ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 126
ทุกคนมองไปตามเสียง เห็นเพียงลั่วหรงที่สวมอาภรณ์สง่ากำลังเดินเข้ามา
ช้า ๆ ด้วยรัศมีความกดดันแรงกล้า
ลั่วหรงเดินถึงหน้าประตู มองไปทางลั่วไห่ผิงอย่างเย็นชา “ท่านอัคร
เสนาบดี ท่านนี้ เป็นผู้มาเยือนผู้มีเกียรติที่ข้าเชิญมา!”
เมื่อลั่วหรงมองไปทางลั่วชิงยวน กลับเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มที่แสนเป็น
มิตรฉับพลัน นางดึงมือของลั่วชิงยวนไว้
ลั่วชิงยวนก็ควงแขนของนางไว้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเอ่ยเรียกอย่าง
สนิทสนม “ท่านอา”
ลั่วหรงยิ้มพลางตบหลังมือของนางเบา ๆ “ข้าบอกแล้ว งานฉลองวันนี้ เจ้า
มาเข้าร่วมได้เลย! ผู้ใดก็อย่าหวังจะห้ามเจ้าทั้งนั้น!”
สีหน้าของลั่วไห่ผิงตะลึง และไม่อยากจะเชื่อ
ผู้มาเยือนคนอื่น ๆ โดยรอบต่างก็ตะลึงไม่แพ้กัน พวกเขารู้ว่า ท่าน
มหาราชครูไม่ถูกกับท่านอัครมหาเสนาบดีนัก และด้วยนิสัยที่เที่ยงตรงของลั่วห
รง นางจึงไม่เคยมีสีหน้าดี ๆ ให้กับท่านอัครมหาเสนาบดีสักครั้งเลย
ยิ่งไม่มีทางยอมให้ลูกสาวของท่านอัครมหาเสนาบดีเรียกตนว่าท่านอาแน่
แต่คำว่าท่านอาของลั่วชิงยวนที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน
กลับทำสีหน้าของลั่วหรงเบิกบานราวกับบุปผา
ลั่วไห่ผิงไม่รู้แม้แต่นิดว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ได้ เขาไม่รู้
ว่าตนควรโมโหหรือดีใจชั่วขณะ
ดีใจที่ลั่วหรงยอมรับลูกสาวของเขา
ที่ลั่
ลั่
แต่โมโหที่ลั่วชิงยวนได้รับการยอมรับจากลั่วหรงลับหลังเขา
เรื่องใหญ่เช่นนี้ นางกลับไม่ยอมบอกเขา!
สีหน้าของลั่วเยวี่ยอิงซีดเผือด เพียงแต่นางคลุมหน้าไว้ จึงดูไม่ออกนัก
นางเดินขึ้นไปยิ้มควงแขนลั่วหรงเช่นกัน “ท่านอา…”
ในเมื่อนางยอมให้ลั่วชิงยวนขานเรียก เช่นนั้นนางก็น่าจะขานได้เช่นกัน
แต่ลั่วหรงเพียงแค่ชักแขนของตนกลับนิ่ง ๆ “ทุกคนอย่ายืนเหม่อกัน
เข้าไปในจวนเถิด”
ลั่วหรงมิได้สนใจลั่วเยวี่ยอิงแม้แต่นิด แม้การกระทำชักแขนกลับของนาง
จะไม่ได้ชัดเจน แต่ท่าทีของนางกลับชัดเจนมาก ๆ
วินาทีนั้นลั่วเยวี่ยอิงแทบอยากจะมุดลงในดิน นางรู้สึกขายหน้าเป็นที่สุด
“ท่านพ่อ… ทำไมท่านอาถึง…” ลั่วเยวี่ยอิงมองไปทางลั่วไห่ผิงอย่างอึดอัด
สีหน้าของลั่วไห่ผิงย่ำแย่ ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจเลย
“ไปกันก่อนเถิด” คนมองรอบข้างมากมายขนาดนี้ ลั่วไห่ผิงรู้สึกเสียหน้า
หน่อย ๆ
ทางไม่ไกล ฟู่เฉินหวนเห็นตั้งแต่ต้นจนจบ เขายืนเอามือไขว้หลังไว้ ดวงตา
ที่หรี่ลงเล็กน้อยกะพริบแววเหน็บ
ลั่วชิงยวน ความสามารถไม่น้อยเลยนี่!
ผู้มาเยือนที่อยู่ภายในลานจวนก็กำลังคุยเรื่องนี้เช่นกัน
“แปลกนัก ต่อให้ท่านอัครมหาเสนาบดีมาเยี่ยมในจวน ฮูหยินลั่วยังกีดกั้น
ไว้ไม่ให้เข้า เหตุใดจู่ ๆ ถึงสนิทกับลูกสาวของท่านอัครมหาเสนาบดีเช่นนี้กัน”
ซ้ำ
ลั่
“ใช่สิ หนำซ้ำยังเรียกว่าท่านอาอีก แต่ดูแล้ว ฮูหยินลั่วก็ยังไม่ยอมรับในตัว
ท่านอัครมหาเสนาบดีนี่”
“ลั่วชิงยวนนี่มันมีความสามารถอันใดถึงทำให้ฮูหยินลั่วดีต่อนางเช่นนี้”
“ใครจะรู้เล่า บางทีอาจแค่ไว้หน้าท่านอ๋อง อย่างไรนางก็เป็นชายาท่าน
อ๋อง”
ฟู่เฉินหวนที่ผ่านไปได้ยินประโยคนี้เข้า สายตามืดครึ้มลง
เขาเข้าใจดี ลั่วหรงไม่มีทางไว้หน้าเขาแน่ สำหรับคนที่ลั่วหรงไม่ชอบแล้ว
นางมิไว้หน้าผู้ใดทั้งนั้น
ลั่วชิงยวนทำสิ่งใดกัน เหตุใดลั่วหรงจึงมีท่าทีเช่นนี้กับนาง
คิดถึงตรงนี้ นัยน์ตาของเขากะพริบแววสงสัย
เมื่อใกล้ถึงเวลา ผู้มาเยือนต่างมากันครบแล้ว
ภายในลานจวนอันกว้างขวาง ที่ทุกคนได้มารวมตัวกัน บรรยากาศกลับ
จริงจัง
ประตูห้องเงียบสงัดถูกเปิดออก ชายชราที่ผมเผ้าขาวหงอก ยันไม้เท้าเดิน
ออกมา
เห็นได้ชัดว่าร่างกายยังคงแข็งแรง เพียงแต่วิญญาณของเขาอ่อนแอเล็ก
น้อย
“มาครบแล้วก็นั่งกินกันเถิด” ท่านมหาราชครูลั่วกล่าวเป็นกันเองยิ้ม ๆ
ทุกคนภายในจวนต่างอวยพรยิ้มแย้ม “ปรีดากับอายุเจ็ดสิบของท่าน ขอให้
ท่านมีโชคดุจมหาสมุทร อายุยืนยาวดุจภูผา!”
บรรยากาศในจวนปรองดองมาก
จากนั้นก็เริ่มมีคนมอบของขวัญวันเกิด