ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1525
ดังนั้นจึงได้ส่งกำลังทหารมายังที่แห่งนี้ก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันภัยแต่เนิ่น
ๆ
“เชียนฉู่ เจ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่ว่า แม้สองแคว้นจะทำศึกกันจริง เจ้าก็
ต้องรักษาชีวิตตนเองไว้ก่อน”
“อย่าได้เข้าไปพัวพันเด็ดขาด”
คฤหาสน์จี้เยวี่ยตั้งอยู่ในตำแหน่งที่พิเศษ หากเข้าไปเกี่ยวข้องย่อมตกอยู่
ในอันตรายยิ่ง
ซ่งเชียนฉู่เกรงว่านางจะกังวล จึงพยักหน้า
“เอาเถิด นาน ๆ ทีท่านจะได้มาหา ข้าจะมิพูดถึงเรื่องน่าเศร้าเหล่านั้น
แล้ว”
“ข้าไปทำขนมให้ท่านกินดีกว่า!”
ซ่งเชียนฉู่รีบลุกขึ้นวิ่งไปที่ห้องครัว
ฉู่จิ้งค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วถามว่า “สนใจเล่นหมากสักสองกระดานหรือไม่?”
“ได้เลย”
เมื่อมาถึงศาลาในสวน สายลมพัดโชยนำพาความเย็นสบายมาเล็กน้อย
ทั้งสองค่อย ๆ เล่นหมากด้วยกัน
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะถามว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าร่างของฟู่เฉินหวนถูกฝังไว้ที่
ใด?”
คำถามนี้นางกล้าถามเพียงฉู่จิ้งเท่านั้น
มื่
ชื่
นี้
ทิ่
เมื่อเอ่ยชื่อนี้ ในใจนางก็เจ็บปวดราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
ฉู่จิ้งชะงักไปครู่หนึ่ง
ส่วนคนใบ้ที่ยืนอยู่ด้านหลังลั่วชิงยวนก็นิ่งไปทันที
ฉู่จิ้งอึ้งไปสักพัก แล้ววางหมากก่อนตอบว่า “อยู่ที่เมืองหลวง”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “สมควรแล้วที่ถูกนำกลับไปฝังที่เมืองหลวง”
“คงถูกฝังในสุสานหลวงแล้วกระมัง”
“ดูท่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสไปจุดธูปให้เขาแล้ว”
นางกลับไปเมืองหลวงมิได้แล้ว ยิ่งวังหลวงยิ่งมิอาจเข้าไปได้
ฉู่จิ้งฟังแล้วก็รู้สึกขมขื่นในใจ คำพูดหลายคำจุกอยู่ในลำคอ พยายามอย่าง
หนักแต่ก็จำต้องกลืนลงไป
“เฉินชีใจเหี้ยมอำมหิต เจ้าอยู่ข้างกายเขา เจ้าปลอดภัยดีหรือ?”
ฉู่จิ้งเปลี่ยนเรื่องถาม
ลั่วชิงยวนยังคงเล่นหมากพลางตอบว่า “เขาจะมิทำร้ายข้า”
“เจ้าจงเกลี้ยกล่อมซ่งเชียนฉู่เถิด อย่าให้นางไปที่สะพานนั้นง่าย ๆ”
ฉู่จิ้งพยักหน้า “วางใจเถิด ข้าย่อมถือความปลอดภัยของนางเป็นสำคัญ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” ลั่วชิงยวนมิได้สงสัยเรื่องนี้
มิช้านาน ซ่งเชียนฉู่ก็ออกมาพร้อมอาหาร
“มา ชิมฝีมือข้าหน่อยสิ”
เมื่อเห็นขนมและของว่างที่วางอยู่บนโต๊ะ ลั่วชิงยวนก็แทบจะอดใจมิไหว
แล้ว
ที่
จิ้
แต่คนที่อดใจมิไหวมากกว่านางก็คือฉู่จิ้ง
“ปกติแล้วมิเคยมีบุญวาสนา เมื่อลั่วชิงยวนมา ข้าถึงได้พลอยมีบุญวาสนา
ไปด้วย”
ฉู่จิ้งกล่าวแล้วก็รีบกินทันที
ลั่วชิงยวนก็หยิบขนมกิน แล้วส่งให้คนใบ้ชิ้นหนึ่ง
แม้คนใบ้จะมิกินแต่เขาก็รับไว้
ทันใดนั้นเอง ซ่งเชียนฉู่ก็สังเกตเห็นเฉินเซี่ยวหานที่ยังคงกวาดพื้นอยู่มิไกล
หลังจากลังเลอยู่นาน แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนส่งอาหารไปให้
เฉินเซี่ยวหานพลันยิ้มแย้มเบิกบาน แล้วรับอาหารมา “ขอบคุณ”
ซ่งเชียนฉู่ขมวดคิ้ว “มิต้องขอบคุณ งานพวกนี้ให้บ่าวไพร่ทำก็ได้ ท่านมิ
จำเป็นต้อง…”
พูดยังมิทันจบ เฉินเซี่ยวหานก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าเต็มใจ”
ซ่งเชียนฉู่จึงมิอาจเอ่ยคำใดได้อีก
มิไกลนัก ลั่วชิงยวนและฉู่จิ้งต่างมองเหตุการณ์นั้น เมื่อลั่วชิงยวนหันหน้า
ไปก็สังเกตเห็นความเย็นชาในดวงตาของฉู่จิ้ง
“มิเอาน่า นี่เจ้ายังหึงหวงอีกหรือ”
ฉู่จิ้งกินขนมคำหนึ่ง แล้วกล่าวเสียงเย็น “ตราบใดที่เขายังอยู่ที่นี่ ข้าก็มิ
พอใจเขาอยู่ดี”
เมื่อกล่าวจบก็กินขนมในจานจนหมดเกลี้ยง
ลั่วชิงยวนมองจานที่ว่างเปล่า จำต้องวางมือที่ยื่นออกไปหมายจะหยิบ
อย่างจนใจ