ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 262
ตอนที่ฟู่เฉินหวนพาคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในถ้ำ เขาก็เห็นลั่วชิงยวนที่กำลัง
นอนอยู่ตรงมุมหนึ่งได้ทันที
เขารีบเดินเข้าไปช่วยประคองให้นางลุกขึ้นด้วยท่าทีร้อนใจ “ลั่วชิงยวน!
ฟื้นสิ!”
ฟู่เฉินหวนตรวจดูการหายใจเพื่อยืนยันว่านายยังมีชีวิตอยู่หรือไม่!
จากนั้นเขาก็รีบอุ้มลั่วชิงยวนออกไปจากถ้ำแล้วออกคำสั่งว่า “ตรวจสอบที่
นี่ให้ละเอียด เมื่อสักครู่นี้มีความเคลื่อนไหวค่อนข้างเยอะทีเดียว ดูซิว่ายังมีผู้ใด
อยู่อีกหรือไม่”
เซียวชูตอบว่า “พ่ะย่ะค่ะ!”
ทันใดนั้นฟู่เฉินหวนก็อุ้มลั่วชิงยวนออกมาจากถ้ำด้วยท่าทีร้อนใจ จากนั้นก็
ลงเขามาถึงเรือนแห่งหนึ่ง
จือเฉากำลังนั่งอยู่ตรงขั้นบันไดหิน เพื่อรอคอยให้พระชายากับแม่นางซ่งก
ลับมา
แต่นางกลับไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นท่านอ๋องที่กำลังรอคอยอยู่!
มิหนำซ้ำยังอุ้มพระชายามาอีกด้วย!
“ทะ… ท่านอ๋อง ไฉนพระองค์ถึงเสด็จมาที่นี่ได้เพคะ?” จือเฉารู้สึกตกใจ
มากเสียจนต้องรีบลุกขึ้น
แต่เมื่อนางเห็นพระชายาหมดสติและกระอักโลหิตอยู่ในอ้อมแขนของท่าน
อ๋อง จือเฉาก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
“ไปเอาน้ำร้อนมา”
“เพคะ!”
เมื่อฟู่เฉินหวนอุ้มลั่วชิงยวนเข้ามาในห้อง จือเฉาก็รีบไปเอาน้ำร้อนแล้ว
เติมถ่านเข้าไปเพื่อทำให้ทั้งห้องอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว
เดิมทีฟู่เฉินหวนเกรงว่าลั่วชิงยวนอาจจะกระดูกซี่โครงหัก แต่หลังจาก
ตรวจดูแล้ว เขาก็โล่งอกที่รู้ว่ากระดูกไม่เป็นอะไร มีเพียงแค่รอยขีดข่วนและ
แผลบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จือเฉาเช็ดคราบโลหิตและสิ่งสกปรกออกไปจากใบหน้าของลั่วชิงยวน
ฟู่เฉินหวนนั่งอยู่บนตั่งนุ่มพลางรินชาถ้วยหนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็น
ชาว่า “ลั่วชิงยวนถูกพวกชาวบ้านจับไปเซ่นสังเวยให้แก่เทวาภูผา ไฉนเจ้าถึงไม่
รายงานให้ทราบ?”
นับตั้งแต่เกิดเรื่องเซ่นสังเวยให้แก่เทวาภูผ่าก็ผ่านไปหลายวันแล้ว แต่จือ
เฉาก็ยังคงอยู่แต่ในจวน มิได้ไปที่ใดเลย
จือเฉาคิดว่าลั่วชิงยวนจะต้องกลับมาแน่ เช่นนั้นหรืออย่างไรกัน นางถึงได้
เอาแต่รอคอยนางอยู่นอกเรือน?
ความคาดเดาเช่นนั้นทำให้ความสงสัยในใจของฟู่เฉินหวนยิ่งทบทวีขึ้นมา
จือเฉาพูดโป้ปดไม่เก่งนัก เมื่อนางถูกถามเช่นนี้เข้าก็ตื่นตระหนกแล้ว
พูดจาอึกอักขึ้นมาทันทีว่า “บะ… บ่าวนึกว่าท่านอ๋องจะมิสนใจความเป็นความ
ตายของพระชายาเพคะ”
“เช่นนั้นหรือ?” ฟู่เฉินหวนหรี่ตามองด้วยสายตาเย็นชา
จากนั้นก็เอ่ยถามต่อไปว่า “เช่นนั้นหลายวันนี้ลั่วชิงยวนก็มิได้กลับมาที่นี่
เลย? นางอยู่ในหุบเขาตลอดเลยหรือ?”
