ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1143
หรือว่าเฉินชีมิได้หวั่นเกรงว่านางจะหลบหนีไป?
ครั้นเมื่อนางวิ่งวนรอบเขาและวิ่งออกจากป่า จึงได้ตระหนักว่าสามด้าน
ล้วนเป็นหน้าผาสูงชัน นางจึงเข้าใจว่าเหตุใดเฉินชีมิได้ส่งคนมาเฝ้านาง
ก่อนฟ้าจะมืด นางรีบวิ่งกลับไปยังกระท่อมไม้ไผ่
ทันทีที่กลับเข้าไปในกระท่อม เฉินชีก็ตามมาติด ๆ
แล้วนำอาหารมาให้
“เป็นเช่นไรบ้าง? ทิวทัศน์บนเขางดงามหรือไม่?”เฉินชีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ลั่วชิงยวนเอนกายพิงเก้าอี้ หลับตาพักผ่อน “แม่ทัพเฉินช่างมีอำนาจล้น
ฟ้า ข้าทำสิ่งใด เจ้าก็รู้แจ้งไปเสียหมด”
เฉินชียืนกอดอกเลิกคิ้วครุ่นคิด “แม่ทัพเฉินรึ? นานนักแล้วที่ไม่มีผู้ใดเรียก
ข้าเช่นนี้”
“เจ้าช่างละม้ายกับสหายเก่าของข้าผู้หนึ่ง”
ใจของลั่วชิงยวนหวั่นไหว
แล้วหัวเราะเยาะ “คนอย่างแม่ทัพเฉินก็มีสหายด้วยหรือ?”
เฉินชียกยิ้มแล้วเลิกคิ้ว “ไม่มี”
“เช่นนั้นเปลี่ยนเป็น… ศัตรูเก่า?”
ลั่วชิงยวนมิอยากพูดเรื่องไร้สาระอีก นางเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าต้องการให้ข้า
ทำสิ่งใด บอกข้าก่อนได้หรือไม่”
ยิ้
“มิต้องรีบร้อน” เฉินชียกยิ้ม
จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป โดยทิ้งท้ายไว้ว่า “ยามราตรีบนเขาหนาวเย็น
จงจำไว้ว่าต้องสวมอาภรณ์เพิ่ม มีอยู่ในตู้”
เมื่อเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ลั่วชิงยวนรีบลุกขึ้นค้นหาในห้องทันที
แล้วพบกระดาษกับพู่กัน จึงรีบวาดภาพภูมิแคว้นบนเขาที่นางจดจำไว้ใน
วันนี้
รวมถึงเส้นทางที่มาที่นี่ด้วย ซึ่งนางก็จำได้
และวาดภาพภูมิแคว้นโดยรอบไว้ด้วย
ภายนอกไม่มีผู้ใด ลั่วชิงยวนจึงออกไปนอกประตูอย่างระมัดระวังแล้วออก
จากป่าไผ่
มายังใจกลางป่าใหญ่
ยามนี้อากาศกำลังจะเข้าสู่เหมันตฤดู อากาศจึงเริ่มหนาวเย็นขึ้นทุกวัน ลม
หนาวบนเขายิ่งทำให้ผู้คนหนาวสั่น
นางผิวปาก
ในมิช้าอาเสินก็บินมา
เกาะบนแขนของนาง
“เอาล่ะ นำสิ่งนี้ไปส่ง” นางพับแผนที่ส่งให้อาเสิน
อาเสินคาบแผนที่แล้วบินจากไป
ลั่วชิงยวนรู้สึกหนักใจ
หวังเพียงว่าแผนที่นี้จะช่วยพวกเขาได้
ที่นี่
มื่
หากนางมิอาจหลบหนีจากที่นี่ได้ เมื่อลงจากเขาเข้าสู่เขตแดนของแคว้น
หลีแล้วก็ยิ่งมิอาจหลบหนีได้
หลังจากส่งแผนที่แล้ว ลั่วชิงยวนก็กลับไปยังป่าไผ่ และคอยสังเกตความ
เคลื่อนไหวภายนอกอยู่ตลอดเวลา
นางมิกล้าหลับตาพักผ่อน
จนกระทั่งยามดึกสงัด จู่ ๆ เสียงต่อสู้ก็ดังขึ้นจากภายนอกอันเงียบสงบ
ลั่วชิงยวนตกใจ พวกเขามาแล้วหรือ?!
นางรีบลุกออกไปดูข้างนอก
แล้วเห็นทางเข้าบนเขาเพิ่มการป้องกัน ผู้คนหนาแน่นจนลมแทบจะมิอาจ
พัดผ่านเข้ามาได้
ลั่วชิงยวนมองหาร่างของเฉินชีอย่างระมัดระวัง ต้องยืนยันตำแหน่งของ
เฉินชีก่อน นางจึงจะสามารถลงมือได้
ขณะกำลังจ้องมองไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากป่า
ด้านหลัง
เฉินชีมิน่าจะวิ่งอย่างเร่งรีบเช่นนี้
เป็นผู้ใดกัน?
ลั่วชิงยวนลุกขึ้นเดินไปทางด้านหลังอย่างระมัดระวัง
แล้วเห็นว่าร่างที่กำลังวิ่งมาในป่าดูคุ้นเคยยิ่งนัก
นางย่อตัวลง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นใบหน้าของอีก
ฝ่าย ลั่วชิงยวนก็ใจระทึก
“ฟู่เฉินหวน!”
วิ่
ตื่
อีกฝ่ายก็เห็นนางเช่นกัน เขารีบวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น “ชิงยวน!”
ลั่วชิงยวนวิ่งไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของฟู่เฉินหวน
ฟู่เฉินหวนอุ้มนางขึ้นอย่างง่ายดาย
เขากอดนางแน่น “ชิงยวน โชคดีที่เจ้ามิเป็นอะไร”
ลั่วชิงยวนตื่นเต้นดีใจ “ท่านมาได้อย่างไรเพคะ? ท่านมิได้ไปเมืองฉินแล้ว
หรือ?”
ฟู่เฉินหวนวางนางลง แล้วกล่าวว่า “เดิมทีข้าอยู่ระหว่างทาง แต่ได้รับ
รายงานลับว่ามีชาวแคว้นหลีปรากฏตัวในซีหลิง เกรงว่าเจ้าจะเป็นอันตราย จึง
ให้ฟู่อวิ๋นโจวไปเมืองฉินแทน”
กล่าวจบฟู่เฉินหวนก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง “ไป
หลบกันก่อนเถิด”
ฟู่เฉินหวนจับมือนางวิ่งเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
วิ่งตั้งแต่ยามค่ำคืนอันมืดมิดจนถึงรุ่งอรุณราวกับข้ามผ่านวันคืนอันแสน
ยาวนาน