ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1180
“เพราะเหตุการณ์กลียุควังหลัง”
“แต่เหตุการณ์กลียุควังหลัง พระชายาหลีก็ถูกใส่ร้าย ทั้งหมดเป็นฝีมือของ
ไทเฮา! นางใส่ร้ายพระชายาหลีเพื่อกำจัดศัตรู ทำให้เกิดกลียุควังหลัง มีคน
บริสุทธิ์ล้มตายนับมิถ้วน”
“นางมีสายเลือดบริสุทธิ์ เป็นคนของแคว้นเทียนเชวีย ชาติตระกูลก็มิ
ธรรมดา แต่สุดท้ายแล้ว นางทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้หรือเพคะ?”
“ท่านก็ยังต้องให้ฟู่เฉินหวนเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เพื่อถ่วง
ดุลอำนาจของตระกูลเหยียนมิใช่หรือเพคะ?”
เมื่อลั่วชิงยวนเอ่ยเช่นนี้ จักรพรรดิสูงสุดก็ชะงัก
รู้สึกตกใจ
มิรู้ว่าจะโต้แย้งอย่างไรไปครู่หนึ่ง
สิ่งที่ลั่วชิงยวนพูดล้วนถูกต้อง เขาเกือบจะถูกโน้มน้าวแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงวันที่ฟู่เฉินหวนมาเข้าเฝ้า แล้วให้เขาดูบาดแผล บอกว่ามิรู้ว่า
ตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใด
แคว้นเทียนเชวียมิสามารถมีจักรพรรดิที่อาจจะสิ้นพระชนม์ได้ทุกเมื่อได้
ดังนั้น เขาจึงเป็นได้เพียงอ๋องผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คอยช่วยเหลือฟู่อ
วิ๋นโจวให้ขึ้นครองราชย์ เพื่อให้แคว้นเทียนเชวียสงบสุขตลอดไป
แต่สิ่งที่ปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวคือ มิอยากให้ลั่วชิงยวนต้องลำบากด้วย
จักรพรรดิสูงสุดยึดมั่นในใจ
ลั่
ลี่
ที่
ลั่วชิงยวนก็รู้ว่าแม้จักรพรรดิสูงสุดจะเปลี่ยนใจก็สายเกินไปแล้ว ดังที่เขา
กล่าวไว้ว่า หลายสิ่งหลายอย่าง เขาเองก็ทำอะไรมิได้
หลังจากป่วยอยู่บนเตียงมานานราวกับคนตาย ก็มิใช่เวลาที่เขาจะตัดสินใจ
ได้อีกต่อไปแล้ว
ยิ่งกว่านั้น พิธีขึ้นครองราชย์ก็เตรียมพร้อมแล้ว ต่อให้ฟู่อวิ๋นโจวมิอยาก
เป็นจักรพรรดิก็ต้องถูกบังคับให้ขึ้นครองราชย์อยู่ดี
……
ตำหนักอ๋อง
หิมะปกคลุมทั่วทั้งตำหนัก ลานตำหนักเต็มไปด้วยหิมะหนา ไม่มีผู้ใดมา
ทำความสะอาด
ซูโหยวมาส่งยาต้ม “ท่านอ๋อง ท่านดีขึ้นบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ใกล้ถึงพิธีขึ้นครองราชย์แล้ว ท่านอ๋องต้องเตรียมตัวเข้าวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนมีใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด เขาสวมเสื้อเพียงชั้นเดียว นั่งพิง
กำแพง เสื้อผ้าและพื้นเต็มไปด้วยคราบเลือด
เมื่อได้ยินเสียงของซูโหยว ดวงตาที่ปิดสนิทของเขาก็ค่อย ๆ ลืมขึ้น
“ข้ารู้แล้ว”
เขาลุกขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์
ซูโหยวเปิดประตูเข้ามาแล้วนำยาเข้ามาให้
เมื่อมองเห็นสีหน้าของท่านอ๋องก็รู้สึกกังวล “ร่างกายของท่านอ๋องเพิ่งจะดี
ขึ้น ตอนนี้กลับทรุดลงอีกแล้ว”
“ให้กระหม่อมส่งคนไปตามหมอซ่งมาดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
น้ำ
ฟู่เฉินหวนกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน “มิต้องหรอก ต่อให้นางมาก็ช่วยอะไร
มิได้”
หลังจากดื่มยาเสร็จ แล้วเดินออกจากห้อง ฟู่เฉินหวนก็หยุดชะงัก
ก่อนถามว่า “ช่วงนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง?”
ซูโหยวตอบ “ช่วงนี้พระชายาอยู่ในวัง อยู่กับจักรพรรดิสูงสุด ทุกอย่าง
เรียบร้อยดีพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลง พยายามกลั้นความเจ็บปวดในอก
แล้วเดินจากไป
……
หลังจากขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ สิ่งแรกที่ฟู่อวิ๋นโจวทำคือแต่งตั้ง
เหยียนหน่ายซินเป็นฮองเฮา
แม้จะมีขุนนางหลายคนคัดค้าน แต่ตอนนี้เหยียนหน่ายซินได้กู้คืนฐานะ
เป็นทายาทของตระกูลเฉินและยังมีส่วนร่วมในการปราบกบฏด้วย
ดังนั้นพระราชโองการของฟู่อวิ๋นโจวจึงมิถูกขัดขวางมากนัก
ลั่วชิงยวนตกใจเมื่อทราบเรื่องนี้
เหยียนหน่ายซินน่าจะร่วมมือกับฟู่อวิ๋นโจวตั้งนานแล้ว มิเช่นนั้นฟู่อวิ๋นโจว
คงมิรีบร้อนแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาเช่นนี้
สุดท้ายสตรีผู้นี้ก็บรรลุเป้าหมาย
สองวันต่อมา เหยียนหน่ายซินก็มาถึง
นางได้เข้ามาอยู่ในวังหลวงอย่างเป็นทางการ การแต่งกายจึงหรูหราขึ้น
วันนี้นางตั้งใจมาเข้าเฝ้าจักรพรรดิสูงสุด
พื่
พร้อมกับนำของเล่นใหม่มาถวายเพื่อให้จักรพรรดิสูงสุดคลายเหงา และยัง
ถามถึงพระอาการประชวรด้วยท่าทางสง่างาม รู้จักกาลเทศะ มารยาทงดงามไร้
ที่ติ
ลั่วชิงยวนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มิเอ่ยคำใด
แต่เหยียนหน่ายซินกลับหันมามองนาง “แม่นางลั่ว พวกเรามาคุยกันตาม
ลำพังเถิด”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ตามเหยียนหน่ายซินไปยังห้องโถงด้านข้างแล้วนั่งลง
หลังจากที่ข้าหลวงนำน้ำชามาให้แล้วเดินออกไป เมื่อประตูปิดลงทั้งห้องก็
เหลือเพียงลั่วชิงยวนและเหยียนหน่ายซินเท่านั้น
“ในที่สุดเจ้าก็ได้ตามที่ต้องการแล้ว”