ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 1537
แต่หากพวกเขาต้องการที่จะพบเจอของดีในตลาดมืด ส่วนใหญ่ก็ต้อง
อาศัยการแย่งชิงและโชคชะตา
ไม่มีผู้ประกอบการคนใดมิปรารถนาที่จะร่วมมือกับตลาดมืด
เมื่อเถ้าแก่จี้ได้ยินดังนั้นก็ยินดียิ่งนัก รีบตอบรับ “คุณหนูใหญ่กล่าวมาถึง
เพียงนี้ หากข้ามิรับปาก ก็จะเป็นผู้มิรู้จักความดีงามแล้ว!”
“มิขอปิดบัง คราวนี้พวกเรามาตลาดมืดเพื่อตามหาสมบัติโบราณบาง
อย่าง แต่… สุดท้ายก็มิได้สิ่งใดกลับมาเลย”
“คนในตลาดมืดชอบทำการค้ากับคนรู้จัก เพราะคนรู้จักเชื่อถือได้มากกว่า
พวกเราเพิ่งเคยมาตลาดมืดเป็นครั้งแรก การซื้อของจึงไม่มีข้อได้เปรียบมาก
นัก”
“ข้าเดินทางไปมาระหว่างแคว้นเทียนเชวียและแคว้นหลี คราวนี้ก็ตั้งใจจะ
ขยายกิจการให้กว้างไกลกว่าเดิม หากคุณหนูใหญ่ยินดีร่วมมือกับขบวน
คาราวานของพวกเรา ข้ารับรองว่าจะมิทำให้คุณหนูใหญ่ผิดหวัง!”
“จะมิทำให้พวกท่านขาดทุนแน่นอน!”
เถ้าแก่จี้ก็แสดงท่าทีและความตั้งใจของตนเองออกมาอย่างชัดเจน
เรื่องนี้ทำให้ลั่วชิงยวนวางใจยิ่งขึ้น เถ้าแก่จี้ผู้นี้ดูแล้วเป็นคนไว้ใจได้
“ดี เช่นนั้นก็ตกลงกันตามนี้เถิด”
“คนของข้าจะติดตามขบวนคาราวานไปยังเมืองอวิ๋นโจวในอีกสองสามวัน
นี้”
เถ้าแก่จี้เห็นว่าพวกนางรีบร้อนมาก จึงกล่าวอย่างเต็มใจว่า
นี้
“ได้ จัดการเตรียมการแล้วออกเดินทางในอีกสักครู่! คืนนี้เร่งเดินทาง คืน
วันพรุ่งพักผ่อนหนึ่งคืน มะรืนนี้คงจะถึง”
หากขี่ม้าไปจะถึงเร็วกว่านี้ แต่บัดนี้ด่านตรวจแต่ละแห่งเข้มงวดนัก พวก
เขาจึงต้องกระทำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ไปถึงเมืองอวิ๋นโจวได้อย่างปลอดภัย
ส่วนจะพบเจอสิ่งใดในเมืองอวิ๋นโจวก็ดีกว่าถูกสกัดไว้ก่อนที่จะถึงเมืองอวิ๋น
โจว
เถ้าแก่จี้รีบออกคำสั่ง จัดการเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง
ลั่วชิงยวนและพรรคพวกก็ฉวยโอกาสเปลี่ยนอาภรณ์ให้เหมือนกับคนใน
ขบวนคาราวานด้วย
ในลานบ้าน อวิ๋นเฟิงกล่าวด้วยความมิพอใจ “อาจารย์ พวกเรายังมิได้พัก
ผ่อนนานเท่าไรเลย จะออกเดินทางอีกแล้วหรือขอรับ?”
“แม้เร่งเดินทางก็คงมิต้องถึงกับรีบออกคืนนี้กระมังขอรับ?”
เถ้าแก่จี้กลับกล่าวว่า “ถึงเมืองอวิ๋นโจวเร็วก็สบายใจเร็ว รีบไปเก็บของ
เถิด”
อวิ๋นเฟิงยังอยากจะกล่าวบางอย่างอีก แต่ก็จำต้องอดกลั้นไว้
จากนั้นคณะเดินทางก็เริ่มออกเดินทาง
ลั่วชิงยวนและพรรคพวกเดินอยู่ตรงกลางขบวน
ส่วนอวิ๋นเฟิง เมื่อเหลือบไปเห็นคนหลายคนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในขบวนก็
ประหลาดใจ
แล้วพิจารณาพวกนางอย่างละเอียด
สตรีผู้หนึ่ง ยิ่งมองยิ่งคุ้นตา
มื่
ที่
ชั่
นั้
มินานนัก เมื่อเดินผ่านถนนก็เห็นภาพที่แปะอยู่บนกำแพง ในชั่วขณะนั้น
เขาก็ตกตะลึง
นี่มิใช่สตรีที่ถูกประกาศจับหรอกหรือ!
……
หลังจากติดตามขบวนคาราวานเดินทาง พวกเขาผ่านด่านตรวจในยามดึก
สงัด สองด่านผ่านไปอย่างราบรื่น
เมื่อถึงยามเย็นของวันที่สอง พวกเขาก็มาถึงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้
เมืองอวิ๋นโจวมาก
“สองสามวันนี้เมืองอวิ๋นโจวมีประกาศห้ามออกจากเคหสถานในยามดึก
พวกเราเข้าเมืองมิได้ คืนนี้พักผ่อนที่นี่หนึ่งคืน วันพรุ่งก็สามารถเข้าเมืองอวิ๋น
โจวได้แล้ว”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า จากนั้นก็ติดตามเถ้าแก่จี้และพรรคพวกไปยังคฤหาสน์
แห่งหนึ่งในเมือง ซึ่งเป็นที่พักของขบวนคาราวาน
สินค้าของพวกเขามีมากมายเกินไป จึงมิพักที่โรงเตี๊ยม
ขบวนคาราวานจะแยกชายหญิงให้พักในเรือนคนละหลัง ดังนั้นลั่วชิงยวน
และคนอื่น ๆ ก็พักแยกกันไปตามระเบียบ
ลั่วชิงยวนกับฉีอวี้พักห้องเดียวกัน
เดินทางมาหลายวัน ลั่วชิงยวนล้มตัวลงนอนก็หลับทันที
แต่ฉีอวี้กลับนอนมิหลับ นางมิรู้ว่าการตัดสินใจกลับมายังเมืองอวิ๋นโจวใน
ครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่
บางทีอาจจะมิได้เห็นศพของบิดามารดาด้วยซ้ำ กลับมาก็ไร้ประโยชน์
แถมยังทำให้ผู้คนมากมายต้องลำบากไปด้วย
จนกระทั่งดึกดื่น ฉีอวี้ก็ยังนอนมิหลับ
ที่
ขึ้
จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง นางจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม
ทว่าเมื่อพลิกตัว
ใบหน้าซีดเผือดพลันปรากฏอยู่ด้านหลัง
“กรี๊ด”