ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 108
“ของพวกนั้นไม่อาจพาคนที่ท่านอยากพบกลับมาได้ มันมีแต่จะนำปัญหา
ไม่รู้จบ และแม้แต่ความหายนะมาสู่ตระกูลของท่านด้วย”
ทันทีที่นางได้ยินสิ่งนี้ ลั่วหรงก็ชะงักฝีเท้าลงและร่างกายของนางก็แข็งทื่อ
ลั่วหรงยืนตัวแข็งทื่ออยู่เป็นเวลานานก่อนจะหันหลังกลับมา
นางสบตากับลั่วชิงยวนด้วยสายตาเฉียบคม “นี่เจ้าคิดจะเข้ามาสอดแนม
เรื่องของตระกูลข้าอย่างนั้นสินะ? ฮ่า ข้าคงประเมินเจ้าต่ำไป!”
แม้แต่สมาชิกในตระกูลก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้ความลับเรื่องนี้ แต่คนนอกอ
ย่างลั่วชิงยวนกลับรู้เรื่องนี้กับเขาด้วย!
แน่นอนว่า คนที่หาวิธีจับผู้ชายได้อย่างนาง ย่อมมีหัวคิดไม่ธรรมดา
แม้ว่าภายนอกนางจะดูอ้วนและไม่ฉลาดนัก แต่ภายใต้รูปร่างหน้าตาเช่น
นั้นของนางได้เก็บซ่อนความฉลาดหลักแหลมเอาไว้!
รอยยิ้มมีนัยปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของลั่วชิงยวน “ข้าอยากจะขอถามท่าน
ตรง ๆ สักหน่อย”
“ฮูหยินลั่ว ท่านเคยถามตัวเองบ้างหรือไม่? คนที่ท่านอยากพบตายจากไป
หลายสิบปีแล้ว หากเขาหมดกรรมและไปเกิดนานแล้ว เขาจะยังอยู่ในใต้หล้านี้
อีกหรือ? จริงอยู่ที่ท่านทุ่มเทอย่างหนักเพื่อเรียกให้เขากลับมา แต่สิ่งที่ถูกเรียก
มานั้นจะใช่เขาแน่หรือ?”
คำถามนี้ทำให้ลั่วหรงชะงักไป
นางขมวดคิ้ว ดวงตาคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำ และนางก็ตกใจเป็นอย่าง
มาก
ใช่ มันผ่านไปหลายทศวรรษแล้ว
ตั้
เขาคงกลับชาติมาเกิดตั้งนานแล้ว…
แต่ว่านางยังเอาแต่อัญเชิญวิญญาณไปเรื่อย ๆ ไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมา
อัญเชิญวิญญาณประเภทใดมาบ้าง
“ฮูหยินลั่ว แม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ข้าก็ยังอยากจะพูดกับฮูหยิน
เรื่องของลั่วอวิ๋นสี่สักสองสามคำ ฮูหยินลั่วไม่อยากรู้หรือว่าวันนี้ข้าไปพบนางที่
ใดมา”
รูม่านตาของลั่วหรงหดลง และนางก็จ้องมองคู่สนทนาไม่วางตา สายตา
แหลมคมของนางดูคล้ายจะมองทะลุผ่านร่างกายของลั่วชิงยวน
แต่ลั่วหรงไม่เห็นอะไรจากรอยยิ้มของลั่วชิงยวนเลย
“นี่ก็ดึกแล้ว แถมที่นี่ยังอยู่ห่างจากตำหนักของข้าไปถึงสามช่วงถนน จวน
มหาราชครูคงไม่คิดจะบีบบังคับให้แขกอย่างข้ากลับไปในเวลาเช่นนี้หรอกใช่
หรือไม่?”
ลั่วหรงนึกกังขาเมื่อเห็นว่าลั่วชิงยวนตั้งใจที่จะอยู่ค้างคืนที่นี่
แต่เมื่อมองดูท้องฟ้า นี่ก็ค่ำมืดดึกดื่นแล้ว หากจะให้ลั่วชิงยวนกลับไปเพียง
ลำพังก็คงไม่ปลอดภัยต่อนางนัก
ขณะนี้กำลังคนในจวนมีน้อยมาก และไม่มีใครสามารถคุ้มกันลั่วชิงยวน
กลับไปส่งที่ตำหนักของตนได้
ถ้าจวนของนางขับไล่ไสส่งอีกฝ่ายไป นางก็กลัวว่าผู้คนจะนินทาจวน
มหาราชครูกันเซ็งแซ่
ลั่วหรงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะรับคำ “ก็ได้ เช่นนั้นเจ้าก็พักอยู่ที่นี่
สักคืนก็แล้วกัน”
ในที่สุดก็ตกลงกันได้ ลั่วชิงยวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ครั้งนี้นางจะต้องได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมงานฉลองวันเกิดของฮูหยินลั่วให้
จงได้!
