ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1503
ฉีอวี้ฉวยโอกาสที่สินค้าดี ๆ เพิ่งถูกนำออกมาขาย ตั้งใจจะเลือกพู่กระบี่ชิ้น
หนึ่งมอบให้โฉวสือชี
ในขณะนั้นเอง อวี๋หลินก็กำลังเดินเล่นไปตามถนนเช่นกัน
เขาเห็นเงาร่างของฉีอวี้แวบหนึ่ง
เขาลูบปลายคางแล้วเดินเข้าไป มองสำรวจเด็กสาวตรงหน้า “แม่นางผู้นี้
ช่างคุ้นตา ข้าเคยพบเจ้าที่ใดมาก่อนหรือไม่?”
ฉีอวี้ตกใจจนรีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ขมวดคิ้วมองเขา “ข้ามิรู้จักท่าน จะ
เคยพบกันได้อย่างไร”
กล่าวจบ ฉีอวี้ก็หันหลังเดินจากไป
อวี๋หลินกลับรีบวิ่งเข้าไปขวางนางไว้ ใช้สายตามองสำรวจฉีอวี้ “เช่นนั้น
พวกเรามารู้จักกันตอนนี้เลยดีหรือไม่ แม่นางมีนามว่าอะไร?”
“ข้าคือหลานชายแท้ ๆ ของเจ้าเมืองตลาดมืด! ต่อไปทั้งตลาดมืดนี้จะเป็น
ของข้า!”
“แม่นางใคร่ได้สิ่งใด ข้าก็จะซื้อให้!”
ขณะที่อวี๋หลินกล่าว บ่าวรับใช้ด้านหลังก็รีบเข้ามาล้อมฉีอวี้ไว้
ฉีอวี้มองพวกเขาอย่างระแวดระวัง “มิต้องการ ข้ามิซื้อสิ่งใดหรอก!”
“แล้วข้าก็มิได้รู้จักท่านด้วย”
กล่าวจบ ฉีอวี้ก็เตรียมจะเดินเลี่ยงพวกเขาออกไป แต่ก็ถูกขวางไว้อีกครั้ง
“พวกเจ้าต้องการอะไร!” ฉีอวี้เริ่มโกรธเล็กน้อย
วี๋
วี้
ยิ้
อวี๋หลินมองสำรวจฉีอวี้แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้าวเข้าไปคว้าข้อมือ
ของฉีอวี้
“อย่ากลัวไปเลย ข้าเพียงอยากรู้จักแม่นาง อยากเป็นสหายกันก็เท่านั้น”
“ไปเถิดแม่นาง ข้าจะเลี้ยงสุราชั้นดีสักจอกสองจอกดีหรือไม่?”
หลังจากพูดจบเขาก็ดึงฉีอวี้ไป หมายจะใช้กำลังฉุดนางออกไป
ฉีอวี้เหยียบเท้าเขาอย่างแรง พยายามดิ้นรนจะหนี ตะโกนขอความช่วย
เหลือเสียงดัง “ช่วยด้วย! ข้ามิรู้จักเขา!”
“เฮ้ย เจ้าจะวิ่งหนีไปที่ใด ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะหนีไปที่ใด”
คนของอวี๋หลินล้อมฉีอวี้ไว้ทั้งหมด จงใจกลั่นแกล้งและยังก้าวเข้าไปไล่ฉีอวี้
ทั้งอ้าแขนจะกอดนางพลางหัวเราะเยาะ
ขณะนี้คนบนถนนส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้า
มีคนทนดูมิไหว ก้าวเข้าไปห้าม “ผู้ชายหลายคนอย่างพวกท่านรังแกเด็ก
สาวเช่นนี้ ดูมิดีนะขอรับ”
ทว่าอวี๋หลินกลับตวาดด้วยความโกรธ “ตลาดมืดแห่งนี้เป็นของข้า พวก
เจ้ายังอยากจะทำมาค้าขายอยู่ที่นี่หรือไม่?”
