ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1073
มือที่อยู่ใต้ชายแขนเสื้อกำแน่น
ลั่วชิงยวนมองไทเฮาด้วยสีหน้ายั่วยุ “พาตัวคนของหม่อมฉันมา หากไท
เฮายังต้องการจะแก้ตัวก็อธิบายเรื่องห้องลับนี้ให้กระจ่างเสียก่อนเถิดเพคะ”
เซียวซูรีบเข้าไปช่วยพยุงลั่วเยวี่ยอิง
จักรพรรดิรีบพูดว่า “มิทราบว่าอาการของเสด็จพี่สามเป็นเช่นไรบ้าง ข้า
จะไปเยี่ยมตำหนักอ๋องพร้อมกับเจ้า”
จากนั้นทุกคนก็ออกไปจากพระตำหนักโช่วสี่
ไทเฮาโกรธแค้นจนต้องระบายอารมณ์ด้วยการปาข้าวของ “ลั่วชิงยวน!”
ทุกคนพาลั่วเยวี่ยอิงกลับตำหนัก
เมื่อมาถึงประตูตำหนัก ลั่วชิงยวนเห็นเงาร่างในชุดดำแวบหนึ่งในเงามืด
จึงให้ฟู่จิ่งหานเข้าไปก่อน ส่วนนางเดินไปในความมืดเพียงลำพัง
“เจ้ากล้าช่วยลั่วเยวี่ยอิงออกมาจริง ๆ”
“ข้าประเมินเจ้าต่ำไป”
น้ำเสียงของเหยียนหน่ายซินเย็นชา แฝงไปด้วยความมิยอมแพ้
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบา ๆ “เรามิใช่พวกเดียวกัน เจ้าเลิกคิดเรื่องร่วมมือกับ
ข้าเสียเถิด”
“ฟู่เฉินหวนให้สิ่งที่เจ้าต้องการมิได้”
ยิ้
เหยียนหน่ายซินยกยิ้มเย้ยหยัน “ดูเหมือนเจ้าจะยังคงถือว่าข้าเป็นคู่แข่ง
ทางความรักอยู่ จึงได้คอยระแวงข้าเช่นนี้”
“เช่นนั้นรึ?”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มจาง “เจ้าน่ะหรือ? ยังมิคู่ควรหรอก”
กล่าวจบ ลั่วชิงยวนก็หันหลังกลับเข้าตำหนักไป
ลั่วเยวี่ยอิงยังคงหมดสติ นางจึงให้คนพากลับไปขังไว้ในห้อง
ไทเฮาคงจะทรมานนางมิน้อย ร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยแผลจาก
แมลงกัดต่อย
แต่ก็มิถึงแก่ชีวิต
ลั่วชิงยวนกำลังจะเดินออกไป แต่ลั่วเยวี่ยอิงกลับคว้ามือของนางไว้
“ท่านอ๋องอยู่ที่ใด ข้าอยากพบท่านอ๋อง!”
“เหตุใดเป็นเจ้าที่ช่วยข้า เหตุใดมิใช่ท่านอ๋อง!”
ลั่วชิงยวนจ้องมองนางอย่างเย็นชา “บทเรียนครั้งนี้ยังมิสาสมอีกหรือ?”
“หากเจ้าอยากมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายก็จงอยู่เฉย ๆ อย่าได้วุ่นวาย!”
แววตาอันเฉียบคมของนางทำให้ลั่วเยวี่ยอิงสะดุ้ง นัยน์ตานางฉายแวว
หวาดกลัวเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนเดินออกจากห้องไป
แล้วสั่งให้องครักษ์เฝ้าอย่างเข้มงวด
เมื่อลั่วชิงยวนไปถึงห้องของฟู่เฉินหวน จักรพรรดิก็กลับไปแล้ว
นางยื่นขวดยาหลายขวดให้ฟู่เฉินหวน
นี้
นึ่
“ให้เสวยยานี้วันละหนึ่งเม็ดเพคะ”
“ลั่วเยวี่ยอิงกลับมาแล้ว ท่านต้องจดจำสิ่งที่หม่อมฉันบอกไว้ให้ดี อย่า
พยายามขัดขืน แล้วท่านจะมิปวดหัวอีกต่อไปเพคะ”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“อีกอย่าง คืนนี้หม่อมฉันได้ทำข้อตกลงกับฟู่อวิ๋นโจว ท่านต้องปล่อยเขา
ไปด้วยเพคะ”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้าตกลงโดยมิลังเล
ลั่วชิงยวนมองเขาด้วยความสงสัย “ท่านไม่มีอะไรจะถามหม่อมฉันบ้าง
หรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนเอ่ยเสียงเบา “ข้าบอกแล้วว่าเจ้าอยากทำอะไรก็ทำได้เลย”
“เพียงแต่ข้ายังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นหลีและโอสถจตุร
ธาตุ”
“แต่หากเจ้ามิอยากบอก ข้าก็จะมิบังคับ”
ลั่วชิงยวนนิ่งไปครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงนั่งลงบนเตียง แล้วอธิบายช้า ๆ ว่า “น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นหลี
เป็นน้ำที่คนแคว้นหลีทุกคนต้องดื่มหลังจากเกิดมาทันที พวกเขานับถือเทพเจ้า
เพื่อขอพรให้มีชีวิตที่สงบสุข ไร้ซึ่งความกังวล”
“ส่วนโอสถจตุรธาตุเป็นยาต้องห้ามที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน”
“ท่านเติบโตที่แคว้นเทียนเชวียมาตั้งแต่เด็ก ตามหลักแล้วมิน่าจะได้ดื่มน้ำ
ศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นหลี ท่านพอจะจำได้หรือไม่เพคะว่าเคยดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่ง
แคว้นหลีหรือไม่?”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้นราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “ตอนเด็ก
ๆ หมู่เฟยเคยให้ข้าดื่มน้ำชนิดหนึ่ง”
ดื่
“ดื่มติดต่อกันอยู่สามปี”
“นางมิยอมดื่มน้ำนั้นเองและมิยอมให้ใครดื่มด้วย ให้ข้าดื่มอยู่คนเดียว”
“แต่ตอนนั้นข้าก็มิได้คิดอะไร”
ลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจ
โดยทั่วไปจะดื่มและอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นหลีเพียงครั้งเดียว
มันไม่มีสรรพคุณในการรักษาโรคหรือถอนพิษ เป็นเพียงพิธีกรรมความ
เชื่อเพื่อสักการะเทพเจ้าและขอพรเท่านั้น
เหตุใดพระชายาหลีจึงให้ฟู่เฉินหวนดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นหลีติดต่อกัน
ถึงสามปี?
ลั่วชิงยวนครุ่นคิด จู่ ๆ ก็เกิดความคิดที่มิน่าเป็นไปได้ขึ้นมา
พระชายาหลีมิน่าจะรู้ถึงสรรพคุณที่แท้จริงของน้ำศักดิ์สิทธิ์ มิเช่นนั้นคงมิ
ยอมให้โอรสของตนดื่มเป็นแน่
การที่นางให้ฟู่เฉินหวนดื่มมากถึงเพียงนั้น หรือว่า… จะถูกหลอกลวง?