ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1081
ลั่วชิงยวนกระดกสุราหมดจอกในอึกเดียว
ลั่วหลางหลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ตราบใดที่ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้า มิ
ว่าจะเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์หรือไม่ เราก็ล้วนมารวมตัวกันด้วยความรื่นเริง
ได้”
ลั่วอวิ๋นสี่พยักหน้าเห็นด้วย “ถูกแล้ว ขอเพียงครอบครัวอยู่พร้อมหน้า ทุก
เวลาล้วนเฉลิมฉลองได้ดั่งเทศกาลไหว้พระจันทร์!”
“อย่ามัวชักช้า รีบกินกันเถิด” ลั่วอวิ๋นสี่เอ่ยพลางเตรียมใช้ตะเกียบคีบ
อาหาร
ทว่าฟู่เฉินหวนกลับเอ่ยขัด “ช้าก่อน ยังมีแขกอีกคนที่ยังมามิถึง”
ได้ยินดังนั้น ทั้งสามล้วนประหลาดใจ
“ยังมีผู้ใดอีกหรือ?” ลั่วชิงยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ฟู่เฉินหวนตอบ “ยิ่งมีคนมากยิ่งครื้นเครง”
“รออีกสักครู่ คงใกล้มาถึงแล้ว”
หลังจากนั้นมินาน เมื่อแขกมาถึง ลั่วชิงยวนก็เผยสีหน้ายินดี “เชียนฉู่!”
ซ่งเชียนฉู่เดินทางมาพร้อมเฉินเซี่ยวหาน
นอกจากนี้ยังมีองค์ชายเจ็ดฟู่จิ่งหลีด้วย
รวมถึงแขกอีกคนหนึ่งจากเมืองซีหยาง ฟ่านลิ่งเสวียน
การปรากฏตัวของฟ่านลิ่งเสวียนทำให้ลั่วหลางหลางประหลาดใจเล็กน้อย
ลั่
วิ๋
สี่
นั้
ที่นั่
ลิ่
ลั่
ลั่วอวิ๋นสี่เห็นดังนั้นจึงรีบขยับที่นั่งให้ฟ่านลิ่งเสวียน ทำให้ลั่วหลางหลาง
หน้าแดงก่ำไปครู่หนึ่ง
จู่ ๆ ก็มีคนมากมายเช่นนี้ บรรยากาศครึกครื้นขึ้นมากทีเดียว
ลั่วชิงยวนรู้สึกซับซ้อนใจขณะมองไปยังฟู่เฉินหวน “ท่านวางแผนเรื่องนี้ไว้
ล่วงหน้าแล้วหรือเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนคลี่ยิ้ม “เจ้ามิชอบหรือ?”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปากก่อนจะยกจอกสุราขึ้นคารวะ “ขอบพระทัยท่าน
อ๋องที่ทรงลำบากเพคะ”
ฟู่เฉินหวนเผยรอยยิ้มมีเลศนัย ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาดื่มสุราจากจอกของ
นาง
ทันใดนั้น ด้านนอกก็มีเสียงดังตูม!
ดอกไม้ไฟเบ่งบานกลางท้องฟ้า แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณ
ตามมาด้วยเสียงดอกไม้ไฟอีกหลายชุด
“โอ้โห งดงามยิ่งนัก”
บนท้องถนนเบื้องล่างครึกครื้นกว่าเดิม
ลั่วชิงยวนมองดอกไม้ไฟเพลินตา แล้วจึงได้ตระหนักว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวที่ดี
ที่สุด
แม้กระทั่งตำแหน่งที่นั่งก็เหมาะเจาะลงตัว
เดิมทีนางแค่อยากหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมเลี้ยงฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์
ในวังหลวง จึงมาพักผ่อนที่เมืองซีหยาง จึงมิได้เตรียมสิ่งใดเป็นพิเศษ
แต่มินึกเลยว่าฟู่เฉินหวนจะเตรียมการไว้มากมายเช่นนี้
“เชิญทุกท่าน แม้เทศกาลไหว้พระจันทร์จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ท่ามกลาง
บรรยากาศเช่นนี้ก็สมควรแก่การดื่มฉลอง!”
ทุกคนต่างยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมด
บรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น
นี่เป็นครั้งแรกที่ลั่วชิงยวนรู้สึกว่าความครึกครื้นเช่นนี้ช่างงดงามอบอุ่น
มิใช่ความจอแจวุ่นวาย
เพราะเมื่อนางอยู่ท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ นางสัมผัสได้ถึงไออุ่นระหว่างมิตร
สหายและครอบครัว
“ครั้งหน้าที่ดื่มฉลองเช่นนี้ คงเป็นงานมงคลสมรสของพวกเจ้าสองคน
กระมัง? วันใดจะเข้าพิธีสมรสก็บอกกล่าวกันมาได้ ข้าจะได้เตรียมของกำนัลชิ้น
ใหญ่ไว้ให้!”
ฟู่จิ่งหลีเอ่ยแซวซ่งเชียนฉู่และเฉินเซี่ยวหาน
“หา? พวกเจ้าจะแต่งงานกันแล้วหรือ?” ลั่วอวิ๋นสี่เอ่ยด้วยความตกตะลึง
ลั่วหลางหลางเสริม “เช่นนั้นอย่าลืมเชิญพวกข้าด้วยล่ะ”
เฉินเซี่ยวหานยิ้มรับ “วางใจเถิด ไม่มีใครหนีรอดไปได้สักคนหรอก!”
ซ่งเชียนฉู่ถูกแซวจนหน้าแดง “ยังมิทันได้ดูฤกษ์ยามเลย พูดเช่นนี้ได้
อย่างไร”
ฟู่จิ่งหลีเอ่ย “แล้วจะมัวช้าอยู่ไย จะมัวโอ้เอ้ไปถึงเมื่อใด รีบแต่งงานเสีย
เถิด! ให้ข้าได้ดื่มอวยพรโดยเร็ว!”
ซ่งเชียนฉู่รีบเปลี่ยนเรื่อง “เหตุใดจึงพูดถึงแต่พวกข้าเล่า หลางหลางกับ
คุณชายฟ่านเล่า? พวกเจ้าทั้งสองจะแต่งงานกันเมื่อใดเล่า?”
ลั่
พื่
ลั่วหลางหลางสะดุ้ง แล้วรีบก้มหน้าลง “จู่ ๆ มาพูดถึงพวกข้าเพื่ออะไร
กัน”
“ใคร ๆ ก็รู้ความในใจที่เจ้าทั้งสองมีต่อกัน เหตุใดต้องปิดบังอีก เลือกวันดี
ๆ แต่งงานกันเสียเถิด”
“บังเอิญว่าที่นี่มีผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ คำนวณฤกษ์ยามมงคลให้
เจ้าทั้งสองได้พอดี จะได้ครองรักกันอย่างราบรื่นตลอดไป!”
ซ่งเชียนฉู่ดื่มไปหลายจอกจึงพูดจาโผงผาง ลั่วชิงยวนแทบอยากจะพุ่งตัว
ไปปิดปากนางแล้ว
ฟู่เฉินหวนได้ยินเข้าพอดีจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผู้ใดเชี่ยวชาญด้าน
โหราศาสตร์หรือ?”