ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 28
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ลั่วชิงยวนที่ถูกมัดไว้กับเก้าอี้ในห้อง อาบแดดที่ส่อง
เข้ามาจากประตู และผล็อยหลับไปหลายครั้ง
จนกระทั่งนักพรตเต๋าเดินมาถึงด้านหน้า และบังแสงแดดตรงหน้านาง
ลั่วชิงยวนตื่นขึ้นมา นางเงยหน้าขึ้นและมองดูนักพรตเต๋าที่เทโอสถเม็ด
ออกมาจากขวด
“แม่นางกินโอสถนี้ซะ วิญญาณร้ายจะไม่สามารถเข้าใกล้ท่านได้อีก”
นักพรตเต๋ากล่าวอย่างเคร่งขรึม และกรอกโอสถไปที่ปากของนาง
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตาของนางเย็นยะเยือก “ท่านแน่ใจหรือว่า
โอสถนี้สามารถขับไล่วิญญาณชั่วร้ายได้”
“แม่นาง อาตมาพบเจอมามากมาย โอสถนี้สามารถรักษาท่านจากสิ่งชั่ว
ร้ายได่เป็นแน่! มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากจวนอัคร
เสนาบดีได้อย่างสมบูรณ์! อาตมาหวังว่าแม่นางจะให้ความร่วมมือ!” นักพรต
เต๋าอธิบายเกลี้ยกล่อมให้นางกินโอสถ
แต่ในระยะอันใกล้เช่นนี้ ลั่วชิงยวนได้กลิ่นของเม็ดโอสถอย่างชัดเจน
นางมองไปที่นักพรตเต๋าด้วยรอยยิ้มเย็น ๆ บนริมฝีปาก “ขับไล่สิ่งชั่วร้าย
อย่างนั้นรึ? เมื่อกินโอสถนี้เข้าไปจะทำให้ข้าสับสนเป็นบ้า และถึงขั้นสูญเสีย
ความทรงจำต่างหาก!”
ขณะนั้นเอง นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า นักพรตเต๋าตัวแข็งไปทั้งตัว และ
ดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ
แต่ในไม่ช้าเขาก็หัวเราะอีกขึ้นครั้ง “แม่นางกำลังล้อเล่นอยู่งั้นรึ อาตมาจะ
ใช้โอสถที่ชั่วร้ายเช่นนั้นได้อย่างไร แล้วอีกอย่าง ใช้โอสถนี้ข้าจะได้ประโยชน์
อันใดกัน”
นี้
ริ่
น้ำ
ที่
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ นักพรตเต๋าเริ่มรู้สึกร้อนตัว น้ำเสียงที่เอ่ยออกมา
นั้นไม่มีความมั่นใจเหมือนก่อน
“ประโยชน์มากมายนัก ไหนจะทำให้ข้าคลั่งได้ชั่วขณะ และท่านจะได้อ้าง
ว่าความชั่วนี้กำจัดยาก หาข้ออ้างอยู่ในจวนเพื่อที่จะหลอกลวงต่อ โกงเงินมาก
ขึ้น! และเมื่อโอสถออกฤทธิ์ส่งผลให้ข้าความจำเสื่อม ท่านก็จะพูดได้ว่าความชั่ว
ร้ายนั้นหายไปแล้ว และเมื่อข้าความจำเสื่อม ข้าก็จะเชื่อฟัง มิทำให้ท่านพ่อ
โกรธ มันคือความสามารถของท่านมิใช่หรือ?”
การเยาะเย้ยของลั่วชิงยวนที่มองเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง การหลอกลวง
เช่นนี้ นางเคยเห็นมาเยอะแล้ว เพียงแต่นักต้มตุ๋นเหล่านี้ไม่กล้าโกหกต่อหน้า
นักปราชญ์อย่างนาง มินึกเลยว่าจะได้มาเจอกับตัวในวันนี้
มือที่ถือโอสถของนักพรตเต๋าสั่นระริก ลั่วชิงยวนเห็นความโหดร้ายใน
ดวงตาของเขาหลายครั้ง
นางเม้มริมฝีปากและยิ้มบาง ๆ “อย่าพยายามบังคับให้ข้ากิน โอสถนี้ต้อง
ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะออกฤทธิ์ ภายในครึ่งชั่วโมง ข้าแค่ตะโกนไม่กี่ครั้งก็
สามารถเรียกคนทั้งจวนมาที่นี่ได้ เมื่อถึงตอนนั้น อย่าว่าแต่การเปิดโปงคน
ปลิ้นปล้อนอย่างเจ้าเลย เจ้าจะออกไปจากที่นี่อย่างสมประกอบหรือไม่ยังพูดได้
ยาก!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นักพรตเต๋ากำมือแน่น และมองนางด้วยความตกใจ
“เจ้า…”
นางรู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าโอสถจะออกฤทธิ์?
หรือว่าพบคนในสายทางเดียวกันงั้นหรือ?
“แม่นาง… หรือว่าท่าน… มาจากสายทางเดียวกันอย่างนั้นหรือ?”
ลั่วชิงยวนตะคอกเบา ๆ “นักต้มตุ๋นอย่างเจ้ากล้าดีอย่างไรมาหาว่าข้ามา
จากสายทางเดียวกันกับเจ้า ใครเป็นคนเช่นเจ้ากัน!”
คิ้
นี่
รั้
ที่
นี้
นักพรตเต๋าขมวดคิ้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสถานการณ์แบบนี้ บุตรสาว
ของตระกูลร่ำรวยจะรู้จักกลอุบายเหล่านี้ได้อย่างไร นางเป็นใครกัน?
“เจ้าทำร้ายคนด้วยโอสถนี้กี่คนแล้ว? ดูจากพลังงานสีดำตรงหว่างคิ้วของ
เจ้า เจ้ากำลังจะเผชิญกับหายนะ ช่วงนี้เจ้าโชคร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนเอ่ยเสียงเย็น
นักพรตเต๋าสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขาของเขาอ่อนลง และคุกเข่าลงข้างเก้าอี้
ของนาง “แม่นางเป็นใครกัน?”
เขานั้นเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพียงแค่ถูกผลไม้หล่นใส่ก็กระดูกหัก ต้องนอน
รักษาตัวเป็นเดือน และไม่มีงานเลยตลอดสองเดือน แค่ดื่มน้ำชายังเกือบสำลัก
ตาย
ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้งานใหญ่จากจวนอัครเสนาบดี! คิดว่าจะได้ทำเงิน
มากมายในจวนนี้ แต่กลับได้พบกับแม่นางผู้ไม่ธรรมดา กลัวที่สุดคือการได้เจอ
กับคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริง เคราะห์ร้ายที่ไม่เคยเจอในแปดชาตินี้ มา
รวมอยู่ในตัวเขาจนหมดสิ้น!