ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1107
“คิดว่าคงเป็นเพราะท่านอาจารย์นักพรตเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังมิได้มี
โอกาสสืบเสาะหาชื่อเสียงของข้าในเมืองหลวง หากข้าเป็นเพียงผู้หลอกลวงต้ม
ตุ๋น คงมีผู้คนตำหนิติเตียนข้าไปนานแล้ว”
เมื่ออาจารย์นักพรตเสวียนซานได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดเสียแล้ว
เมื่อมองดูฉู่ลั่วที่วางตัวอย่างสง่าผ่าเผยและแสดงท่าทีมั่นใจเช่นนี้ ก็รู้ว่า
ย่อมมีฝีมือที่แท้จริง มิใช่เพียงคนหลอกลวงพูดจาโอ้อวด
ครู่หนึ่งก็รู้สึกเสียใจที่มิได้สืบเสาะหาชื่อเสียงของฉู่ลั่วเสียก่อน
“ที่แท้ข้าเข้าใจผิดไป ขออภัยต่อท่านเซียนฉู่ด้วย”
“แต่ข้าเห็นว่าท่านเซียนฉู่มีฝีมือที่แท้จริง มิทราบว่าเรียนวิชาจากสำนัก
ใด? เหตุใดจึงต้องใช้ชื่อของศิษย์เสวียนซานด้วยหรือ?”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มจาง แล้วกล่าวว่า “ไร้สำนักไร้พรรค”
อาจารย์นักพรตเสวียนซานขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกตะลึง แล้วกล่าวอ
ย่างเสียดายว่า “ไร้สำนักไร้พรรค นั่นหมายความว่าเรียนวิชาลับใช่หรือไม่?
ท่านเซียนฉู่ควรเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักเสวียนซาน วันนี้ได้พบกันโดยบังเอิญ
ข้าปรารถนาจะรับท่านเป็นศิษย์เอก!”
ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึง เมื่อครู่ยังหาเรื่อง บัดนี้กลับจะรับฉู่ลั่วเป็นศิษย์
แล้วน่ะหรือ?
แต่ลั่วชิงยวนกลับมิได้ตอบรับ เพียงแค่ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขอบพระคุณใน
น้ำใจของท่านอาจารย์นักพรต แต่ข้าคุ้นเคยกับการเป็นอิสระ กฎระเบียบของ
เสวียนซานนั้นมีมากมาย มิตรงจริตของข้านัก”
ยิ่
อาจารย์นักพรตเสวียนซานยิ่งตกตะลึง โดยปกติแล้วผู้คนต่างแย่งกันมา
เป็นศิษย์ของเขา แต่ครั้งนี้เขากลับต้องการรับศิษย์เอง ทว่าก็ถูกปฏิเสธ!
อดรู้สึกมิได้ว่าชายหนุ่มคนนี้เย่อหยิ่งเกินไป!
เขาจึงยิ้มเย้ยหยัน “ในฐานะเด็กกลับเย่อหยิ่งเช่นนี้ เรียนวิชาลับมากเกิน
ไป อาจกลายเป็นวิชามารชั่วร้ายได้”
ลั่วชิงยวนยิ้มอย่างสุภาพ “ข้าปรารถนาจะเข้าเป็นศิษย์ แต่ข้าเกรงว่าท่าน
อาจารย์นักพรตจะรับข้ามิได้”
อาจารย์นักพรตเสวียนซานราวกับได้ยินเรื่องตลก “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า… ท่าน
ลองบอกมาสิว่าเหตุใดจึงรับมิได้?”
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลง ดวงตาฉายแววลึกล้ำ ก่อนจะนำเข็มทิศอาณัติสวรรค์
ออกมา มองเพียงมิกี่ครั้งก็เห็นอดีตและอนาคตของอาจารย์นักพรตเสวียนซาน
จากคันฉ่องสุริยันจันทรา
“ท่านอาจารย์นักพรตเข้ามาในสำนักเสวียนซานเมื่ออายุสิบห้าปี อายุยี่สิบ
ปีขึ้นเป็นอาจารย์ อายุยี่สิบสองปีฝ่าฝืนกฎระเบียบของสำนักด้วยการแต่งงาน
อายุยี่สิบห้าปีสูญเสียภรรยาและบุตร…”
สีหน้าของอาจารย์นักพรตซีดเผือด
พลันมองนางด้วยความตกตะลึง
ลั่วชิงยวนยังจะพูดต่อไป แต่ท่านอาจารย์ก็รีบห้ามไว้ “พอแล้ว!”
“ท่าน… ท่านรู้ได้อย่างไร…” อาจารย์นักพรตตกตะลึง มองลั่วชิงยวนด้วย
สายตาที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัว
ลั่วชิงยวนยกยิ้มจาง “ข้าบอกแล้ว ศิษย์อย่างข้า ท่านรับมิได้หรอก”
“ท่านเป็นใครกันแน่!” อาจารย์นักพรตมิอาจเชื่อได้
ลั่
ยิ้
ลั่วชิงยวนยกยิ้มมุมปาก แล้วกล่าวอย่างลึกลับ “ชะตาฟ้าลิขิตมิอาจเปิด
เผย”
“ท่านอาจารย์นักพรตเปิดเผยชะตาฟ้าลิขิตมากเกินไป ใช้ความสามารถ
ของตนแสวงหาผลประโยชน์ จึงทำให้ภรรยาและบุตรเสียชีวิต การเดินทาง
มายังแคว้นเทียนเชวียครั้งนี้มิใช่สิ่งที่ท่านควรเข้าร่วม ภายในสองวันจงออกจาก
เมืองหลวงไปเพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติ”
ถ้อยคำสามคำสุดท้ายของลั่วชิงยวน
ทำให้สีหน้าของอาจารย์นักพรตเสวียนซานเปลี่ยนไป
แล้วก้มลงคารวะลั่วชิงยวน “ข้าตามืดบอด ขอขอบพระคุณท่านผู้ทรง
ปัญญา!”
“ข้าจะออกจากวัง ออกจากเมืองหลวงเสียเดี๋ยวนี้!”
แล้วก็ลาจักรพรรดิก่อนรีบออกไป
ข้าราชบริพารในที่นั้นต่างตกตะลึงพูดมิออก
เห็นได้ชัดว่าอาจารย์นักพรตเสวียนซานเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เก่งกล้า แต่
กลับคารวะบุคคลที่อายุน้อยกว่ามาก
ท่านเซียนฉู่คู่ควรกับตำแหน่งเทพแห่งการพยากรณ์จริง ๆ!
ในที่ลับตาคน หญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งกายเป็นสาวใช้จ้องมองลั่วชิงยวน
แล้วก็แอบตามอาจารย์นักพรตไป
ฟู่เฉินหวนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เขามิได้มองคนผิดไป
จิ่
ยิ้
ฟู่จิ่งหานก็รู้สึกโล่งใจ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูเหมือนว่าตำแหน่งมหา
ปราชญ์นี้จะตกเป็นของท่านเซียนฉู่!”
“ท่านสามารถคำนวณภัยพิบัติของแคว้นเทียนเชวียได้ ย่อมมีวิธีที่จะลด
ความเสียหายของภัยพิบัติครั้งนี้ให้เหลือน้อยที่สุด!”
ฟู่จิ่งหานเต็มไปด้วยความคาดหวัง
แต่ลั่วชิงยวนกลับกล่าวว่า “กระหม่อมเกรงว่าจะมิสามารถรับตำแหน่ง
มหาปราชญ์ไว้ได้พ่ะย่ะค่ะ”