ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1515
อวี๋หลินล้มลงกับพื้น มิกล้าลุกขึ้นอีก เขาตะโกนด้วยความหวาดกลัว “จูลั่ว!
เจ้ามัวยืนเฉยอยู่หาปะไร ลงมือสิ!”
จูลั่วที่ยืนอยู่ห่าง ๆ เหลือบมองมา
ลั่วชิงยวนเหยียบอกอวี๋หลิน พลางจ้องมองเขาจากเบื้องบนด้วยสายตา
คมกริบ “ข้าบอกแล้วว่าวันนี้ข้าจะเอาแขนของเจ้าให้ได้!”
เมื่อกล่าวจบ นางก็หยิบกระบี่ขึ้นมาจากพื้น
แล้วฟันเข้าที่แขนของอวี๋หลินอย่างแรง
เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาดังก้อง
เลือดแดงฉานสาดกระเซ็น
อวี๋หลินกุมแขนที่ขาดสะบั้นไว้พลางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ภาพนี้โหดร้ายนองเลือดอย่างยิ่ง
ทว่าลั่วชิงยวนกลับมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย
“เจ้าน่ะรึ? คู่ควรที่จะมาแย่งตำแหน่งเจ้าเมืองหรือไร? เจ้าคนไร้ค่า!”
ลั่วชิงยวนเตะเขาออกไป
แต่ในเวลานั้นเอง จูลั่วก็ฉวยกระบี่หมื่นทิศมาอย่างรวดเร็ว แล้วเงื้อกระบี่
พุ่งเข้าใส่ลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลงมองเขา ก่อนจะเดาะลิ้นแล้วส่ายหน้า “แม้จะถือกระบี่
หมื่นทิศแล้ว ทว่าเทียบท่าทีของเจ้ากับฝูเหมิ่งแล้วก็ยังห่างไกลนัก”
มิ่
มื่
บี่นั้
สั่
ท่าทีของฝูเหมิ่งเมื่อถือกระบี่นั้นสามารถทำให้ผู้คนใจสั่นสะท้านด้วยความ
หวาดกลัวได้ แต่จูลั่วกลับมิเป็นเช่นนั้น
จูลั่วหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลั่วชิงยวน สายตาของเขาคมกริบ ยกกระบี่ยาวชี้
ตรงมาที่นาง
“วันนี้กระบี่หมื่นทิศจะเป็นของข้า ข้ายอมให้เจ้าสามกระบวนท่า”
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ เขายังรู้อยู่ว่าการแย่งกระบี่ไปนั้นมิถูก
ต้อง จึงยอมให้นางสามกระบวนท่า
คงหวังให้นางตายหลังจากสามกระบวนท่ากระมัง
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลง ในดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
มุมปากยกยิ้มอย่างเย็นชา นางยกมือขึ้นเรียก
โฉวสือชีถือกล่องกระบี่เดินมาข้างลั่วชิงยวน
เมื่อกล่องกระบี่เปิดออก
ในชั่วขณะนั้น ดวงตาของจูลั่วก็เป็นประกายขึ้น
ลั่วชิงยวนค่อย ๆ หยิบกระบี่ห้วงสวรรค์ที่หักแล้วขึ้นมามองดูครู่หนึ่ง แล้ว
มองไปยังจูลั่ว
“มิต้องให้เจ้ายอมหรอก ข้าเกรงว่าเจ้าจะรับมิไหวแม้เพียงสามกระบวน
ท่า”
เมื่อคำพูดที่เย็นชาดังขึ้น แม้จะโอ้อวดเพียงใด แต่ก็ทำให้หัวใจของจูลั่ว
เต้นสั่นไหว
ถึงแม้โดยรอบจะกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ผู้คนที่มุงดูอยู่ด้านนอกและ
บนอาคารโดยรอบต่างก็ตกใจอย่างมาก
เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระยะ
มิ่
บี่
มื่
บี่
“ได้ยินมาว่าฝูเหมิ่งตายแล้ว กระบี่หมื่นทิศจึงตกมาถึงลานประมูล กระบี่
ห้วงสวรรค์ของฝูเหมิ่งมิเคยห่างกาย เหตุใดจึงมาอยู่ในมือสตรีผู้นี้!”
“หรือว่าฝูเหมิ่งตายด้วยน้ำมือนาง?”
“ดูสิ! กระบี่ห้วงสวรรค์หักแล้วด้วย!”
“นี่ต้องเคยผ่านศึกหนักกับฝูเหมิ่งมาแน่ ๆ! สตรีผู้นี้มีที่มาเช่นไรกันแน่!”
ก่อนหน้านี้ลั่วชิงยวนต่อสู้กับฉีเฮ่า บางคนยังคิดว่านางชนะฉีเฮ่าด้วยความ
บังเอิญ แต่ในตอนนี้ไม่มีใครกล้าคิดเช่นนั้นอีกแล้ว
มีคนถอนหายใจ “คนที่สามารถทำให้อวี๋หงใช้ทั้งตลาดมืดปกป้อง และยัง
ประกาศว่าเป็นว่าที่เจ้าเมืองคนใหม่ของเมืองป้านกุ่ย จะเป็นสตรีอ่อนแอไร้
เรี่ยวแรงได้อย่างไรกัน”
“อย่าได้หลงกลรูปลักษณ์ภายนอกของนาง”
ตอนนี้หัวใจของจูลั่วเต้นระรัวจนแทบหยุดหายใจ เขาพยายามไล่ตามฝูเห
มิ่งมาหลายปี เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคือการก้าวข้ามฝูเหมิ่ง
แต่ในตอนนี้ กระบี่ห้วงสวรรค์ของฝูเหมิ่งกลับอยู่ในมือของสตรีผู้นี้!
“เจ้าสังหารฝูเหมิ่งรึ?” จูลั่วอดมิได้ที่จะถามด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าพูดมากหาปะไรนักหนา” ลั่วชิงยวนเลิกคิ้ว
จูลั่วกัดฟันแน่น มองลั่วชิงยวนด้วยสายตาที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีแววดูถูกอีกต่อไป
เขากำหมัดกล่าวว่า “ข้า จูลั่ว ขอท้าประลองกระบี่กับแม่นาง!”
“เพื่อความยุติธรรม แม่นางสามารถใช้กระบี่ของตนเองได้!”
คำพูดนี้ทำให้ลั่วชิงยวนชะงักไปครู่หนึ่ง
บี่
กระบี่ของตนเองหรือ?
แต่เดิมนางก็ไม่มีกระบี่คู่กาย
ในขณะที่ลั่วชิงยวนกำลังจะปฏิเสธ
ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็ล้มลงตรงหน้าลั่วชิงยวนอย่างแรง
ปรากฏว่าเป็นฉีเฮ่าที่ถูกอวี๋หงโจมตีจนร่างปลิวมานั่นเอง!