จือเฉาก้มหน้าลงแล้วผงกศีรษะ
พระชายาไม่เคยสอนนางว่าควรจะตอบคำถามอย่างไร
ผู้ใดจะทราบว่าจู่ ๆ ท่านอ๋องก็จะมาเยือน
วันนี้เกิดอะไรขึ้นในหุบเขากันแน่? ไฉนพระชายาถึงได้รับบาดเจ็บเล่า? สวี่
ชิงหลินกับซ่งเชียนฉู่อยู่ที่ไหน?
ตอนนี้ลั่วชิงยวนก็บังเอิญฟื้นขึ้นมาด้วยความสับสนมึนงง เมื่อนางเห็นฟู่
เฉินหวนนั่งห่างออกไปไม่ไกล นางก็เกือบคิดไปว่ากำลังฝันไปเสียแล้ว
“พระชายา!”
จือเฉาช่วยประคองให้ลั่วชิงยวนลุกขึ้นนั่ง จากนั้นนางก็ขมวดคิ้วแล้วมองฟู่
เฉินหวน “ท่านอ๋อง มาดูว่าหม่อมฉันอยู่หรือตายเช่นนั้นหรือ?”
วาจาสงบนิ่งและอ่อนแรงกลับทำให้ฟู่เฉินหวนเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก
จือเฉาจึงรีบอธิบายว่า “พระชายา เป็นท่านอ๋องที่ช่วยท่านออกมาจาก
หุบเขาหนาเจ้าคะ”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็ลองนึกดู และดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนี้จริง ๆ
“ขอบคุณท่านอ๋องที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันเอาไว้เพคะ!”
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้ ทีแรกเขาก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่สตรีผู้นี้
ยอมขอบคุณตน
แต่ชั่วครู่ต่อมา วาจาเย็นชาของนางก็ราวกับมีดคมกรีบที่จู่โจมใส่เขา…
“สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกล ทั้งยังไม่มีสุราอาหารชั้นเลิศมาคอยรับรองท่าน
อ๋อง หากท่านอ๋องไม่มีอันใดแล้ว ก็เชิญเสด็จกลับไปก่อนเถิด”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วพลางคิดว่าเขาต้องบ้าไปแล้วจริง ๆ ที่มาถึงที่นี่เพื่อ
ช่วยเหลือนางเป็นพิเศษ แต่นางกลับไม่ซาบซึ้งใจเลยสักนิด
นี้
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว ข้ามิได้มาเพราะเจ้า” หลังจากฟู่เฉินหวนเอ่ยเช่นนี้
ด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง
ลั่วชิงยวนตะลึงงันอยู่บ้าง ทั้งยังรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
แต่พอนึกดูอีกที ฟู่เฉินหวนมิได้มาเพราะนาง แต่เขาอาจจะมาเพราะสวี่ชิง
หลินกับพรรคพวกของมันใช่หรือไม่?
ฟู่เฉินหวนเดินไปที่ลานแล้วสั่งผู้ที่ติดตามมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไปที่
หมู่บ้านแล้วตรวจสอบให้ดีว่าผู้ใดที่เสนอความคิดให้จับตัวลั่วชิงยวนไปเซ่น
สังเวยให้แก่เทวาภูผา”
เขาไม่อาจเข้าไปแทรกแซงพิธีเซ่นสังเวยของคนในหมู่บ้านนี้ได้ แต่เมื่อไหร่
ก็ตามที่กล้าแตะต้องคนของตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการ ก็เท่ากับรนหาที่ตาย!
ลั่วชิงยวนที่อยู่ในห้อง เริ่มที่จะกระอักกระไอด้วยท่าทีอ่อนเปลี้ยเพลียแรง