ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 137
ฟู่เฉินหวนอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสไม่มีเรี่ยวแรงโต้กลับ
เขาถูกนางเตะอย่างแรงจนไม่อาจต้านทานไหว
ลั่วชิงยวนรู้ดีแก่ใจว่า ฟู่เฉินหวนไม่มีทางจะมาที่เรือนของลั่วหลางหลา
งด้วยความตั้งใจของเขาเอง
ยิ่งไปกว่านั้น สีหน้าของเขาก็ดูไม่ปกติอีกด้วย
นี่คงถูกใครสักคนจัดฉากอย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้นนางก็ยังด่าทอเขาอยู่ดี!
โอกาสทองเช่นนี้ใช่จะมาหานางบ่อย ๆ!
ฟู่เฉินหวนโกรธจนอดไม่ได้ที่จะตอบโต้ เขาคว้าข้อมือของลั่วชิงยวนเอาไว้
ก่อนพลิกตัวนางแล้วกดนางลงกับเตียง
“ลั่วชิงยวน! เจ้าจะพอได้หรือยัง?”
ลั่วชิงยวนพยายามขัดขืน แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการได้ นางเงย
หน้าขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่มีเส้นเลือดปูดโปน อีกทั้งดวงตาของเขาก็ดู
ดุร้ายนัก
“ปล่อยข้านะ!” ลั่วชิงยวนโกรธและไม่ยอมแพ้ นางยังยกขาขึ้นและกดมัน
ลงไปที่บริเวณตรงกลางระหว่างขาของฟู่เฉินหวนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยปากขู่
“ท่านอ๋อง หากท่านไม่ปล่อย เช่นนั้นหม่อมฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ!”
นางจะใช้เตะนี้เล่นงานเขาจริง ๆ ด้วย!
ฟู่เฉินหวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธ ความเจ็บปวดสาหัสทำให้เขากัดฟัน
แน่น “ลั่วชิงยวน ถ้าเจ้าอยากตายก็ลองขยับดูสิ!”
นี้ทั้
ขณะนี้ทั้งสองต่างไม่มีใครยอมใคร
หลินอวี้เวยซึ่งอยู่ที่ด้านนอกของเรือน ได้ยินเสียงความวุ่นวายในห้อง เมื่อ
ได้ยินเสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าด ก็รับรู้ได้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
จากนั้นนางก็กระแอมในลำคอและตะโกนอย่างหัวใจสลาย “ตายแล้ว!!”
“ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!”
“ใครก็ได้ช่วยที!!”
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนและตื่นตระหนกเกือบจะไปถึงบริเวณงานเลี้ยงที่
จัดอยู่ในลานกลางจวน
ทุกคนที่กำลังกินดื่มและพูดคุยกันอยู่ได้แต่เงียบลง และใบหน้าของพวก
เขาดูไม่ดีนักเมื่อได้ยินเสียงนั้น
“เกิดเรื่อยอันใดขึ้น?”
“ใครกำลังร้องขอความช่วยเหลือ? ไปดูสิ!”
ลั่วหรงเองก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนมาจากปีกตะวันตกเช่นกัน หัวใจของ
นางมืดหม่นลงทันที
แย่แล้ว!
นางรีบมุ่งหน้าไปยังปีกตะวันตกด้วยความร้อนใจ
คนสองคนที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่บนเตียงพากันมองออกไปที่หน้าประตู
จากนั้นอีกฝ่ายก็เรียกสติกลับมาแล้วได้แต่มองหน้ากันและกัน
“ท่านอ๋องมีคนจงใจจัดฉากให้ท่าน ปล่อยหม่อมฉันเถิด!”
ฟู่เฉินหวนอยากที่จะปล่อยนางไป แต่เข่าที่อยู่ตรงกลางขาของเขานั้นนับ
ว่าล่อแหลมจริง ๆ เขาขมวดคิ้วและพูดด้วยสีหน้าน่าเกลียดว่า “วางขาของเจ้า
ลงก่อน”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็ถอยขาของนางออก ก่อนที่ฟู่เฉินหวนจะลุกขึ้นยืน
ลั่วชิงยวนที่กลับมาเป็นอิสระไม่มีเวลาแม้แต่จะสวมรองเท้า นางรีบลุกจาก
เตียง และออกจากห้องไปในทันที
คนที่ได้ยินเสียงตะโกนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินอวี้เวย นางรับใช้ส่วน
ตัวของท่านอาลั่วหรง!
เมื่อหลินอวี้เวยเห็นนางวิ่งออกไป สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที “นี่เจ้า!”
ลั่วชิงยวนได้วิ่งไปดักหน้านางไว้อย่างรวดเร็วหลินอวี้เวยพยายามจะทำให้
นางล้มลง แต่ไม่คิดเลยว่า หลินอวี้เวยก็พอจะมีทักษะติดตัวอยู่ด้วยเช่นกัน ดัง
นั้นจึงเกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างพวกนางอย่างรวดเร็ว
ในขณะนี้ ฟู่เฉินหวนรีบวิ่งออกไปและควบคุมหลินอวี้เวยด้วยการสกัดจุด
สองครั้ง
ลั่วชิงยวนใช้โอกาสนี้ผลักนางออกไปด้วยฝ่ามือ
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “เมื่อครู่นางตะโกนเพื่อดึงดูดคนอื่น ๆ เจ้าทำให้นาง
หมดสติไปแล้ว แล้วเจ้าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่นอย่างไร?”
ลั่วชิงยวนลากหลินอวี้เวยเข้าไปในห้อง “ท่านยังต้องอธิบายอะไร คนที่อยู่
ในห้องกับท่านไม่ใช่พี่หญิงหลางหลาง แต่เป็นท่านกับหม่อมฉันที่แต่งงานกัน
อย่างถูกต้องตามประเพณี การที่เราจะอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกันมันจะแปลก
ตรงไหนเล่า”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ฟู่เฉินหวนก็กลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง
จริงด้วย ลั่วชิงยวนคือชายาเอกของท่านอ๋อง…
เขานี่บ้าจริง ๆ
ยานี่มีฤทธิ์แรงมากทีเดียว! ถึงทำให้สติสตังเขาเลอะเลือนเช่นนี้
มื่
ฟู่เฉินหวนกลับเข้าไปในห้องและปิดประตูตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อรู้สึก
ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง จึงเปิดประตูออกไปอีกครั้ง
ลั่วชิงยวนซ่อนหลินอวี้เวยไว้ด้านหลังของเตียง ก่อนจะเหลือบมอง “ปิด
ประตูไว้ หม่อมฉันอยากจะรู้นักว่าใครจะเป็นคนเข้ามาคนแรก”
นางรู้สึกได้ว่า ผู้สมรู้ร่วมคิดในแผนการนี้อาจเป็นคนของจวนมหาราชครู
ดวงตาของฟู่เฉินหวนเป็นประกาย เขาเข้าใจในความตั้งใจของลั่วชิงยวน
และแปลกใจที่ในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ลั่วชิงยวนกลับค่อนข้างสงบ และคิดการ
ฉลาดเฉลียวทีเดียว!
ประตูถูกเปิดออก…
มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังอยู่ข้างนอก ก่อนจะมีคนอุทานขึ้นว่า “เมื่อกี้นี้ข้าเห็น
ท่านอ๋องรีบวิ่งเข้าไปในเรือนปีกตะวันตกราวกับคนเสียสติ! คุณหนูใหญ่เองก็ยัง
อยู่ในเรือนแห่งนี้ด้วย!”
ขณะที่แขกทุกคนได้ยินเรื่องนี้ต่างก็ตกตะลึง