ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1345
นางยังคงตื่นตัวและเดินออกจากห้อง
เฉินชีกำลังสั่งการคนอยู่
เมื่อเห็นนางออกมาก็ตกตะลึง “ไยเจ้าจึงออกมา? พิษในร่างกายของเจ้ายัง
มิถูกถอน รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
ลั่วชิงยวนกลับกล่าวอย่างเย็นชา “ข้ามาก็เพราะเรื่องนี้”
“ไปพาหลานจีมา”
เฉินชีตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็ให้คนไปพาหลานจีมา
หลานจีตื่นตระหนกเมื่อมาอยู่ตรงหน้าลั่วชิงยวนและเฉินชี “ท่านแม่ทัพ มิ
ทราบว่ามีเรื่องสำคัญอันใด…”
ยังมิทันกล่าวจบ
เพียะ!
ลั่วชิงยวนตบหน้านางอย่างแรง
หลานจียกมือขึ้นปิดหน้า ยืนตกตะลึงอยู่กับที่
สายตาดุดันของลั่วชิงยวนจ้องมองนาง ทำให้หลานจีใจหายวาบ
“ค้นห้องนาง! จะต้องมียาเสน่ห์อยู่แน่นอน”
เฉินชีหรี่ตามองหลานจี “เจ้าเป็นคนวางยา”
หลานจีมิได้ปฏิเสธ พลันคุกเข่าลงในทันที
“ท่านแม่ทัพโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ!”
“ข้าถือโอกาสหลังจากลั่วชิงยวนกินยาแล้วหลับไป แอบเข้าไปในห้องนาง
เพื่อจุดกำยานปลุกกำหนัด”
“ข้าทำไปก็เพื่อท่านแม่ทัพนะเจ้าคะ”
“ท่านแม่ทัพเอาใจนางทุกวัน แต่นางกลับมิแยแส ข้าเพียงหวังให้ท่าน
แม่ทัพสมหวังเจ้าค่ะ!”
หลานจีคุกเข่าร่ำไห้อยู่บนพื้น
นางตัดสินใจทำเช่นนี้แต่ก็เจ็บปวดใจยิ่งนัก นางเพียงหวังว่าท่านแม่ทัพจะ
ได้รับสิ่งที่ต้องการ
“ข้ารู้ว่าทุกครั้งที่ท่านแม่ทัพถูกปฏิเสธจะทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่
พอถึงยามค่ำคืน กลับดื่มสุราเพียงลำพังจนดึกดื่น”
“หลานจีมิอยากเห็นท่านแม่ทัพโศกเศร้าเช่นนี้เจ้าค่ะ”
หลานจีสะอื้นไห้
เฉินชีโกรธจัด ยกเท้าถีบไปที่อกของหลานจีจนนางล้มลงกับพื้น
“ผู้ใดให้ความกล้าแก่เจ้า เจ้าคิดว่าข้ามิกล้าสังหารเจ้ารึ?”
เฉินชีบันดาลโทสะ พลันชักกระบี่พิชิตมารออกมา เกือบจะแทงทะลุร่าง
หลานจี
หลานจีหวาดกลัวจนหน้าซีดเผือด
ยังดีที่ลั่วชิงยวนขัดขวางเฉินชีไว้
“พอแล้ว”
เฉินชีขมวดคิ้วมองลั่วชิงยวน “เจ้าจะใจอ่อนมิได้!”
ลั่
ลั่วชิงยวนกลับยืนกราน “ข้าบอกว่าพอแล้วก็คือพอแล้ว”
“อีกอย่าง นี่ก็เป็นความผิดของเจ้าด้วย”
“เพราะเจ้าพานางกลับมาเอง”
เฉินชีก็ได้แต่เก็บกระบี่อย่างจนใจ สายตามองหลานจีอย่างเย็นชา “เอา
เถอะ เจ้ารีบไสหัวออกไปจากจวนแม่ทัพซะ”
“ข้ามิอยากเห็นหน้าเจ้าอีก”
หลานจีร้องไห้จนแทบขาดใจ นางคุกเข่าอยู่บนพื้น อ้อนวอนอย่างสุดกำลัง
“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพโปรดอย่าขับไล่ข้าไปเลยนะเจ้าคะ! หลานจียังมี
ประโยชน์!”
“ท่านให้หลานจีทำอะไรก็ได้เจ้าค่ะ!”
“หลานจีจะเชื่อฟัง มิกล้าทำอีกแล้วเจ้าค่ะ!”
ลั่วชิงยวนมองท่าทางตื่นตระหนกหวาดกลัวของหลานจี ในใจก็รู้สึกเวทนา
เล็กน้อย
“พอแล้ว เรื่องในวันนี้ ข้าจะมิเอาเรื่องนาง เจ้าให้นางอยู่ต่อเถิด”
กล่าวจบ ลั่วชิงยวนก็มองไปยังหลานจี “ครั้งหน้าหากกล้าคิดร้ายอีก อย่า
โทษว่าข้ามิปรานี”
หลานจีก้มศีรษะขอบคุณ “ข้ามิกล้าแล้ว มิกล้าอีกแล้วเจ้าค่ะ!”
จากนั้นหลานจีก็มองเฉินชีด้วยความตื่นตระหนกและคาดหวัง
เฉินชีพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ในเมื่อนางขอร้องให้เจ้า เช่นนั้นคืนนี้จะ
ปล่อยเจ้าไปก่อน”
“หากมีครั้งหน้าอีก ระวังหัวของเจ้าไว้ให้ดี!”
ตื่
หลานจีตื่นเต้นยินดี “ข้ามิกล้าแล้วเจ้าค่ะ! ข้ามิกล้าแล้ว!”
“ไสหัวไป”
จากนั้นหลานจีก็รีบลุกขึ้นเดินออกจากเรือนไป
ลั่วชิงยวนคำนวณเวลา ล่าช้ามานานเพียงนี้ คนผู้นั้นน่าจะหนีออกไปได้
แล้ว
เฉินชีกล่าวด้วยความร้อนใจว่า “ข้ายังมีเรื่องอื่นต้องทำ เจ้าพักผ่อนก่อน
เถิด”
กล่าวจบ เฉินชีก็รีบจากไปในทันที
น่าจะไปตามจับคน
หวังว่าชายสวมหน้ากากผู้นั้นจะมิถูกจับได้
หลังจากเฉินชีจากไป ลั่วชิงยวนก็มายังห้องของหลานจี
เมื่อเห็นนาง หลานจีก็ตื่นตระหนก รีบลุกขึ้นยืนและถอยหลังไปหลายก้าว
“ท่านมาทำกระไรที่นี่…”