ลี้
ลั่
จะไม่มีใครหยุดนางให้เข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของมหาราชครูลั่วได้!
นางต้องการพักที่จวนมหาราชครู ดังนั้นนางจึงต้องบอกฟู่เฉินหวนไว้ก่อน
นางจึงได้ส่งแม่นมเติ้งกลับไปในขณะที่ตัวนางเองพักอยู่ในจวนมหาราชครู
เพียงลำพัง
ลั่วชิงยวนติดตามลั่วหรงเข้าไปในจวน
ลั่วหรงพูดถึงกฎของจวนว่า “เจ้าจะพักค้างคืนที่นี่ก็ได้ แต่ข้าต้องอธิบาย
กฎให้ชัดเจนเสียก่อน ถึงกลางคืนจะน่าเบื่อแค่ไหนก็ห้ามออกมาข้างนอก มิเช่น
นั้นหากเจ้าได้ประสบอันใดที่น่ากลัวขึ้นมา ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับจวนมหาราชครู
ของเรา”
“ข้าไม่อยากได้ยินเรื่องของอวิ๋นสี่ คงจะดีสำหรับเจ้ามากกว่าที่จะลืมและ
หยุดพูดเรื่องไร้สาระที่เกิดขึ้นข้างนอกไปเสีย”
“ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้กันดีว่าความอดทนของข้ามีไม่มากนัก ขออย่า
กระทำอันใดโง่เขลาก็แล้วกัน”
ลั่วชิงยวนรู้จักด้านนั้นของลั่วหรงดี นางเป็นบุตรสาวคนเดียวของมหาราช
ครูลั่ว นางเป็นสตรีที่ค้ำจุนจวนทั้งจวนมหาราชครู นางเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่ง
มาก
ถึงอย่างนั้น ลั่วหรงกลับบอกว่า นางไม่อยากรับรู้เรื่องของลั่วอวิ๋นสี่ และขอ
ให้นางอย่าพูดเรื่องไร้สาระออกไป
คล้ายกับนางจะรู้อยู่แล้วว่าลั่วอวิ๋นสี่ไปอยู่กับใคร
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกถึงได้ตึงเครียดเพียงนี้
ด้วยสถานะของลั่วหรงแล้ว ลั่วอวิ๋นสี่จะไม่ได้รับอนุญาตให้มีปฏิสัมพันธ์
กับใครที่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสวีซงหย่วนไม่ใช่คนดี
“คืนนี้เจ้าจะต้องพักที่ห้องรับรองแขกด้านนั้น” ลั่วหรงยกมือขึ้นแล้วชี้ไป
ลั่วชิงยวนมองตามนิ้วและเห็นเพียงทางเดินอันมืดมิด
ทั้
นี้
ตลอดทั้งทางเดินไม่มีแสงไฟเลยแม้แต่น้อย และเรือนรับรองแห่งนี้ก็ใหญ่
มากจนมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าห้องนั้นอยู่ตรงไหน
“ตอนนี้มีนางรับใช้ไม่มากนัก ดังนั้นเจ้าก็ดูแลตัวเองแล้วกัน” ลั่วหรงมิได้
ปลื้มลั่วชิงยวนเสียเท่าไหร่
นางเป็นคนที่ชอบหรือไม่ชอบก็แสดงออกบนใบหน้าทั้งหมด
หลังจากที่ลั่วหรงพูดจบนางก็จากไป
จากนั้น ลั่วชิงยวนจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าไปในห้องรับรองดัง
กล่าว เมื่อเดินผ่านไปยังทางเดินที่มืดมิด นางก็แทบจะไม่ได้เห็นสภาพแวดล้อม
โดยรอบผ่านแสงจันทร์ได้เลย
เอี๊ยด
นางดันประตูให้เปิดออก..
สายลมเย็นพัดมากระทบใบหน้าทำให้นางหนาวสั่นโดยไม่รู้ตัว
ช่างน่าขนลุกยิ่ง