ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1098
ในมิช้าการประลองก็เริ่มขึ้น
โชคดีที่ลั่วเยวี่ยอิงมิได้ก่อเรื่องวุ่นวายอีก นางเฝ้าดูการประลองอย่างสงบ
ลั่วชิงยวนใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ ดาบและกระบี่นั้นไร้ตา ดัง
นั้นการประลองครั้งนี้จึงห้ามใช้ดาบและอาวุธลับ
แต่เมื่อปรมาจารย์ต่อสู้กันก็อาจจะควบคุมมือมิทัน เพื่อให้ทุกคนได้ทุ่มเท
อย่างเต็มที่ การประลองครั้งนี้ ความเป็นความตายจึงเป็นเรื่องของชะตาฟ้า
ลิขิต
ชัยชนะครั้งสุดท้ายมิใช่ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุด
สิ่งสำคัญคือการแสดงผลงานในระหว่างการประลอง ฟู่เฉินหวนจะคัด
เลือกผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นบางคน
สำหรับฟู่จิ่งหาน การประลองครั้งนี้มิใช่เพียงการคัดเลือกผู้ที่มีความ
สามารถโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการชมการประลองที่น่าตื่นเต้นด้วย ดังนั้นจึง
มีความอิสระสูง
ทุกคนสามารถขึ้นไปท้าทายได้ หนึ่งรอบมีผู้แข่งขันสิบคน ผู้ชนะจะได้พัก
แล้วเข้าสู่รอบที่สอง
ดังนั้นผู้ชนะในแต่ละรอบจะสามารถท้าทายคู่ต่อสู้ที่ตนคิดว่าแข็งแกร่ง
กว่าได้อย่างอิสระ
การประลองรอบแรกจบลงอย่างรวดเร็ว ฟู่เฉินหวนกับฟู่จิ่งหานวิเคราะห์ผู้
ที่เหมาะสมในรอบนี้อย่างจริงจัง
ฟู่จิ่งหานพยักหน้าให้ขันทีที่ยืนอยู่ด้านข้างจดบันทึกชื่อ
ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
ทั่
ที่
ุ
จนกระทั่งถึงรอบที่สาม เหยียนผิงเซียวเข้าร่วมการประลอง
ท้าทายสามคนติดต่อกัน โดยไม่มีใครเอาชนะได้
สุดท้ายเหยียนผิงเซียวก็เงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ลั่วชิงยวน
“ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าพระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการมีฝีมือด้านวรยุทธที่
สูงส่ง มิทราบว่าวันนี้จะมีโอกาสได้ประลองกับพระชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการ
หรือไม่!”
เมื่อคำพูดนี้ดังขึ้น สายตาของผู้คนมากมายต่างหันไปที่ลั่วชิงยวน
เหยียนผิงเซียวต้องการท้าทายนาง!
ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจเช่นกัน
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของเหยียนผิงเซียว ลั่วชิงยวน
ก็เข้าใจบางสิ่งบางอย่าง
นี่คือจุดประสงค์ที่ไทเฮาใช้พระราชโองการลวงใช่หรือไม่
แน่นอนว่าลั่วเยวี่ยอิงกล่าวทันทีว่า “ท่านอ๋อง โปรดให้พระชายาไปเถิด
เพคะ หม่อมฉันเองก็อยากเห็นว่าใครจะชนะ”
“ด้วยฝีมือของพระชายา การประลองครั้งนี้จะต้องน่าตื่นเต้นอย่าง
แน่นอน!”
“ท่านอ๋อง โปรดอนุญาตเถิดเพคะ”
ลั่วเยวี่ยอิงเริ่มทำตัวออดอ้อนอีกครั้ง
ฟู่เฉินหวนมิต้องการทำเช่นนั้น แต่เมื่อความคิดที่จะต่อต้านเกิดขึ้น ความ
เจ็บปวดอย่างรุนแรงก็ตามมา
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นสภาพของฟู่เฉินหวนก็เจ็บแปลบในใจ
นี้
ที่
นี้
นี้
บัดนี้ผู้ที่รู้ความลับนี้ยังมีมิมาก ในสถานการณ์เช่นนี้ ฟู่เฉินหวนมิสามารถ
เป็นลมต่อหน้าผู้คนได้
ก่อนที่ฟู่เฉินหวนจะเอ่ยคำใด ลั่วชิงยวนก็ลุกขึ้นยืนแล้ว “ได้ ข้าจะประลอง
กับเจ้า!”
แต่เพียงชั่วพริบตาที่ลุกขึ้น ลั่วชิงยวนก็รู้สึกมึนหัว
เมื่อใช้วิชาตัวเบากระโดดลงไปก็รู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง
นางตกใจในใจ นางมิได้เป็นหวัด!
มีการวางยาในสระน้ำนั้น!
ขณะนี้นางลงไปอยู่บนสังเวียนแล้ว จะถอนตัวก็สายเกินไปแล้ว!
เหยียนผิงเซียวมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “ในที่สุดก็มีโอกาสได้
ประลองกับพระชายาแล้ว! ขอพระชายาโปรดใช้กำลังอย่างเต็มที่ เพราะว่า…
หมัดและเท้าไร้ตา หากพระชายาบาดเจ็บก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน!”
กล่าวจบนัยน์ตาของเหยียนผิงเซียวก็ฉายแววมุ่งสังหาร ก่อนจะกำหมัด
แล้วเข้าโจมตี
หมัดพุ่งแหวกอากาศจนเกิดสายลมพัดผ่านเส้นผมของลั่วชิงยวน นางหลบ
ไปด้านข้าง
แล้วกำหมัดตอบโต้ทันที
แต่เมื่อหมัดนี้ชกออกไปกลับอ่อนแรง
ถึงแม้จะโดนเหยียนผิงเซียว แต่ก็มิสามารถทำร้ายเขาได้เลย
เหยียนผิงเซียวยิ้มเยาะมุมปาก แล้วโจมตีรุนแรงยิ่งขึ้น
ลั่วชิงยวนทำได้เพียงหลบการโจมตีด้วยความเร็ว แต่มิสามารถตอบโต้ได้
ที่
นี้
ความรู้สึกที่แขนขาอ่อนแรงนี้ทำให้มิสามารถโจมตีได้
ขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังหาโอกาสที่จะเอาชนะ เหยียนผิงเซียวก็สังเกตเห็น
เจตนาของนาง
เขาจับลั่วชิงยวนด้วยความเร็วสูงสุด ใช้มือทั้งสองข้างจับไหล่ของนาง แล้ว
ใช้เข่ากระแทกเข้าที่ท้องของลั่วชิงยวนอย่างแรง
ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่ว ลั่วชิงยวนถูกถีบจนกระเด็นไปหลายเมตร
แล้วล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ก่อนกระอักเลือดออกมา
เมื่อเงยหน้าขึ้น เหยียนผิงเซียวก็กำลังเดินเข้ามาหานางด้วยใบหน้าที่เต็ม
ไปด้วยสีหน้าอาฆาตแค้น
ลั่วชิงยวนพยายามบังคับตัวเองให้ลุกขึ้น
ภาพนี้ทำให้ผู้คนมากมายใจหายใจคว่ำ