“หากยังอยากทำมาค้าขายก็จงหุบปากเสีย! ถ้ามิอยากก็จงไสหัวไปให้
พ้น!”
ท่าทางอวดดีของอวี๋หลินทำให้ดูราวกับว่ามีความสัมพันธ์กับเจ้าเมืองจริง
ๆ
พ่อค้าแม่ค้าหลายคนลังเล จากนั้นก็ถอยไป
อวี๋หลินจึงหันกลับมายิ้ม แล้วก้าวเข้าไปคว้าตัวฉีอวี้ไว้ “ไปกันเถิด เพียงแค่
ดื่มสองจอก ข้าสัญญาว่าจะมิรังแกเจ้า”
วี้ดิ้
วี๋
ฉีอวี้ดิ้นรน พยายามจะต่อสู้กับอวี๋หลิน ทว่าด้วยทักษะปานกลางของนาง
กลับถูกอวี๋หลินหยุดไว้ได้ในมิกี่กระบวนท่า
อวี๋หลินอุ้มฉีอวี้ขึ้นบ่า “ได้เลย ในเมื่อพูดดี ๆ มิยอมฟัง เช่นนั้นอย่าหาว่าข้า
ใช้วิธีรุนแรง วันนี้ข้าจะบังคับให้เจ้าดื่มสุรา!”
ทันใดนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากฟ้า ปรากฏอยู่ตรงหน้าอวี๋หลิน
“เจ้าเป็นใคร?” อวี๋หลินเอ่ยปากด้วยความมิพอใจ
โฉวสือชีมองด้วยสายตาดุดัน แล้วใช้เท้าถีบเข้าที่อกของอวี๋หลิน ก่อนจะ
คว้าแขนของฉีอวี้เพื่อช่วยนางลงมา
“บอกแล้วว่ามิให้เจ้าวิ่งไปมามิใช่หรือ? นี่ศัตรูของเจ้าอีกแล้วหรือ?” โฉวสื
อชีมองอวี๋หลินและพรรคพวกอย่างระแวดระวัง พลางกระซิบถามฉีอวี้
ฉีอวี้ตกใจ กุมแขนเสื้อของเขาแน่น “ข้ามิรู้! ข้ามิรู้จักเขา!”
อวี๋หลินถอยหลังไปหลายก้าว พวกบริวารเข้ามาช่วยประคองไว้
เขายืนจ้องมองโฉวสือชีอย่างโกรธเคือง
“เจ้าเศษสวะนี่มาจากที่ใด? เจ้ามิรู้จักว่าที่ท่านเจ้าเมืองของเจ้าก็มิเป็น
อะไร ตอนนี้รีบไสหัวไปก็ยังทัน!”
อวี๋หลินถูกำปั้นตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่
โฉวสือชีมองชายตรงหน้า แล้วแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “ว่าที่เจ้าเมืองรึ?
เจ้าช่างหลงตัวเองเสียจริง”
“เจ้ากล้าดูถูกข้ารึ? ดี วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หนัก!”
“ลุย!”
อวี๋หลินสั่งการ คนทั้งหมดก็พุ่งเข้าโจมตีพร้อมเพรียง
วี๋
ในตอนแรกโฉวสือชียังพอรับมือได้ แต่อวี๋หลินพาคนมาด้วยมิใช่น้อย มิ
นานผู้คนก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การต่อสู้บนถนนสายนี้ดุเดือดมาก
โฉวสือชีมิอาจดูแลฉีอวี้ได้ ผลคือฉีอวี้ถูกอวี๋หลินจับตัวไป
อวี๋หลินบีบคอฉีอวี้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้าคอเสื้อของนาง แล้วขู่
เสียงเย็น “เจ้ายังกล้าขยับอีกหรือไม่? ข้าจะถอดอาภรณ์ของนางออกให้หมด
เดี๋ยวนี้”