ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1510
อวี๋หลินหวาดกลัวและตื่นตระหนก เขาตะโกนลั่น “อย่า ๆ! พูดจากันดี ๆ
ก่อนเถิด!”
ลั่วชิงยวนยกยิ้มเย็นชา “นี่มิใช่ว่าเจ้าเป็นคนเดิมพันเองหรอกรึ? เจ้ามิได้
ต้องการให้ข้าเป็นอนุของเจ้าหรอกหรือไร?”
“หามิได้ ๆ” อวี๋หลินกลืนน้ำลายอย่างตื่นตระหนก
“สายไปแล้ว” ลั่วชิงยวนยกยิ้มจาง ในดวงตาฉายแววมุ่งสังหาร
ยกมือขึ้นเงื้อกระบี่ฟันเข้าที่แขนของอวี๋หลินอย่างแรง
เมื่อสัมผัสได้ถึงคมกระบี่อันแหลมคม อวี๋หลินก็กรีดร้องออกมา
แต่ทันใดนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากฟ้า
กระบี่บินพุ่งเข้าใส่ลั่วชิงยวน ลั่วชิงยวนรีบยกกระบี่ขึ้นปัดป้อง
ร่างนั้นฉวยโอกาสกระโจนเข้ามาช่วยอวี๋หลินหนีไปได้
ระยะห่างถูกขยายกว้างออกไป
ลั่วชิงยวนมองคนที่ช่วยอวี๋หลินไป เห็นอวี๋หลินกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณ จู
ลั่ว”
เมื่อกล่าวจบ อวี๋หลินก็เช็ดเหงื่อ มือยังคงสั่นเทา
เขาเกือบจะเสียแขนไปแล้ว
ลั่วชิงยวนได้ยินชื่อนี้แล้วก็ประหลาดใจเล็กน้อย
จูลั่ว หนึ่งในสิบปรมาจารย์กระบี่ผู้เก่งกาจ เขาอยู่อันดับที่สอง
มิ่
ชื่
มิ่
ถึงแม้จะรองจากฝูเหมิ่ง แต่ชื่อเสียงกลับมิได้โด่งดังเท่าฝูเหมิ่ง เพราะฝูเห
มิ่งสามารถบรรลุถึงขั้นที่คนกับกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งได้
แต่จูลั่วทำมิได้
ถึงแม้จะเป็นอันดับหนึ่งและสอง แต่ก็มีช่องว่างที่มิอาจข้ามผ่านได้
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของจูลั่วคือการก้าวข้ามฝูเหมิ่ง
แต่ก็เป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปมิได้เลย เพราะฝูเหมิ่งยังเป็นปรมาจารย์ช่างตี
กระบี่ด้วย
เรื่องนี้ทำให้สายตาของลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะจับจ้องไปที่กระบี่หมื่นทิศ
อวี๋หลินปรารถนากระบี่หมื่นทิศนี้มากถึงเพียงนั้น กระทั่งยอมจ่ายราคาที่
สูงลิบลิ่ว หรือว่าจะทำไปเพื่อจูลั่ว?
ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ ฝูงชนเบื้องหน้าก็เปิดทางให้
มีกลุ่มผู้คุ้มกันเดินนำหน้าอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นก็ถอยไปยืนอยู่สอง
ข้างทาง
แล้วจึงเห็นบุรุษผู้สง่างามคนหนึ่งค่อย ๆ เดินเข้ามา
เขาสวมชุดเกราะเรียบง่าย แต่มีท่าทีดุดัน ดูแล้วคงเป็นคนในค่ายทหาร
เมื่ออวี๋หลินเห็นเขาก็รีบพุ่งเข้าไปหาราวกับสุนัขรับใช้ “ท่านแม่ทัพใหญ่!
ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว!”
“หากท่านมาช้าไปก้าวเดียว ชีวิตข้าคงจะดับสิ้นแล้ว!”
อีกฝ่ายมองอวี๋หลินแวบหนึ่ง แล้วมองไปยังกระบี่หมื่นทิศในมือของลั่วชิง
ยวน สายตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา
มุมปากยกยิ้มเย็น “ข้าให้เจ้ามาซื้อกระบี่ไป แล้วเจ้าไปทำอะไรมา? เหตุใด
กระบี่หมื่นทิศจึงไปอยู่ในมือผู้อื่นได้?”
วี๋
ชี้
ที่ลั่
ทั้
นี้ที่
อวี๋หลินรีบชี้ไปที่ลั่วชิงยวน แล้วกล่าวว่า “ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะสตรีผู้นี้ที่
ดึงดันจะแย่งกระบี่หมื่นทิศกับข้า กระทั่งให้ราคาถึงหนึ่งล้านตำลึงขอรับ!”
อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้ามิพอใจ กล่าวเสียงเย็นว่า “เจ้ามิใช่หลานชาย
ของเจ้าเมืองตลาดมืดหรอกหรือ? เจ้ากล่าวว่าเจ้าจัดการเรื่องนี้ได้ ข้าจึงให้เจ้า
มา”
อวี๋หลินยังคงชี้ไปที่ลั่วชิงยวน แล้วกล่าวว่า “สตรีผู้นี้แอบอ้างว่าเป็นน้อง
สาวของท่านอาของข้า หลอกลวงความไว้ใจของท่านอาข้า ตอนนี้คนในตลาด
มืดทั้งหมดล้วนฟังนาง!”
“นางกลัวข้าจะแย่งทรัพย์สินของตระกูลไป จึงคิดจะกำจัดข้ามิยอม
เลิกรา!”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ โปรดเป็นผู้ตัดสินให้ข้าด้วยขอรับ!”
อวี๋หลินกล่าวอย่างตื่นเต้น พร้อมทั้งกอดขาของอีกฝ่ายแน่น
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลงมองชายคนนั้น และอีกฝ่ายก็หันมามองนางเช่นกัน
จากนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามา
ด้านหลังเขา ผู้คุ้มกันได้เก็บทองคำทั้งหมดบนพื้นกลับคืนสู่หีบแล้ว ชาย
คนนั้นเหลือบมอง แล้วถามลั่วชิงยวน
“เงินเหล่านี้เป็นของตลาดมืดใช่หรือไม่ แม่นาง?”
“เช่นนี้คงมิได้เป็นไปตามกฎกระมัง?”
“ให้เกียรติข้าสักหน่อย มอบกระบี่หมื่นทิศให้ข้า เรื่องวันนี้ก็ถือว่าจบสิ้น!”
ลั่วชิงยวนได้ยินดังนั้นก็อดมิได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ “ท่านเป็นใคร? เหตุใด
ข้าต้องให้เกียรติท่านด้วย?”
ถึงกับยกตลาดมืดมาข่มขู่นาง
ช่างอวดดีนัก
อีกฝ่ายเอามือไพล่หลังพร้อมเชิดคางขึ้น ท่าทางหยิ่งผยองยิ่งนัก
ทันใดนั้นเอง อวี๋หลินก็เดินเข้ามากล่าวเสียงดังว่า “ท่านผู้นี้คือ ฉีเฮ่า
แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายทหารอวิ๋นโจว!”