ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 275
นี่ยังคงเป็นแผ่นดินของตระกูลฟู่หรือ? เหมือนเป็นแผ่นดินของตระกูลเหยี
ยนเสียมากกว่า!
ฟู่เฉินหวนกลับมองเขาอย่างจริงจังพร้อมกล่าว “หากเจ้าไม่อยากถูกพวก
เขาควบคุมไปตลอด เช่นนั้นเด็กคนนี้ มิว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้
หากเป็นองค์ชาย ก็ให้เติบโตในฐานะองค์ชายเอก อนาคตพระสนมซีจึงจะมี
โอกาสแย่งชิงตำแหน่งฮองเฮา”
“หากฮองเฮาของเจ้าเป็นลูกสาวของตระกูลเหยียน เช่นนั้นเจ้าคงถูก
ตระกูลเหยียนควบคุมไปตลอดชีวิต”
คำพูดของฟู่เฉินหวน ทำให้ฟู่จิ่งหานรับรู้ถึงความอันตราย แต่ก็กลับถูก
ความกดดันเช่นนี้กดไว้เสียจนจะหายใจไม่ออก
เขาดึงแขนเสื้อฟู่เฉินหวนไว้ “เสด็จพี่สาม ตอนนี้ข้าทำได้เพียงพึ่งเสด็จพี่
แล้ว ข้าไม่มีแผนการ คงต้องให้เสด็จพี่ช่วยข้าคิดแล้ว”
……
เมื่อผ่านยามจื่อ(1) ประตูเมืองปิดลง
แม่นมจึงส่งพวกนางไปพักในโรงเตี๊ยม
จ่ายค่าห้องพักให้พวกนาง และสั่งอาหารน้ำเหล้าเรียบร้อย
พร้อมทิ้งท้ายว่าพรุ่งนี้เวลาเที่ยงตรงจะมารับพวกนางเข้าเมือง
แม้ว่าแม่นมจะจองไว้ให้พวกนางสามห้อง แต่ทั้งสามกลับนอนห้อง
เดียวกัน
จือเฉ่าไปขอน้ำร้อนที่หลังครัว ทั้งสามนั่งแช่เท้าอยู่ในห้อง
ขึ้
ร่างกายของพวกนางอบอุ่นขึ้นมาในทันที
“เชียนฉู่ เจ้าให้เครื่องยาธรรมดาก็พอแล้ว มิต้องจ่ายเครื่องยาที่แพงมาก
หรอก” ลั่วชิงยวนเอ่ยกำชับ
ซ่งเชียนฉู่ยิ้มหน่าย ๆ “วางใจเถิด ข้ารู้ว่าควรทำอย่างไร”
“เพียงแต่ท่านเอ่ยปากเก็บห้าพันตำลึงเลยหรือ มิใช่จำนวนน้อย ๆ เลย
หากรวมค่ารักษาด้วย ทั้งหมดหนึ่งหมื่นตำลึงเชียว”
ลั่วชิงยวนตอบ “คนที่สามารถอยู่กับท่านอ๋องได้ ย่อมต้องเป็นราชวงค์เช่น
กัน เจ้าคิดว่าพวกเขาจะขาดเงินแค่นี้หรือ?”
“ข้ามิได้เก็บเงินมั่วหนา อย่างไรต่อจากนี้เรายังต้องค้าขายในเมืองหลวง
ต่อ หากข้าเรียกเก็บมากไป แล้วข่าวถูกแพร่กระจายเข้า คงไม่มีใครกล้ามาหา
ข้าอีก”
ได้ยินดังนี้ ซ่งเชียนฉู่และจือเฉ่าต่างตะลึง
“พระชายาจะกลับเมืองหลวงแล้วหรือเจ้าคะ?” จือเฉ่าถามอย่างตื่นเต้น
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ใช้โอกาสนี้ในการกลับเมืองหลวง เพราะในหมู่บ้าน
หาเงินได้ไม่มาก ข้าอยู่ในหมู่บ้านแค่เพื่อสร้างชื่อเสียง”
บัดนี้คนในเมืองหลวงต่างหานางเจอกันหมด หมายความว่าสิ่งที่นางทำใน
หมู่บ้านมิได้สูญเปล่า ชื่อเสียงของนางเริ่มเลื่องลือเป็นบริเวณเล็ก ๆ แล้ว
“เช่นนั้นท่านและท่านอ๋อง…” ซ่งเชียนฉู่ถามอย่างสงสัย
แม้เมืองหลวงจะกว้างใหญ่ แต่อนาคตคงเลี่ยงการพบปะกันมิได้
ลั่วชิงยวนไตร่ตรองจากนั้นกล่าว “พวกเราซื้อร้านเถิด เปิดร้านที่หลอม
รวมระหว่างการรักษาและการดูดวง จือเฉ่าคอยจัดเครื่องยาอยู่ด้านหลัง มิต้อง
โผล่หน้า”
“ส่วนข้าก็ปิดหน้า เพื่อให้ดูลึกลับ”
นี้
มื่
ลั่
ที่
กี่
“เอาเป็นว่าจากนี้ไป เมื่ออยู่ในเมืองหลวงข้าคือฉู่ลั่วที่ไม่เกี่ยวกับตำหนัก
อ๋องแต่อย่างใด และพยายามเลี่ยงพวกเขาให้ได้มากที่สุด”
ซ่งเชียนฉู่พยักหน้า “ได้ ตามที่ท่านว่าเถิด”
ทันทีที่ฟ้าสว่าง ทั้งสามก็ออกจากเมืองทันที พวกนางเก็บของในจวนนอก
เมือง บอกลากับเถ้าแก่หลี่ในหมู่บ้าน และเล่าว่าพวกนางจะไปเปิดร้านในเมือง
หลวง
แม้ว่าเถ้าแก่หลี่จะรู้สึกเสียใจกับการจากไปของเทพโปรยเงินเหล่านี้มาก
แต่เขาจะไปหักห้ามหนทางรวยของพวกนางมิได้
แถมเมื่อรู้ว่าพวกนางจะเปิดร้าน ยังแนะนำคนสนิทที่แนะนำหน้าร้านใน
เมืองหลวงให้พวกนางได้อีกด้วย
ไม่นานนัก รถม้าคันนั้นก็มารับพวกนาง
จือเฉ่าถือของไปที่โรงเตี้ยมก่อน ส่วนลั่วชิงยวนและซ่งจือเฉ่าไปที่จวนตาม
แม่นม
วันนี้มีเพียงฟู่เฉินหวนอยู่ เมื่อส่งยาให้เขาเสร็จ ฟู่เฉินหวนก็จ่ายเงินตำลึง
ทั้งหมดจนครบ
ยกเงินถึงสองกล่อง ในใจของลั่วชิงยวนรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่มี
เงินก้อนนี้ พวกนางก็ปักหลักในเมืองหลวงได้แล้ว
เมื่อตอนนางจากไป เบื้องหลังกลับมีเสียงตะโกนของฟู่เฉินหวนส่งมา
“ลั่วชิงยวน!”
ยามจื่อ (子:zǐ) คือ 23.00 – 24.59 น.