ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1264
นางเดินไปที่รถม้า แล้วเข้าไปนั่ง
“เข้าวัง”
ในขณะที่นั่งลงนั้นราวกับว่านางกำลังนั่งลงบนบัลลังก์ หาใช่รถม้าไม่
โฉวสือชีมองร่างบอบบางนั้นด้วยแววตาที่ลุกโชน นางช่างดูสูงส่งและมี
อำนาจ
รถม้าค่อย ๆ ออกเดินทางตรงเข้าวังหลวง
ผู้คนบนถนนลุกขึ้น มิเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เพียงแต่ในใจของพวกเขาไม่มีความแค้นและความเกลียดชังอีกต่อไป
“แยกย้ายกันเถิด”
ผู้คนแยกย้ายกันไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สิบวายร้ายต่างตกตะลึง หงไห่มิรู้ว่าจะเก็บมีดในมือไว้ที่ใด
“สถานการณ์นี้มันอะไรกัน! คนพวกนี้ใจเสาะเสียไม่มี ยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนี้
เลยน่ะรึ” หงไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก
โฉวสือชีกลับหัวเราะเบา ๆ “พวกเราเลือกถูกคนแล้ว”
หงไห่มิเข้าใจ พลันถามต่อ “พวกเรามิตามเข้าวังหรือ?”
“มิจำเป็น ไม่มีใครทำร้ายนางได้” โฉวสือชีมองไปในระยะไกล
แล้วพาทุกคนออกจากถนนเสวียนอู่
ที่
มินานถนนเสวียนอู่ก็กลับมาเป็นปกติ แต่คนที่แอบดูอยู่กลับยังคงตกตะลึง
มิหาย มิสามารถดึงสติกลับมาได้
สำหรับฉินอี้แล้ว เขามิแปลกใจ นั่นเป็นความสามารถของนักบวชหญิงทุก
ยุคทุกสมัย
แต่นักบวชหญิงได้รับความเคารพนับถือ ผู้คนต่างเชื่อฟังและทำตามคำสั่ง
ของนักบวชหญิง
ลั่วชิงยวนเพิ่งมาถึงแคว้นหลีแค่ปราบสิบวายร้าย หาได้ทำสิ่งใดอื่นอีกไม่
แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้?
ภาพเมื่อสักครู่นี้น่าตกใจเกินไป
สิ่งนี้ทำให้ฉินอี้เปลี่ยนแผน
เฉินชีพานางมาแคว้นหลีอาจจะด้วยเพราะความสามารถนี้
นางสามารถช่วยเฉินชีทำหลายสิ่งหลายอย่างได้
หากสามารถชักชวนมาอยู่ฝ่ายเดียวกันได้ละก็…
……
รถม้าวิ่งเข้าวัง
มาจอดอยู่หน้าตำหนักเฮ่าเยวี่ย
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ เดินเข้าไปพบจักรพรรดิที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
“ถวายบังคมเพคะ ฝ่าบาท”
จักรพรรดิประเมินลั่วชิงยวนด้วยสายตา และรู้สึกประหลาดใจที่สตรีผู้นี้ดู
อ่อนแอถึงเพียงนี้
เขาอยากรู้ว่านางปราบสิบวายร้ายได้อย่างไร
ดูท่าทางคงจะรับมือสิบวายร้ายมิได้แม้แต่คนเดียว
“ตัวข้ากำลังคิดว่าเฉินชีถึงกับยกทัพไปตีแคว้นเทียนเชวีย แล้วจะพาคน
แบบใดกลับมา”
“เขามิทำให้ข้าผิดหวัง เจ้าปราบสิบวายร้ายได้ เป็นบุคลากรสำคัญของ
แคว้นหลี”
“วันนี้ตัวข้าจะให้เจ้าเข้าร่วมสำนักนักบวช ต่อไปก็ทำงานร่วมกับนักบวช
หญิงได้เลย”
“นางจะบอกเจ้าเองว่าต้องทำสิ่งใด”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “เพคะ”
โชคดีที่ลั่วชิงยวนก็อยากจะใกล้ชิดกับเวินซินถงอยู่แล้ว นางเป็นนักบวช
หญิง เมื่อได้ติดตามนางก็มีโอกาสเข้าไปในสระน้ำศักดิ์สิทธิ์
“ตัวข้าจะให้คนพาเจ้าไปที่สำนักนักบวชเพื่อทำความคุ้นเคย”
ลั่วชิงยวนจึงถูกพาไปยังสถานที่ที่นางเคยคุ้นเคยที่สุด
เมื่อมองเรือนหรือแม้แต่ต้นไม้ใบหญ้า ความทรงจำมากมายก็ผุดขึ้นมา
ลั่วชิงยวนรู้สึกซับซ้อนใจ
ทันใดนั้นเมื่อผ่านลานแห่งหนึ่ง ลั่วชิงยวนก็หยุดเดิน แล้วเรียกองครักษ์ที่
กำลังนำทาง
“ที่นี่มีคนอยู่หรือไม่?”
องครักษ์ตอบว่า “ไม่มีขอรับ ที่นี่คือเรือนของนักบวชหญิงคนก่อน”
ลั่วชิงยวนถาม “เช่นนั้นข้าพักที่นี่ได้หรือไม่?”
องครักษ์พยักหน้า “ได้ขอรับ”
นั้
“เช่นนั้นท่านก็ทำความคุ้นเคยเถิด แล้วของใช้ต่าง ๆ จะถูกส่งมาให้
ทีหลัง”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าแล้วผลักประตูเข้าไป
มาถึงสถานที่ที่นางเคยอยู่มานานกว่าสิบปี
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แม้แต่กลิ่นหอมของดอกไม้ในลานก็ยังคงคุ้นเคย
เมื่อเดินเข้าประตูไป ปรากฏว่าการตกแต่งในห้องก็ยังคงเหมือนเดิม