ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1112
“หม่อมฉัน…” เมื่อถูกจ้องมองด้วยแววตาเช่นนี้ ลั่วชิงยวนก็มิอาจปั้นแต่ง
คำโกหกต่อไปได้
“ว่าอย่างไร? ยังคิดคำโกหกมิออกหรือ?” ฟู่เฉินหวนใช้มือทั้งสองยันประตู
แล้วเอนกายเข้ามาใกล้นาง
ดวงตาคมกริบแฝงอันตราย ใกล้ชิดเพียงนี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนรุ่ม
ดุจเปลวเพลิง
ลั่วชิงยวนกลืนน้ำลายลงคอ ยอมรับแต่โดยดี “ใช่เพคะ หม่อมฉันคือฉู่ลั่ว!”
“อย่ากล่าวหาว่าหม่อมฉันหลอกลวงท่านมาโดยตลอดเลยเพคะ ครั้งนั้น
ท่านเป็นผู้ขับไล่หม่อมฉันไปยังเรือนอื่นเพื่อให้ตายไปเอง หากหม่อมฉันมิปิดบัง
ท่าน แล้วหาทางทำมาหากินเองก็คงอดตายหนาวตายอยู่ในเรือนหลังนั้นไป
นานแล้ว…”
กล่าวถึงตรงนี้ ฟู่เฉินหวนก็ขมวดคิ้วแล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด
กอดนางไว้แน่น
ลั่วชิงยวนชะงักไป
เสียงทุ้มต่ำของฟู่เฉินหวนดังข้างหู “ข้าขอโทษ ทั้งหมดเป็นความผิดของ
ข้าเอง”
ลั่วชิงยวนตกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นเขารู้สึกผิดเช่นนี้ก็ใจอ่อน นางลูบหลังเขา
เบา ๆ “เอาเถิดเพคะ หม่อมฉันมิได้ถือโทษท่านแล้ว”
“ต้องโทษที่หม่อมฉันเองมองคนผิด ถูกคนหลอกใช้ ทำให้ท่านเข้าใจผิดคิด
ว่าหม่อมฉันเป็นไส้ศึกของตระกูลเหยียน”
สิ้นคำพูดของนาง ฟู่เฉินหวนก็คลายอ้อมกอด
รี่
ลี่
รั้
ู
ฟู่
แล้วหรี่ตาลง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอันตรายอีกครั้ง
“ก่อนหน้านี้เจ้าทำอะไรข้าตอนที่ข้าเมา?”
“ตอนนั้นข้ารู้สึกตัว ตื่นขึ้นก็รู้สึกแปลก ๆ แต่คิดว่าเจ้าเป็นบุรุษ จึงมิได้
สงสัยสิ่งใด”
“เจ้าช่างร้ายนัก ลั่วชิงยวน ข้าถือว่าเจ้าเป็นสหายร่วมสาบาน เจ้ากลับ
ทำให้ข้าเมาแล้วแตะต้องข้า เจ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่?”
ฟู่เฉินหวนค่อย ๆ ก้าวเข้ามา บีบให้ลั่วชิงยวนถอยหลังไปจนชิดประตูอีก
ครั้ง
จนมุมแล้ว
“ครั้งนั้นหม่อมฉันเพียงอยากเห็นผ้าเช็ดหน้าของท่าน มิได้มีเจตนาอื่นใด
ต่อท่านเลยเพคะ” ลั่วชิงยวนเอ่ยอย่างมิพอใจ
“จริงหรือ?” ฟู่เฉินหวนหรี่ตา ก่อนจะก้มหน้าลงเข้าใกล้นาง
แล้วขบเม้มริมฝีปากของลั่วชิงยวนเบา ๆ
ลมหายใจร้อนผ่าวรดใบหน้าของลั่วชิงยวน “แต่ข้ามีเจตนาอื่น…”
หัวใจของลั่วชิงยวนเต้นแรงจนมิอาจควบคุมได้ราวกับจะกระโจนออกจาก
อก
นางจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง “ท่าน! เหตุใดจึง…”
ฟู่เฉินหวนใช้นิ้วเกลี่ยปลายคางของนางแล้วจุมพิตอย่างดูดดื่ม หลังจาก
ผละออกก็ยิ้ม “หึงตัวเองหรือ? หืม?”
“มิน่าแปลกใจเลยที่เมื่อวานจู้จี้กับข้าเรื่องปลากรอบตัวเล็ก ที่แท้ก็หึงฉู่ลั่ว
หรือ?”
“ข้ายังมีปลากรอบตัวใหญ่อยู่นะ เจ้าอยากกินหรือไม่?”
ต่ำ
ลั่
ดิ่
เสียงทุ้มต่ำราวกับมนตร์สะกดดึงดูดลั่วชิงยวนให้จมดิ่ง หาทางหลุดพ้นมิได้
หลังจากความวุ่นวายสงบลง ลั่วชิงยวนก็ถูกผลักลงบนโต๊ะ
นางเอ่ยอย่างร้อนรน “เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อนเพคะ เหยียนผิงเซียวน่าจะ
สิ้นใจอยู่ข้างนอก…”
…
ยามรุ่งอรุณ
ลั่วชิงยวนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตู
นางรีบลุกขึ้นแต่งกายอย่างเร่งรีบ ขณะกำลังจะวิ่งออกจากห้องก็มีเสียง
เตือนดังมาจากด้านหลัง “ท่านเซียนฉู่ ท่านลืมหน้ากาก”
“โอ๊ะ จริงสิ จริงสิ” ลั่วชิงยวนหันกลับมาหาหน้ากาก
แต่หาเท่าไหร่ก็หามิพบ
“หน้ากากข้าเล่า? ท่านเอาไปไว้ที่ใด?” ลั่วชิงยวนเกาหัว
เสียงเคาะประตูดังถี่ขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกน “มีผู้ใดอยู่หรือไม่!”
หากตั้งใจฟังจะได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายจากข้างนอก
“ศพของเหยียนผิงเซียวคงถูกพบแล้ว”
“แย่แล้ว แย่แล้ว”
“ล้วนเป็นเพราะท่าน หม่อมฉันก็บอกแล้วว่าเหยียนผิงเซียวตายอยู่ข้าง
นอก ยังจะมาพันพัวหม่อมฉันอีก บัดนี้ศพถูกพบแล้ว จะซ่อนก็ไม่มีโอกาส”
ลั่วชิงยวนบ่นพึมพำพลางหาหน้ากากต่อไป
ทันใดนั้นข้อมือนางก็ถูกคว้าไว้ แล้วถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของฟู่เฉินหวน
เขาแต่งกายเรียบร้อยแล้ว
ฟู่เฉินหวนยิ้มอย่างมีเลศนัย “เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นข้าที่พันพัวเจ้า? มิใช่เจ้า
ที่พันพัวข้า?”
“ตัวเล็กแค่นี้ แต่ความต้องการช่างมากล้น” ฟู่เฉินหวนบีบปลายจมูกนาง
ด้วยความเอ็นดู