ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1096
“องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งว่าการประลองยุทธ์ครั้งนี้ ต้องการให้ท่านอ๋อง
คัดเลือกผู้มีความสามารถ จึงอนุญาตให้ท่านอ๋องพาพระชายาทั้งสองไปชมการ
ประลองได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
ฟู่เฉินหวนรับพระราชโองการมาดู แล้วพบว่าเป็นพระราชโองการจริง
จิ่นชูมองแล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้องค์จักรพรรดิทรงรับสั่งให้ท่านอ๋อง
พาพระชายาทั้งสองไปด้วย เหตุใดจึงมิเห็นพระชายารองหรือเพคะ?”
ยามนี้ลั่วเยวี่ยอิงรู้ข่าวการประลองยุทธ์แล้ว นางส่งเสียงโวยวายอยากไป
ด้วยอยู่หน้าประตู “ท่านอ๋อง! ท่านอ๋องเพคะ! พาหม่อมฉันไปด้วยเถิดเพคะ!”
จิ่นชูได้ยินเสียงนี้แล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ท่านอ๋องอย่าลืมพระชายารอง
นะเพคะ”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “การประลองยุทธ์มิเกี่ยวกับนาง นางมิจำเป็นต้องไป
ก็ได้”
จิ่นชูถามด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นท่านอ๋องจะขัดต่อพระราชโองการหรือ
เพคะ?”
คำพูดนี้ทำให้ฟู่เฉินหวนจำต้องพาลั่วเยวี่ยอิงไปด้วย
เพราะสุดท้ายแล้วนั่นก็คือพระราชโองการ
มหาราชาจารย์เหยียนเพิ่งลาออก ตระกูลเหยียนกำลังตกต่ำ หากเขาขัด
พระราชโองการในเวลานี้ก็จะดูเหมือนอวดดี มิเคารพองค์จักรพรรดิ
ฟู่เฉินหวนสบตากับลั่วชิงยวน ทั้งสองต่างก็รู้สึกว่าครั้งนี้ไทเฮาเหยียนต้อง
เล่นตุกติกแน่นอน!
ลั่
ุ
“มิต้องกังวล ไม่มีอะไรหรอกเพคะ” ลั่วชิงยวนปลอบใจ
มินานลั่วเยวี่ยอิงก็ถูกปล่อยตัวออกมา นางรีบเข้ามาควงแขนฟู่เฉินหวน
“ท่านอ๋องเพคะ ในที่สุดท่านก็ยอมพาหม่อมฉันไป หม่อมฉันเบื่อการอยู่ใน
ตำหนักจะแย่แล้วเพคะ”
“งานประลองยุทธ์ครึกครื้นเช่นนี้จะลืมหม่อมฉันได้อย่างไร หม่อมฉันรู้ว่า
ท่านอ๋องดีกับหม่อมฉันที่สุด”
ฟู่เฉินหวนรังเกียจในใจ แต่พอคิดจะปฏิเสธก็เริ่มปวดศีรษะทันใด
จึงต้องทนพาลั่วเยวี่ยอิงขึ้นรถม้า
ลั่วชิงยวนมิได้โกรธ แต่ทนเห็นท่าทางน่ารังเกียจของลั่วเยวี่ยอิงมิได้ จึงนั่ง
รถม้าอีกคันมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดการประลองยุทธ์
ตอนนี้ใต้สังเวียนเต็มไปด้วยผู้คน
ผู้ที่นั่งบนที่นั่งสามชั้นล้วนเป็นเชื้อพระวงศ์ทั้งสิ้น
คนยังมามิครบ การประลองจึงยังมิเริ่ม
หลังที่นั่งเป็นสวนเล็ก ๆ ในสวนมีสระบัวใหญ่ มีคนมากมายกำลังดื่มชา
พลางพูดคุยกันรอการประลองเริ่มขึ้น
พวกลั่วชิงยวนเดินเข้าไปในสวน
ลั่วเยวี่ยอิงดึงฟู่เฉินหวนไปนั่งบนเก้าอี้หิน มินานก็มีคนนำชามาให้
ชาวางบนโต๊ะแล้ว ลั่วเยวี่ยอิงกลับแกล้งพูดเสียงดัง “พระชายา รบกวนริน
ชาให้ข้าด้วย”
ลั่วชิงยวนมองอย่างเย็นชา
โดยรอบพลันเงียบสงัด ผู้คนมากมายต่างมองมา
คิ้
ขึ้
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว เส้นเลือดบนหน้าผากปูดขึ้นมาทันใด
ลั่วชิงยวนกำมือแน่น แล้วก็คลายออก จากนั้นรินชาใส่ถ้วยยื่นให้ลั่วเยวี่
ยอิง
ลั่วเยวี่ยอิงมิรับ เพียงแค่มองนางแล้วกล่าวอย่างหยิ่งผยอง “ใช้สองมือ”
ลั่วชิงยวนกัดฟันยื่นถ้วยชาให้ด้วยสองมือ
ลั่วเยวี่ยอิงจึงรับถ้วยชามาดื่มด้วยความพึงพอใจ
ลั่วชิงยวนเห็นฟู่เฉินหวนเปลี่ยนสีหน้าก็รีบส่งสายตาให้เขา
รอบ ๆ มีเสียงอุทานเบา ๆ
“สวรรค์โปรด ลั่วเยวี่ยอิงสั่งลั่วชิงยวนได้”
“ลั่วชิงยวนเป็นถึงพระชายาเอก!”
“ใช่แล้ว เหตุใดตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการละเลยเช่นนี้ ลั่วชิงยวนยังเป็น
ถึงองค์หญิงที่องค์จักรพรรดิทรงแต่งตั้ง”
“อุกอาจยิ่งนัก”
แต่ก็มีบางคนพูดว่า “ตำแหน่งสูงส่งแค่ไหนก็สู้ความโปรดปรานของท่าน
อ๋องผู้สำเร็จราชการมิได้”
“ใครให้ลั่วเยวี่ยอิงเป็นที่รักของท่านอ๋องเล่า”
“พวกเจ้าลืมแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ลั่วเยวี่ยอิงกับคนของตระกูลเหยียนเป็น
เช่นนั้น ท่านอ๋องก็ยังยอมแต่งงานกับนาง”
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ นางเป็นแค่พระชายารองกลับอยู่เหนือพระชายาเอก ช่างมิ
ธรรมดาเสียจริง!”
ตอนนี้ลั่วเยวี่ยอิงกำลังรุ่งโรจน์จริง ๆ
มื่
ที่
ขึ้
ยิ่
เมื่อนางได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แทนที่จะสำรวมมากขึ้นกลับยิ่งได้ใจ
“ข้าเริ่มหิวแล้ว พระชายา ไปหาของกินมาให้ข้าหน่อยสิ”
ลั่วชิงยวนอดทนลุกไปหาของว่างมาให้นาง
ลั่วเยวี่ยอิงควงแขนฟู่เฉินหวนยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านอ๋อง ท่านว่าในสระ
บัวนี้มีรากบัวหรือไม่? หม่อมฉันอยากเห็นยิ่งนักเพคะ”
นางพูดจบก็มองไปที่ลั่วชิงยวน