ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1177
จดหมายหย่าร่วงหล่นลงพื้น บนนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่าหนังสือหย่า
ลั่วชิงยวนชะงัก ยังคงตกตะลึงมิหาย แต่นางก็รีบหันหลังวิ่งตามฟู่เฉินหวน
ไป
“เพราะเหตุใดกัน? เกิดอะไรขึ้นกับท่านในวัง? แผนการล้มเหลวหรือ
เพคะ?”
“เหตุใดจู่ ๆ ก็เขียนหนังสือหย่า?”
ลั่วชิงยวนร้อนใจ ต้องการคำอธิบาย
แต่แววตาของฟู่เฉินหวนกลับเย็นเยียบ มองนางด้วยสายตาเย็นชา “ลั่วชิง
ยวน ตอนนี้ข้ามิอยากพูดกับเจ้าแม้แต่คำเดียว มิอยากเห็นหน้าเจ้าด้วย!”
“เจ้ารีบเก็บข้าวของออกไปเองเสีย อย่าบีบบังคับให้ข้าลงมือเลย!”
ฟู่เฉินหวนกล่าวจบก็เดินจากไป
ลั่วชิงยวนยืนนิ่งอึ้ง
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
นางมิยอมแพ้ วิ่งตามไปที่ห้องตำราของฟู่เฉินหวน แต่กลับพบว่าเขาปิด
ประตูลงกลอนจากด้านใน
มิว่าลั่วชิงยวนจะทุบประตูอย่างไร เขาก็มิยอมเปิด
“ฟู่เฉินหวน! ท่านพูดมาให้ชัดเจน! เหตุใดจึงจู่ ๆ จะหย่ากับหม่อมฉัน?”
“มิได้ตกลงกันแล้วหรอกหรือว่ามีเรื่องใดก็จะร่วมกันฝ่าฟัน!”
“เหตุใดท่านจึงผลักไสหม่อมฉันอีก?”
“ท่านอธิบายมาให้ชัดเจน!”
เสียงเย็นชาที่แฝงด้วยความโกรธของฟู่เฉินหวนดังมาจากด้านใน “เจ้า
หลอกลวงข้า ยังมิพออีกรึ!”
ลั่วชิงยวนตกใจ “หม่อมฉันหลอกลวงท่านอย่างไร? ท่านพูดให้ชัดเจน!”
ฟู่เฉินหวนนั่งกุมหน้าอกอยู่บนเก้าอี้ พยายามกลั้นเลือดที่พุ่งขึ้นมาในลำคอ
“ออกไป! ข้ามิอยากเห็นหน้าเจ้าอีก!”
ลั่วชิงยวนนิ่งอึ้ง
รู้สึกจุกแน่นในอก
นางโกรธมาก จึงออกจากตำหนักแล้วตรงเข้าวัง
ฟู่อวิ๋นโจวกำลังปรึกษาเรื่องต่าง ๆ กับขุนนางอยู่ ลั่วชิงยวนจึงถูกขันที
ขวางไว้หน้าห้องทรงพระอักษร
“พระชายา องค์ชายห้ากำลังปรึกษาเรื่องสำคัญ เกรงว่าจะยังมิสามารถ
เข้าเฝ้าได้ ท่านกลับมาใหม่ภายหลังจะดีกว่าขอรับ”
ลั่วชิงยวนมิยอมไป ยังคงรออยู่หน้าประตู
ลมหนาวพัดมา ทำให้นางไออีกครั้ง “แค่กแค่กแค่กแค่ก…”
ใบหน้าซีดเซียวอิดโรย
ภายในห้องทรงพระอักษร ฟู่อวิ๋นโจวได้ยินเสียงไอที่ดังมาจากข้างนอกเป็น
ระยะ ในที่สุดก็ไม่มีสมาธิ จึงให้เหล่าขุนนางกลับไปก่อน
จากนั้นประตูก็เปิดออก ลั่วชิงยวนถูกเชิญเข้าไปในห้องทรงพระอักษร
มื่
วิ๋
น้ำ
รื่
เมื่อประตูปิดลง ฟู่อวิ๋นโจวรินน้ำชาอุ่น ๆ ให้นาง “มีเรื่องอันใดรีบร้อน
จนถึงกับต้องมาพบข้าให้ได้?”
“ดูจากบาดแผลของเจ้า ผ่านไปนานเช่นนี้แล้ว ยังมิหายอีกหรือ”
ลั่วชิงยวนผลักถ้วยชาที่เขายื่นมาให้
แล้วมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ท่านขู่ฟู่เฉินหวนใช่หรือไม่?”
ฟู่อวิ๋นโจวชะงักเล็กน้อย ก่อนวางถ้วยชาลง “หมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านบังคับให้เขาหย่ากับข้าใช่หรือไม่?” ลั่วชิงยวนถามด้วยน้ำเสียง
ร้อนรน แล้วก็เริ่มไออีกครั้ง
ไอรุนแรงจนดวงตาแดงก่ำ
ฟู่อวิ๋นโจวอดมิได้ที่จะอยากลูบหลังนาง แต่ก็ชักมือที่เพิ่งยื่นออกไปกลับมา
อย่างลังเล
“เขาจะหย่ากับเจ้าหรือ? บางทีอาจเป็นเรื่องดีก็ได้” ฟู่อวิ๋นโจวกล่าวด้วย
น้ำเสียงเรียบเฉย
“เจ้าก็มิจำเป็นต้องทนทุกข์อยู่ในตำหนักอ๋องอีกต่อไป”
“เจ้าทุ่มเทให้เขามากมาย หากเขาถูกขู่เพียงเท่านี้แล้วยอมหย่ากับเจ้า ก็
แสดงว่าเจ้ามิได้สำคัญในใจเขาเท่าใดนัก”
ลั่วชิงยวนโกรธเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ฟู่อวิ๋นโจว! เขามิเคยคิดจะแย่งชิงบัลลังก์กับท่านตั้งแต่แรก!”
“ฟู่จิ่งหานก็มิสามารถคุกคามท่านได้ รอเวลาที่เหมาะสม ท่านก็จะขึ้น
ครองราชย์ได้แล้ว เหตุใดจึงรีบร้อนกำจัดศัตรูเช่นนี้!”
แววตาของฟู่อวิ๋นโจวเย็นชาลง “ข้ามิเข้าใจว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอันใด”
ที่
นั้
เขารอเวลาที่เหมาะสมนั้นมิไหวแล้ว
หากฟู่จิ่งหานตาย เขาก็จะขึ้นครองราชย์ได้เร็วขึ้นและชอบธรรมมากขึ้น
เพื่อที่จะ… แต่งงานกับนาง!