัง
ของลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนรับมือมิทันจึงถูกโซ่เหล็กฟาดเข้าเต็มเปาจนล้มลงและกระอัก
เลือดออกมา