ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 301
“คนใช้ในจวนระแวงข้ายิ่งเสียกว่าโจร หลาย ๆ ครั้งที่ข้าเกือบได้เห็นฮูหยิน
ลั่ว คนใช้เหล่านั้นกลับลากข้าออกไปเสียก่อน!”
“เพียงแต่ จากที่ซุ่มมองมาหลายวัน ข้าค้นพบเรื่องหนึ่ง!”
ลั่วชิงยวนถามอย่างสงสัย “เรื่องใดกัน?”
ซ่งเชียนฉู่ดื่มชาร้อน เท้าแขนพร้อมยื่นหน้าเข้าใกล้ นางกล่าว “ฮูหลินลั่ว
ราวกับกำลังมองหาสามีให้คุณหนูตระกูลลั่ว มีสตรีแต่งกายคล้ายแม่สื่อ ถือภาพ
วาดเต็มตะกร้าเดินเข้าจวน!”
“และข้าได้ยินเต็ม ๆ สองหูว่านั่นคือภาพวาดคุณชายตระกูลสูงส่ง”
ซ่งเชียนฉู่ถามด้วยความใคร่รู้ “เพราะฮูหยินเลือกสามีให้กับลั่วอวิ๋นสี่หรือ
ไม่ จึงทำให้นางบังคับให้เจ้าแก้ไขพรหมลิขิตโดยเร่งด่วนเพียงนั้นหนา?”
“แต่เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคของท่าน จักสามารถทำให้แม่ของลั่วอวิ๋นสี่
เปลี่ยนความคิดเช่นนั้นหรือ?”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วไตร่ตรองพักหนึ่ง
ก็จริง ต่อให้นางพูดว่าเหมาะสมกัน ท่านอาลั่วหรงก็ไม่มีทางให้ลั่วอวิ๋นสี่คบ
กับสวีซงหย่วนอยู่ดี
ลั่วอวิ๋นสี่เพียงแค่อยากได้สิ่งนี้ มาเป็นข้ออ้างของตนในการต่อต้านท่า
นอาลั่วหรงก็เท่านั้น
“คงมิได้มาดูตัวให้ลั่วอวิ๋นสี่ ด้วยนิสัยของนาง นางอาจเลือกหนีไปพร้อมสวี
ซงหย่วนแล้ว”
“ตระกูลลั่ว ยังมีคุณหนูใหญ่… ลั่วหลางหลางอีก!”
ลั่
รี่
ลั่วชิงยวนหรี่ตาเล็กน้อย ในใจเกิดเป็นความกังวล
นิสัยของลั่วหลางหลางและลั่วอวิ๋นสี่นั้นต่างกันสุดขั้ว
หากท่านอาลั่วหรงมองหาสามีให้กับลั่วหลางหลาง ต่อให้นางมิชอบใจ ก็คง
มิกล้าเอ่ยอันใด
ผู้ที่จริงใจต่อลั่วชิงยวนมีไม่มากนัก ลั่วหลางหลางถือเป็นหนึ่งในนั้น
นางจึงหวังว่าลั่วหลางหลางจะสามารถหาคนรักที่จริงใจ และมีความสุขไป
ชั่วนิรันดร์
“จะว่าไป ต่อจากนี้จักทำอย่างไรดีเล่า? อาชีพดูดวงของท่านทำต่อไปมิได้
ชื่อเสียงของท่านก็เสียหาย” ซ่งเชียนฉู่ถามอย่างเป็นห่วง
ลั่วชิงยวนไตร่ตรอง พร้อมกล่าว “วันพรุ่ง ข้าจักไปที่คฤหาสน์เฝิง”
“คฤหาสน์เฝิงหรือ? ฮูหยินที่มีครรภ์ท่านนั้นนางมิได้หายป่วยแล้วหรือ?
ท่านจักไปทำกระไร?” ซ่งเชียนฉู่ฉงน
“ไปจับชีพจรให้นาง และจ่ายยาสงบครรภ์”
นั่นเป็นถึงกุ้ยเหริน(1)ในวังเชียว อย่างน้อยก็มีความสัมพันธ์กับเหล่านาย
หญิงร่ำรวย หากสามารถแนะนำนางให้กับนายหญิงเหล่านั้นจนได้งาน นางจะ
สามารถพลิกผันสถานการณ์ได้!
หากลั่วอวิ๋นสี่ไม่มีคู่ปราบ นางอาจต้องปวดหัวไปหลายวัน
แต่ผู้ปราบลั่วอวิ๋นสี่ได้คือแม่ของนาง!
มีหรือที่นางจะจัดการลั่วอวิ๋นสี่มิได้!
ดังนั้นเช้าวันต่อมา นางจึงไปที่คฤหาสน์เฝิง
บัดนี้ ร่างกายของเฝิงซีดีขึ้นทุกวัน จนสามารถเดินเล่นในลานแล้ว ลั่วชิง
ยวนเดินเป็นเพื่อนนาง และจ่ายยาบำรุงร่างกายให้นางตำรับใหม่
นึ่
ชั่
ทั้
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ทั้งคู่จึงเจรจากันสำเร็จ
วันที่สาม
ท้องฟ้าปลอดโปร่ง บนถนนนอกร้านยังคงเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ซุบซิบ
นินทา แน่นอนว่าเพราะด้านนอกได้ปักธงใหม่อีกครั้ง
ลั่วชิงยวนเปิดประตูออก ปีนขึ้นบันไดไม้เพื่อนำธงลงมา และเตรียมจะนำ
ไปเผา
มีอันธพาลสองคนมาจับแขนนางไว้
สายตาของลั่วชิงยวนเยือกเย็น “ปล่อย!”
“ไม่ปล่อย หึ ชายแท้ทั้งคนไฉนเลยกลัวพวกข้าจับเล่า?”
“ก็จริง หน้าติ๋มเช่นนี้ ข้าขอลองบีบหน่อย หน้าเจ้านุ่มเหมือนแม่นางที่หอ
นางโลมหรือไม่”
อันธพาลเอ่ยแซวด้วยคำพูดรุกราน
ลั่วชิงยวนเตะพวกมันออกในทันที “ไสหัวไป อย่าแตะต้องข้า!”
อันธพาลคนอื่น ๆ ช่วยพยุงเพื่อนจากบนพื้น และขุ่นเคืองอย่างมาก
“ไอ้หน้าติ๋มนี่รนหาที่ตายนักรึ!”
หลาย ๆ คนรีบยกหมัดพุ่งตัวเข้ามา ในฝูงชนเองก็มีคนพุ่งตัวออกมาเช่น
กัน เมื่อมองดูดี ๆ จะเห็นว่าพวกมันเป็นพวกเดียวกัน
ลั่วชิงยวนถอยหลังก้าวหนึ่ง มองไปที่พวกเขาอย่างระแวง
ดูท่าลั่วอวิ๋นสี่คงเป็นคนส่งมา
ขณะที่ถูกผู้คนรุมโจมตี
ขึ้
จู่ ๆ ก็มีกลุ่มผู้คุ้มกันจากด้านนอกตะโกนขึ้น ฝูงชนแตกตัวออกเป็นแถวทัน
ขวัญ
เสียงเย็น ๆ ส่งมา…
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
กุ้ยเหริน (貴人) หมายถึง พระสนม พระภรรยาในองค์จักรพรรดิขั้นต่ำ
สามารถแต่งตั้งขึ้นได้นับไม่ถ้วน