ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1309
“คุณหนูมู่”
มู่หยวนหยวนหันมาเหลือบมองนาง “ท่านยังมิไปอีกหรือ”
“คืนนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูมู่”
“ได้เจ้าค่ะ”
มู่หยวนหยวนสงบนิ่งราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมิเกี่ยวข้องกับนาง ไม่มี
ปฏิกิริยาหรือสีหน้าใด ๆ
ด้วยการจัดการของนางรับใช้ ลั่วชิงยวนจึงได้พักในห้องข้าง ๆ ซึ่งก่อนหน้า
นี้เป็นห้องของนางรับใช้ข้างกายมู่หยวนหยวน
แต่ยามนี้นางรับใช้ผู้นั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว
ลั่วชิงยวนจึงได้พักที่นี่หนึ่งคืน
เดิมทีลั่วชิงยวนคิดจะไปพูดคุยกับมู่หยวนหยวน แต่มู่หยวนหยวนดูเหมือน
มิอยากพูดคุยกับผู้ใด นางจึงมิได้เข้าไปใกล้
เฝ้ารอคอยการมาถึงของราตรีอย่างเงียบงัน
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ลั่วชิงยวนก็ให้นางรับใช้ที่คอยปรนนิบัติออก
ไป
มิให้ผู้ใดเข้ามาในเรือนนี้
ลั่วชิงยวนปิดประตูหน้าต่าง ล้มตัวลงนอนบนเตียง
หลับตาฟังเสียงที่อยู่ภายนอก
มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ราตรีก็มาเยือน
ทันใดนั้นด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ลั่วชิงยวนพลันลืมตาขึ้น จึงเห็นร่าง
หนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
ลั่วชิงยวนระแวดระวัง แต่กลับพบว่าเป็นสตรี
นางยืนอยู่ที่หน้าประตู กำลังลงกลอนประตู…
หลังจากลงกลอนแล้ว นางก็จากไป
ลั่วชิงยวนตกตะลึง รีบเดินเข้าไปลองดึงประตู ปรากฏว่านางถูกขังไว้จริง ๆ
สตรีเมื่อครู่นี้เป็นผู้ใด?
ในเรือนนี้ไม่มีผู้อื่นแล้ว เหลือเพียงมู่หยวนหยวน!
มู่หยวนหยวนขังนางไว้เพื่ออะไร?
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ควันสีขาวจาง ๆ ก็ลอยเข้ามาจากรอยแยกของประตู
และหน้าต่าง
ลั่วชิงยวนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
มันคือยาสลบที่มีฤทธิ์รุนแรง
ควันยังคงพวยพุ่งเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง
ลั่วชิงยวนรีบกลืนโอสถลูกกลอนลงไปสองเม็ด
เพื่อให้แน่ใจว่านางจะมิถูกฤทธิ์ยาสลบเล่นงาน
กอปรกับก่อนหน้านี้นางได้กินโอสถจตุรธาตุไปแล้ว
ก่อนหน้านี้หลังจากที่ลั่วเยวี่ยอิงกินโอสถจตุรธาตุ ยาสลบและสิ่งของ
จำพวกนั้นก็ไม่มีผลต่อนาง
ที่
ลั่
ด้วยความที่ยาสลบเข้มข้นมาก ลั่วชิงยวนเซถลาจับขอบโต๊ะไว้แล้วล้มลง
กับพื้นอย่างแรงในทันใด
ขณะนั้นเอง ร่างหนึ่งก็เปิดหน้าต่างกระโดดเข้ามา
ชายชุดดำปิดบังใบหน้า เมื่อเห็นคนที่นอนอยู่บนพื้น ดวงตาก็ฉายประกาย
เย็นเยียบ แล้วชักกริชออกมา
“ไปตายซะ!”
กล่าวพลางแทงไปยังลั่วชิงยวนอย่างแรง
ทว่าในชั่วขณะนั้น ลั่วชิงยวนพลันลืมตาขึ้น
สายตาเย็นเยียบฉายแววมุ่งสังหาร
นางคว้ากริชที่แทงมา ยกขาขึ้นเตะ แล้วถีบตัวลุกขึ้นยืน
ชายผู้นั้นมิทันตั้งตัว
เขามองลั่วชิงยวนด้วยความตกตะลึง
ลั่วชิงยวนมิได้ถูกฤทธิ์ยาสลบ!
ชายผู้นั้นกำกริชในมือแน่น พลันพุ่งเข้าโจมตีลั่วชิงยวนอีกครั้ง
ต่อให้มิถูกยาสลบ ลั่วชิงยวนก็ต้องตายอยู่ดี!
ลั่วชิงยวนเปิดฉากต่อสู้กับชายปิดหน้าผู้นี้ในทันที การต่อสู้ภายในห้องเป็น
ไปอย่างดุเดือด
ประตูถูกลงกลอน ทำได้เพียงออกไปทางหน้าต่าง ผู้ใดคิดจะหนีก็มิง่าย
คืนนี้จะต้องรู้ผลแพ้ชนะ
ลั่
นี้
ระหว่างการต่อสู้ ลั่วชิงยวนพบว่าฝีมือของคนผู้นี้ค่อนข้างมิคุ้นและ
เก่งกาจ
วรยุทธ์เป็นของสำนักนักบวช แต่นางกลับนึกมิออกว่าเป็นผู้ใด
นางเคยประมือกับคนที่เก่งกาจในสำนักนักบวชมาหมดแล้ว
แต่คนตรงหน้าทำให้นางรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก
ในเวลานี้เอง ประตูและหน้าต่างก็ถูกลมกระโชกแรงพัดกระแทกเสียงดัง
ความเคลื่อนไหวที่รุนแรงนี้ ทำให้ทั้งสองหยุดมือในทันที
สีหน้าของชายผู้นั้นแปรเปลี่ยนไป ก่อนจะพลิกตัวกระโดดหนีออกไปทาง
หน้าต่างในทันที
ลั่วชิงยวนรีบตามออกไป
ทว่าเมื่อตามมาถึงในลานกลับต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น