ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 266
เกรงว่า… เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ความฝัน
แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
การที่ซ่งเชียนฉู่ฝันถึงเรื่องเหล่านี้ ก็น่าจะเป็นเพราะงูยักษ์
มันรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว
ซ่งเชียนฉู่ไม่ได้ทอดทิ้งเขาไป แต่ประสบอุบัติเหตุระหว่างที่กำลังตามหา
โอสถ
น่าเสียดายที่บัวมรกตเหมันต์ถูกเด็ดไปก่อนแล้ว เกรงว่าคงไม่มีวันได้พบ
เจ้าสิ่งนั้นอีกในใต้หล้านี้
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา นางก็อดไม่ด้ที่จะรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง
เมื่อเห็นสีหน้าที่ยังคงหวาดกลัวของซ่งเชียนฉู่ ลั่วชิงยวนก็ลังเลไปชั่วขณะ
และตัดสินใจว่าจะไม่บอกความจริงกับอีกฝ่าย
ต่อให้นางบอกอีกฝ่ายไป อีกฝ่ายจะยอมรับได้หรือ?
ตอนนี้ไม่รู้ว่าซ่งเชียนฉู่หวาดกลัวงูมากขนาดไหน
ทว่าต่อให้ลั่วชิงยวนไม่พูดอะไร ซ่งเชียนฉู่ก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
นางไม่ได้เล่าให้ลั่วชิงยวนฟังว่าสระน้ำเย็นในความฝันเหมือนกับสถานที่ที่
ตนตามหาโอสถไม่มีผิดเพี้ยน
บัวมรกตเหมันต์ที่ลั่วชิงยวนได้มาน่าจะเติบโตอยู่ก้นสระน้ำเย็น
เพื่อบัวมรกตเหมันต์ดอกนี้แล้ว นางเฝ้าตามหามันมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเยาว์
วัย ถึงขนาดตามหาแม้แต่ในความฝัน ทว่าสุดท้ายนางก็ยังไม่มีโอกาสได้มันมา
หลังจากรู้สึกตัว ซ่งเชียนฉู่ก็แตะหน้าอกพลางหยิบเข็มทิศชะตาออกมา
แล้วยื่นให้แก่ลั่วชิงยวน
“ข้าจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเจ้าสิ่งนี้ทำร้ายงูยักษ์ได้ เจ้าสิ่งนี้ใช่ของท่าน
หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าแล้วรับเข็มทิศชะตากลับคืนมา
ลั่วชิงยวนดูแลเป็นอย่างดีถึงสองวัน
โดยไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเรื่องโอสถเลยสักนิด
บาดแผลและอาการป่วยของพวกนางทั้งสองดีขึ้น และร่างกายก็ฟื้น
ตัวอย่างรวดเร็ว
ในวันที่สาม ซ่งเชียนฉู่ก็ดึงลั่วชิงยวนเข้ามาหาพลางกล่าวว่า “ชิงยวน ข้า
สัญญาว่าจะมอบโสมเก้าบุษบันอมตะให้ท่าน”
“แต่ท่านอาจจะต้องช่วยเหลือข้าก่อน ข้าถึงจะมอบโอสถให้แก่ท่านได้”
เมื่อได้ยินเรื่องโสมเซียนจิ่วหลาน จิตใจของลั่วชิงยวนก็ชักจะเริ่มพลุ่ง
พล่าน “ว่ามาสิ ขอเพียงช่วยได้ข้าก็จะช่วย!”
ซ่งเชียนฉู่มีสีหน้าลังเลใจพลางกล่าวว่า “ท่านอาจจะต้องไปขโมยของกับ
ข้า…”
“ว่ากระไรนะ?” ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจนัก
…….
ภายใต้แสงตะวันเจิดจ้า หมู่บ้านเงียบสงัด ไม่แน่ชัดว่ามีผู้ใดอยู่บ้านหรือไม่
บ้านเรือนในหมู่บ้านปลูกสร้างกันอย่างแน่นขนัดโดยมีถนนทอดยาวมาถึง
ตีนเขาแล้วลาดไปตามสันเขาทั้งสองด้าน ทำให้ยากจะปีนป่ายขึ้นไปได้ ดังนั้น
ตอนที่เข้าไปในหมู่บ้าน พวกนางทั้งสองคนจึงได้แต่เดินไปตามถนนสายหลัก
ที่
ยามกลางวันแสก ๆ เงาร่างลับ ๆ ล่อ ๆ สองสายที่ปิดบังหน้าตาแอบเข้ามา
ในหมู่บ้าน
เมื่อพวกนางได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบหลบหลังกำแพงบ้านของผู้อื่น รอจน
กระทั่งคนผู้นั้นเดินผ่านไปแล้วค่อยชะโงกหน้าออกมาแล้วเดินต่อไป
การหลบหลีกไปตลอดทางช่างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นยิ่งนัก
ในที่สุดก็มาถึงบ้านหลังในสุดแล้วเดินเข้ามาในเรือนหลังเล็ก ขณะที่ลั่วชิง
ยวนกำลังจะเปิดประตู
ซ่งเชียนฉู่ก็โบกมือแล้วดึงนางมาทางเล้าไก่ที่อยู่ข้าง ๆ
ซ่งเชียนฉู่หยิบกองฟางบนพื้นขึ้นมาแล้วออกแรงลากหีบใบหนึ่งออกมา
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นหีบใบใหญ่ นางก็ถึงกับตะลึงงัน “เจ้าซ่อนเอาไว้ตรงนี้
หรือ?”
ซ่งเชียนฉู่ผงกศีรษะ “นี่คือสมบัติล้ำค่าที่สุดของข้าเชียวนะ ข้าไม่กล้าทิ้งไว้
ในห้องก็เลยมาซ่อนเอาไว้ใต้เล้าไก่”
ซ่งเชียนฉู่กล่าวพลางเปิดหีบแล้วดูให้แน่ใจว่าของยังอยู่หรือไม่
ทันทีที่เปิดหีบออกมา
ลั่วชิงยวนก็พลันแววตาเป็นประกาย!
มันล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องยาสมุนไพร!
ทั้งหมดล้วนเป็นเครื่องยาสมุนไพรล้ำค่าหายากยิ่ง!
“จะ… เจ้ามีของดีมากมายขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?” นี่ไม่ใช่สมบัติที่มีมูลค่า
ธรรมดา ๆ เลยนะ!
ซ่งเชียนฉู่เป็นใครกันแน่?
ที่
ขึ้
“ตอนที่กลับไป ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเอง!” ซ่งเชียนฉู่ยกหีบขึ้นด้วยความยาก
ลำบากแล้วย่องออกจากลาน
ลั่วชิงยวนก็ตามนางออกไปด้วย
การเดินทางดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ขณะที่พวกเรากำลังจะออกจาก
หมู่บ้าน เมื่อมันได้ยินเสียงของคนแปลกหน้า สุนัขในลานของใครสักคนก็ตื่นขึ้น
มาแล้วเริ่มเห่า
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!”
เสียงสุนัขเห่าครั้งหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงสุนัขเห่าอีกหลายคำรบ