ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1381
เมื่อคนใบ้ได้ยินคำพูดนั้น เขาก็รีบคว้าข้อมือนางไว้ มิอยากให้นางไป
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า “วางใจเถิด ข้าเพียงแค่อยู่บริเวณใกล้ ๆ นี้ มิเป็นอะไร
หรอก”
โอสถห้ามเลือดหมดแล้ว บาดแผลที่หลังของคนใบ้สาหัสถึงเพียงนั้น หาก
มิได้ยารักษาก็เกรงว่าจะมิอาจประคองชีวิตได้ถึงรุ่งเช้า
ซูเซียงก็ต้องการสมุนไพรอย่างเร่งด่วนเช่นกัน
“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ประเดี๋ยวข้าจะกลับมา” ลั่วชิงยวนกำชับคนใบ้
คนใบ้พยักหน้า
จากนั้นลั่วชิงยวนก็เข้าไปยังป่ารกทึบเพื่อหาสมุนไพร
ราวกับไม่มีผู้ใดเคยย่างกรายเข้ามาในขุนเขาแห่งนี้มาก่อน พุ่มไม้หนาทึบ
จนแทบไม่มีทางเดิน
แต่ก็ดีแล้ว เพราะสมุนไพรมีมากมาย
แม้จะมิใช่ของวิเศษล้ำค่าแต่ก็เป็นยารักษาที่ดี
นางเก็บสมุนไพรมามากมาย
เมื่อกลับไปอย่างตื่นเต้น นางกลับพบว่า…
ทุกคนหายไปแล้ว!
ทั้งคนใบ้และซูเซียงหายไปหมดแล้ว!
ความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านขึ้นมาในใจทันที
ทั่
ทั้
นางมองหาไปทั่วก็มิพบเงาร่างของทั้งสอง
กระทั่งสงสัยว่าตนเดินมาผิดที่หรือไม่
แต่นางกลับเห็นรอยเลือดบนพื้น
เป็นรอยเลือดที่ถูกลากไป!
ลั่วชิงยวนใจหายวูบ
ต้องเกิดเรื่องกับคนใบ้แล้ว!
นางหยิบเข็มทิศออกมา พลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความอาฆาต
ลั่วชิงยวนสะดุ้ง รีบวิ่งตามไปทันที
แต่เมื่อนางวิ่งเข้าไปในป่ามาไกลมากแล้ว กลิ่นอายแห่งความอาฆาตกลับ
แผ่ซ่านไปทั่วทั้งป่า
ลั่วชิงยวนเริ่มหลงทิศแล้ว
เข็มทิศในมือก็หมุนวนมิหยุด
ลั่วชิงยวนไม่มีทางเลือกจึงกัดฟันกระโดดเข้าไป
ป่าแห่งนี้หนาทึบยิ่งกว่าเดิม ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว แต่ภายใต้เงาของใบไม้
ในป่ากลับยังคงมืดมิด
ลั่วชิงยวนค้นหาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงเที่ยงวันจึงพบซูเซียงล้มอยู่ตรงริม
ลำธาร
ลั่วชิงยวนตกใจ รีบเข้าไปช่วยพยุงซูเซียงให้ลุกขึ้น
เมื่อลองใช้มือสัมผัสลมหายใจดู ปรากฏว่านางยังมิตาย
ลั่วชิงยวนกวาดสายตามองหาโดยรอบก็มิพบคนใบ้
ที่
น้ำ
ขึ้
กลับพบรอยเลือดบนก้อนหินที่อยู่เหนือน้ำขึ้นไปเล็กน้อย มิรู้ว่าเป็นของ
คนใบ้หรือไม่ นางตั้งใจจะเดินเข้าไปค้นหา
แต่กลับมิสามารถปล่อยซูเซียงไว้คนเดียวได้
เพราะเกรงว่าหากกลับมาอีกที ซูเซียงก็จะหายตัวไปอีก
นางก่อไฟริมลำธาร หาภาชนะดินเผาแตก ๆ มาต้มยา แล้วป้อนให้ซูเซียง
กิน
ซูเซียงโชคดีมากที่รอดชีวิตมาได้
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ซูเซียงก็ฟื้น
เมื่อเห็นนาง ซูเซียงก็รีบคว้ามือนางไว้ด้วยใจร้อนรน
ลั่วชิงยวนรีบถามว่า “เกิดกระไรขึ้น? คนใบ้เล่า?”
ซูเซียงกล่าวว่า “หลังจากที่เจ้าออกไปก็มีอะไรบางอย่างมิรู้คล้ายเชือกพุ่ง
มารัดข้อเท้าพวกข้าแล้วลากไป”
“คนใบ้ตัดสิ่งนั้นทิ้งให้ข้า ข้าจึงหยุดอยู่กับที่ แต่เขายังคงถูกลากไป”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ใจหายวูบ ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีบางสิ่งที่ร้ายกาจ
อยู่
“แล้วเจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าเขาถูกลากไปทางใด? ไปทางต้นน้ำของลำธาร
สายนี้หรือไม่?” ลั่วชิงยวนนึกถึงรอยเลือดบนก้อนหิน
แต่ซูเซียงส่ายหน้า “มิใช่ ไปข้างหน้านู้น”
“ข้าหนีมาจากทางนั้น ข้าอยากตามหาเจ้า แต่หมดแรงเสียก่อน… เลยล้ม
ลงอยู่ตรงนี้”
“แล้วตอนนี้เจ้ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? ช่วยนำทางข้าไปได้หรือไม่?”
ขึ้
ซูเซียงพยุงตัวลุกขึ้น แล้วกล่าวว่า “ข้าจะพาเจ้าไป”
ลั่วชิงยวนช่วยพยุงซูเซียง ทั้งสองข้ามลำธารมาด้วยกันแล้วเข้าไปในป่าอีก
ด้าน
จากนั้นเดินไปเรื่อย ๆ
ซูเซียงพานางมายังเนินเขาแห่งหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “อยู่ข้างหน้า เจ้าลงไป
ก่อน แล้วข้าจะตามไป”
ซูเซียงเคลื่อนไหวมิสะดวก จึงย่อตัวลงจับกิ่งไม้ค่อย ๆ ลงไป
ลั่วชิงยวนเดินนำไปก่อนด้วยใจร้อนรนที่จะตามหาคนใบ้
แต่ในขณะนั้นเอง มีแรงมหาศาลผลักมาจากด้านหลัง
ลั่วชิงยวนถูกเหวี่ยงไปข้างหน้าอย่างแรง ตกลงจากเนินเขาทันที
เมื่อกลิ้งลงมาถึงพื้นราบก็มีเสียงดังโครม ร่างของนางร่วงลงสู่เบื้องล่าง
อย่างรวดเร็ว
ที่นี่กลวงเปล่า!
มันคือกับดัก!