ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1087
ยามเที่ยงวัน ลั่วชิงยวนกลับถึงตำหนักอ๋อง
ทันทีที่กลับมาถึง ซูโหยวก็รีบมารายงานเรื่องราวมากมาย ฟู่เฉินหวนจึงไป
ยังห้องตำรา
ลั่วชิงยวนกลับห้องตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์ แล้วตั้งใจจะงีบหลับ
แต่ปรากฏว่าทันทีที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วออกมา จือเฉาก็วิ่งมาอย่างเร่งรีบ
“มิดีแล้วเจ้าค่ะพระชายา ลั่วเยวี่ยอิงผูกคอตายแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ฟังดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
“นางผูกคอฆ่าตัวตายช่วงที่พวกข้ามิอยู่หรือ?”
จือเฉาได้แต่ส่ายหน้า
สายตาของลั่วชิงยวนเย็นชาลง นั่นหมายความว่านางตั้งใจรอให้พวกนาง
กลับมาก่อน จึงมาทำเป็นผูกคอตายเช่นนี้
“ข้าจะไปดู”
ลั่วชิงยวนเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
เมื่อไปถึง ลั่วเยวี่ยอิงถูกช่วยไว้ได้แล้ว แต่ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนตาย
แม้จะอ่อนแอ แต่ก็ยังจ้องมองลั่วชิงยวนด้วยความโกรธแค้น “ถึงข้าจะ
ตาย! ข้าก็จะมิยอมให้เจ้าใช้ประโยชน์จากข้าอีก!”
กล่าวจบ ลั่วเยวี่ยอิงกัดฟันพยุงร่างกายลุกขึ้น แล้วกระแทกตัวเข้ากับ
กำแพงอย่างแรง
ลั่
นิ่
ที่
ลั่วชิงยวนยืนนิ่งอยู่กับที่ พูดอย่างเรียบเฉยว่า “แสร้งทำให้ใครดูเล่า!”
“ข้ามิเชื่อหรอกว่าเจ้าจะกล้าตายจริง ๆ!”
ลั่วเยวี่ยอิงมิได้กระแทกตัวเข้ากับกำแพงอีกแต่อย่างใด
นางหันกลับมามองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น แล้วกัดฟันพูด
ว่า “ลั่วชิงยวน เจ้ามิกลัวจะได้รับผลกรรมบ้างหรือไร!”
“สิ่งที่เจ้าทำกับข้า ท่านอ๋องทราบหรือไม่? ท่านทราบหรือไม่ว่าเจ้าชั่วร้าย
เพียงใด?”
ลั่วชิงยวนจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ทราบแล้วอย่างไร มิทราบแล้ว
อย่างไร มันมิเกี่ยวกับเจ้า”
“อยากตายก็ตายไปสิ ไม่มีใครมาเก็บศพเจ้าหรอก”
กล่าวจบ ลั่วชิงยวนก็หันหลังไป
พูดกับทหารรักษาการณ์ “หากนางยังคิดจะฆ่าตัวตายอีก อย่าได้ช่วยนาง”
ทหารรักษาการณ์รับคำว่า “ขอรับ!”
เมื่อลั่วชิงยวนกำลังจะเดินต่อไป ลั่วเยวี่ยอิงแค้นจนกัดฟันกรอด นาง
กระโจนเข้าใส่ลั่วชิงยวนอย่างรุนแรง
แล้วใช้มือทั้งสองข้างบีบคอลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนต่อสู้กลับ ใช้เท้าถีบลั่วเยวี่ยอิงออกไป
ร่างของลั่วเยวี่ยอิงกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรง แล้วล้มลงกลิ้งลงมา
จากบันได ก่อนกระอักเลือดออกมา
บังเอิญว่าในขณะนั้น ฟู่เฉินหวนเข้ามาในตำหนักพอดี
มื่
นั้
ก่ำ
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ดวงตาของฟู่เฉินหวนแดงก่ำ ใบหน้าซีดเผือด
ราวกับเป็นคนละคน
ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
จากนั้นเดินเข้ามาตบหน้าลั่วชิงยวนอย่างแรง
เพียะ
ทั้งสองต่างตกตะลึง
ลั่วชิงยวนลูบใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตนแล้วมองไปที่ฟู่เฉินหวน
ฟู่เฉินหวนรู้สึกชาที่ฝ่ามือ เมื่อตระหนักได้ว่ากระทำสิ่งใดลงไป ดวงตาจึง
แดงก่ำ
“ชิงยวน…”
ลั่วเยวี่ยอิงที่นอนอยู่บนพื้นยื่นมือออกมาอย่างอ่อนแอ พลางร้องขอความ
ช่วยเหลือ “ท่านอ๋อง… ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ…”
กล่าวจบก็กระอักเลือดออกมาอีก
และที่แขนของลั่วเยวี่ยอิงที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมาเต็มไปด้วยบาดแผล
มากมาย
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
แม้ว่านางจะเอาเลือดของลั่วเยวี่ยอิงไป แต่บาดแผลก็มิได้เยอะและลึกถึง
เพียงนี้
นี่มัน…
ลั่วเยวี่ยอิงทำเองหรือ?!
มื่
นั้
ลี่
เมื่อฟู่เฉินหวนเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป แล้วก็ควบคุมความเจ็บปวดมิ
อยู่
เขากำมือแน่น เส้นเลือดที่หน้าผากและหลังมือปูดขึ้น
“ท่านอ๋อง… ท่านอ๋อง… ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ…” ลั่วเยวี่ยอิงคืบคลานไป
หาฟู่เฉินหวนอย่างยากลำบาก
รูปลักษณ์ที่น่าสลดใจงนั้นบีบคั้นหัวใจมาก
ฟู่เฉินหวนประสงค์จะหันหลังเดินจากไป แต่ขณะนี้กลับขยับเท้ามิได้
เมื่อเห็นฟู่เฉินหวนทุกข์ทรมานเช่นนั้น ลั่วชิงยวนก็ปวดใจยิ่งนัก
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันบอกท่านแล้ว…” ลั่วชิงยวนเอ่ยเตือนเขา
ฟู่เฉินหวนกัดฟัน ก้มตัวอุ้มลั่วเยวี่ยอิงขึ้นมา แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว