ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1126
“เมืองฉินสามารถรวบรวมกองกำลังกบฏได้สามหมื่นนาย โดยไม่มีวี่แววมา
ก่อน แสดงว่าทหารสามหมื่นนายนี้ก็คือชาวเมืองเมืองฉิน ตระกูลเหยียนเปลี่ยน
เมืองฉินเป็นฐานที่มั่นของกองทัพแล้ว”
“ดังนั้นที่นั่นย่อมแข็งแกร่งที่สุด แม้แม่ทัพใหญ่จะมิอยู่ เมืองฉินก็ยังยากจะ
โจมตี”
“ควรให้ท่านอ๋องนำทัพไปปราบด้วยพระองค์เอง”
“ส่วนเป่ยตี้นั้นผู้คนกระจัดกระจายกันไปในแต่ละพื้นที่ ดูจากภูมิแคว้น
แล้ว ที่นั่นน่าจะมีทหารฝีมือดีประจำการ และรอบ ๆ ล้วนเป็นที่อยู่อาศัยของ
ชาวบ้าน เหมาะกับแม่ทัพใหญ่ที่มีไหวพริบ เชี่ยวชาญการซุ่มโจมตีแบบมิให้ตั้ง
ตัว”
“และปกป้องชาวบ้านให้มากที่สุด”
“องค์ชายห้าเหมาะสมที่สุด”
“…”
ลั่วชิงยวนวิเคราะห์และจัดการทุกอย่าง
ขุนนางทั้งหลายต่างตกตะลึง
พวกเขามิคิดว่า สตรีคนหนึ่งจะมีความสามารถในการวางแผนการรบ มิ
แพ้แม่ทัพใหญ่ผู้มากประสบการณ์เลย
ฟู่เฉินหวนยืนกอดอกมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาลึกซึ้ง
มุมปากเผยรอยยิ้มจาง
เหล่าขุนนางต่างมองลั่วชิงยวนด้วยความชื่นชม
มื่
เมื่อนางกล่าวจบ ก็มีขุนนางถามด้วยความสงสัย “แล้วซีหลิงเล่าขอรับ?”
“หากเป็นเช่นนี้ แม่ทัพใหญ่ก็ออกไปหมด ไม่มีใครไปซีหลิงเลยหรือขอรับ?
คงจะมิส่งทหารองครักษ์เมืองหลวงไปกระมัง”
ทุกคนต่างสงสัย
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า “ข้าจะไปเอง!”
“ให้ทหารม้าสามพันนายก็พอ”
สิ้นคำพูดของนาง ทุกคนก็ตกตะลึง
เงียบกริบไปทั้งท้องพระโรง
ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า “ท่านทั้งหลายมีข้อโต้แย้งหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้ยังถกเถียงกัน บัดนี้ต่างก็มองหน้ากัน
แล้วส่ายหน้า
“ข้าไม่มีข้อโต้แย้ง! ท่านมหาปราชญ์วางแผนได้ยอดเยี่ยม ข้าขอยอมรับ
ขอรับ!”
“ข้าก็หาได้ข้อโต้แย้งไม่ขอรับ!”
องค์จักรพรรดิพยักหน้าอย่างพอใจ “เช่นนั้นในเมื่อไม่มีผู้ใดเห็นต่างก็ให้
ทำตามที่ท่านมหาปราชญ์กล่าว นำทัพไปปราบกบฏทันที! ตัวข้าจะรอพวกเจ้า
กลับมาพร้อมชัย!”
แม่ทัพใหญ่ต่างพากันก้าวออกมา “กระหม่อมจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็ม
กำลังพ่ะย่ะค่ะ!”
เลิกประชุม
ลั่วชิงยวนเดินออกจากท้องพระโรง รู้สึกวิงเวียนอยู่ครู่หนึ่ง
จนเกือบจะล้มลง
ทันใดนั้นก็มีมือยื่นมาประคองนาง
“เมื่อคืนเจ้ามิได้บอกข้าว่าจะไปซีหลิง”
“ร่างกายเจ้าเป็นเช่นนี้ ข้าจะวางใจได้อย่างไร”
ลั่วชิงยวนทรงตัว หน้าซีดเล็กน้อย “ใครจะรู้ว่าพอพูดถึงซีหลิงแล้วจะไม่มี
คนไปเล่าเพคะ”
“ผู้อยู่เบื้องหลังก็ฉลาด ต้องการสร้างความวุ่นวายไปทั่วแคว้นเทียนเชวีย
ดูเหมือนจะยอมเสี่ยงมิกลัวตาย สงครามครั้งนี้คงยากจะสู้แล้วเพคะ”
“ซ่งเชียนฉู่ออกเดินทางกลับซีหลิงแล้ว สำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยกำลังมี
ภัย อย่างไรหม่อมฉันก็ต้องไปอยู่แล้วเพคะ”
“ท่านส่งคนมาช่วยหม่อมฉันก็พอแล้วเพคะ”
ฟู่เฉินหวนกังวล
“ต้องออกเดินทางแล้ว ร่างกายเจ้าไหวหรือ?”
ลั่วชิงยวนสามารถทำนายสงครามที่จะเกิดขึ้นทั่วแคว้นได้ ระบุสถานที่ได้
แต่ล้วนต้องใช้พลังมาก
ดังนั้นตอนนี้ร่างกายของนางจึงอ่อนแอ
“มิต้องห่วงเพคะ หม่อมฉันมิเป็นอะไร ท่านไปเมืองฉินก็ระวังตัวด้วย”
“หม่อมฉันเดาว่า เหยียนหน่ายซินกับลั่วฉิงอยู่ที่เมืองฉิน ที่นั่นปลอดภัย
ที่สุดสำหรับเหยียนหน่ายซิน นางต้องคุมสถานการณ์อยู่ที่นั่นแน่นอนเพคะ”
“เมื่อท่านไป นางคงมิปล่อยท่านไว้แน่”
ฟู่เฉินหวนโอบกอดนาง “ข้าจะระวัง เจ้าก็ต้องระวังเช่นกัน”
ลั่
ยิ้
นั้
ลั่วชิงยวนยกยิ้ม “เช่นนั้นหม่อมฉันจะรอท่านกลับมาพร้อมชัยเพคะ”
“เจ้าก็เช่นกัน”
วันนั้นฟู่เฉินหวนจัดทหารม้าสามพันนายด้วยตัวเอง พร้อมกับส่งเซียวชูไป
คอยอารักขานาง
ทั้งสองลาจากกันที่ประตูเมือง กองทัพสองกองมุ่งหน้าไปคนละทิศ
กองทัพของลั่วชิงยวนแต่งกายด้วยชุดดำ มีจำนวนมากจึงแบ่งเป็นสาม
สายมุ่งหน้าสู่ซีหลิง
ม้าที่ใช้ล้วนเป็นม้าเร็ว เดินทางพันลี้ได้ในวันเดียว กองทัพเดินทางทั้งวันทั้ง
คืน