ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1129
มีร่องรอยบางสิ่งที่ถูกลากไปบนพื้น
นางเดินตามรอยนั้นไป
ในป่าตรงจุดที่พุ่มไม้หนาทึบที่สุด ลั่วชิงยวนเห็นคนนอนอยู่บนพื้น
นางรีบวิ่งเข้าไปดู ชายคนนั้นมีรอยไหม้ทั่วร่าง เสื้อผ้าไหม้เกรียมจนมองมิ
ออกว่าเป็นใคร
มีเสียงเหมือนสัตว์กำลังเลื้อยคลานดังมาจากด้านข้าง
ลั่วชิงยวนมองไปตามเสียง
ในความมืดมีงูเลื้อยเข้าไปในพุ่มไม้ มีรอยไหม้ทั่วตัวจนเผยให้เห็นเนื้อหนัง
พุพอง น่าสยดสยอง
ลั่วชิงยวนตกตะลึง
“ฉู่จิ้ง!”
แต่เขามิตอบ เลื้อยหายไปในพุ่มไม้
เป็นแผลไฟไหม้ทั้งตัว
ไฟที่ไหม้สำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยคือเพลิงประกายแก้ว
เมื่อติดไฟแล้วจะดับมิได้ เป็นไฟที่ร้อนแรงที่สุด ผู้ขับไล่สิ่งชั่วร้ายหลาย
คนใช้ไฟนี้ปราบสิ่งชั่วร้ายและภูตผีปีศาจ
ฉู่จิ้งเข้าไปช่วยคนโดยยอมเสี่ยงชีวิตตัวเอง
คงบาดเจ็บหนักและสูญเสียพลังไปมากแน่นอน
ลั่
นั่
นั้
ลั่วชิงยวนนั่งลงตรวจชีพจรให้ชายคนนั้น ปรากฏว่ายังมีชีวิตอยู่
นางรีบร้องเรียก “เชียนฉู่!”
เมื่อได้ยินเสียงนาง เซียวชูก็หน้าซีด รีบวิ่งเข้าไปในป่าเพราะกลัวว่าพระ
ชายาจะเป็นอันตราย
ซ่งเชียนฉู่กับเฉินเซี่ยวหานก็รีบตามมา
เมื่อเห็นคนนอนอยู่ที่พื้น ซ่งเชียนฉู่ก็โผเข้าไปหา “ท่านพ่อ!”
ลั่วชิงยวนตกใจ เขาเป็นพ่อของซ่งเชียนฉู่จริง ๆ
ฉู่จิ้งช่วยพ่อของนางออกมา
“เหตุใดท่านลุงจึงมาอยู่ที่นี่ได้” เฉินเซี่ยวหานตกตะลึง รีบเข้าไปแบกเขา
ไว้บนหลัง
“พวกเราหาที่รักษาท่านลุงก่อนเถิด”
ซ่งเชียนฉู่พยักหน้า “ไปทางนี้”
ไฟที่ไหม้สำนักดับมิได้ ได้แต่ปล่อยให้ไหม้ไปจนหมดสิ้น
ซ่งเชียนฉู่รู้จักเส้นทางในป่าจึงพาพวกเขาเข้าไปลึกจนถึงบ่อน้ำพุร้อน
ที่นี่มีน้ำ พื้นราบเรียบและมีสมุนไพรขึ้นอยู่รอบ ๆ
เมื่อวางร่างของพ่อซ่งเชียนฉู่ลงแล้ว ซ่งเชียนฉู่ก็รีบไปหาสมุนไพรมาทำยา
ทาแผลทันที
หลังจากวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง อาการของพ่อซ่งเชียนฉู่ก็ทรงตัว
ซ่งเชียนฉู่นั่งลงด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
นี้
“เหตุใดสวรรค์จึงทดสอบข้าเช่นนี้ หากข้ามิหยุดระหว่างทาง ข้าคงช่วย
ชีวิตพวกเขาได้”
“แต่เมื่อพบโรคระบาด ข้าจะเมินเฉยได้อย่างไร…”
ซ่งเชียนฉู่พูดด้วยเสียงสะอื้น
ลั่วชิงยวนถาม “หากย้อนเวลากลับไปได้ เจ้าจะหยุดหรือไม่?”
ซ่งเชียนฉู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “หยุด”
“ตระกูลข้าเป็นหมอมาหลายชั่วอายุคน ท่านพ่อสอนข้าว่า เป็นหมอก็ต้อง
ช่วยเหลือผู้คน หากท่านรู้ว่าข้าเห็นโรคระบาดคร่าชีวิตผู้คน แต่กลับเมินเฉย
ท่านคงตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับข้าแล้ว”
“ข้าเพียงแค้นใจ เหตุใดตระกูลข้าที่ช่วยเหลือผู้คนมาตลอด แต่สวรรค์ยัง
ส่งด้านเคราะห์มาให้เช่นนี้ คนดีทำดีแล้วมิได้ดีหรือไร”
ลั่วชิงยวนเห็นนางร้องไห้ก็สงสารมาก ยื่นมือไปโอบกอดนางไว้
พลางปลอบว่า “บางทีการที่ตระกูลเจ้ารักษาคนไข้อาจเป็นการสร้างบุญ
กุศลจนได้ขึ้นสวรรค์ก็ได้”
ซ่งเชียนฉู่ชะงักแล้วมองนาง “ขอบคุณนะ”
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป ข้ายัง
ทำใจมิได้”
“ข้าจากบ้านมานาน มิคิดว่าการกลับมาครั้งก่อนจะเป็นครั้งสุดท้าย”
ซ่งเชียนฉู่สูดลมหายใจ แล้วแหงนมองท้องฟ้ามืดมิด “ไม่มีทะเลดาวอีกต่อ
ไปแล้ว…”
ลั่วชิงยวนก็รู้สึกหดหู่
นางก็มิเข้าใจ เหตุใดจึงช่วยสำนักหุบเขาซีหลิงจี้เยวี่ยมิได้
ช้าไปเพียงก้าวเดียว
ทันใดนั้นก็มีเสียงไอดังมาจากด้านข้าง
พ่อของซ่งเชียนฉู่ฟื้นขึ้นมาแล้ว
ทุกคนรีบเข้าไปดู ซ่งเชียนฉู่จับมือพ่อแน่น “ท่านพ่อ!”
เมื่อพ่อของซ่งเชียนฉู่ฟื้นขึ้นมาก็จับมือซ่งเชียนฉู่ แล้วกล่าวด้วยความร้อน
ใจ “เร็ว! หนีไป! รีบออกไปจากที่นี่!”