ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 313
เมื่อตอนลุกยังมองไปทางลั่วชิงยวนด้วยแววตาแฝงความนัย “ร่างกายของ
ท่านเซียนฉู่ ต้องกินเนื้อให้มากจริง ๆ ผอมเกินไปแล้ว!”
ลั่วชิงยวนจับข้อมือ ในใจของนางกังวล อย่าบอกหนาว่าเขารู้ว่านางเป็น
สตรีแล้ว
ไม่น่าเป็นอะไรใช่ไหม?
หุ่นของนางในตอนนี้แตกต่างจากนางในอดีตอย่างมาก ฟู่เฉินหวนมิมีทาง
นึกถึงนางแน่
เมื่อรถม้ากลับถึงในเมือง แม้จะเป็นคืนฤดูเหมันต์ แต่ใกล้ปีใหม่ รอบด้าน
เมืองต่างประดับไปด้วยโคมไฟ ที่เพิ่มความครึกครื้นให้กับเมือง ให้คืนฤดู
เหมันต์มิรู้สึกเหน็บหนาวมากเช่นนั้น
เข้ามาถึงในเมือง ความกดดันจากเรื่องที่พบนอกเมืองของนางจึงสลายไป
จนสิ้น
กลับถึงหน้าร้าน ลั่วชิงยวนกระโดดลงจากรถม้าและวิ่งไปที่หลังเรือนทันที
เห็นจือเฉาที่อยู่หลังเรือน นางรีบผลักนางออกจากประตูหลังทันที “ท่าน
อ๋องเสด็จมา หนำซ้ำจะเสวยมื้อดึกที่นี่อีก เจ้าไปซ่อนตัวในโรงเตี๊ยมก่อน!”
จือเฉาฉงน “เจ้าคะ? ท่านอ๋องเสด็จมาหรือ?”
“เช่นนั้นบ่าวจักกลับมาได้เมื่อไรหรือเจ้าคะ?”
ลั่วชิงยวนเองก็ไม่รู้ว่าฟู่เฉินหวนจะอยู่นานเพียงใด นางจึงตอบ “ค่อยกลับ
มาพรุ่งนี้ก็ได้ แต่เจ้าต้องระวังห้ามให้คนในตำหนักอ๋องเห็นเจ้าโดยเด็ดขาด”
จือเฉาพยักหน้า และจากไปในทันที
ลั่
ลั่วชิงยวนปิดประตูหลังอย่างรีบร้อน
เมื่อหยุดที่หน้าเรือนอีกครั้ง นางพบว่าซ่งเชียนฉู่กำลังรับมือกับฟู่เฉินหวน
หนำซ้ำด้านข้างนางมีชายหนุ่มที่หน้าตางดงามยืนอยู่ด้วย
เห็นนางออกมา ซ่งเชียนฉู่รู้ทันทีว่าจือเฉาได้ออกไปแล้ว นางจึงเริ่มทักทาย
“รีบยกเนื้อแกะเข้าไปเถิด ข้าเตรียมเตาไว้เรียบร้อยแล้ว”
ชายหนุ่มผู้นั้นเดินเข้ารถม้า ตะลึงทีหนึ่ง “โห ตัวใหญ่เพียงนี้เชียว!”
ชายหนุ่มแบกแกะทั้งตัวลงมา
ภายในเรือน ยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มเสนอตัวบอกตนถนัดเรื่องกินเป็นที่สุด จึงให้เขาจัดการ และปรุง
เนื้อแกะ
ลั่วชิงยวนดึงตัวซ่งเชียนฉู่มาถาม “ท่านนี้คือ…”
ซ่งเชียนฉู่ยังมิทันเอ่ยตอบ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นเสียงดังเสียก่อน “ยังมิได้
แนะนำตัวกับคุณชายฉู่เลย ข้าชื่อเฉินเซี่ยวหาน!”
“ข้าได้ยินชื่อเสียงท่านเซียนฉู่มานาน ก่อนหน้านี้ก็อยากมาให้ท่านทำนาย
พรหมลิขิตให้ข้า วันนี้ข้าบังเอิญช่วยแม่นางซ่งได้ที่ตลาดพอดี นางจึงเชิญข้ามา
ทานเนื้อแกะขอรับ”
เฉินเซี่ยวหานทำงานในมือของตนไปพร้อมอธิบาย
ได้ยินดังนี้ ลั่วชิงยวนตะลึง นางจับมือของซ่งเชียนฉู่ “เจ้าก็ถูกลอบโจมตี
หรือ?”
ซ่งเชียนฉู่จะลึง “เจ้าก็…”
“เจ้ามิเป็นไรใช่หรือไม่?” ซ่งเชียนฉูตรวจดูลั่วชิงยวน พบว่าบนคอของนาง
มีผ้าพันอยู่
ลั่
นางจึงรีบเข้าห้องไปหยิบยา และทายาให้กับคอของลั่วชิงยวน
“ข้าคิดว่าวันนี้ข้าเจออันธพาลเสียอีก มิคิดว่าเจ้าเองก็ถูกลอบสังหาร ดูท่า
เรื่องคงมิง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว” ซ่งเชียนฉู่พูดด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
“สวีซงหย่วน” ลั่วชิงยวนกดเสียงต่ำ
ซ่งเชียนฉู่ชะงักไปทีหนึ่ง
ลั่วชิงยวนจึงมองไปทางเฉินเซี่ยวหาน “วันนี้ขอบคุณท่านมากที่ยื่นมือเข้า
ช่วย”
อย่างน้อยนางยังพอรู้วรยุทธ แต่วันนี้หากซ่งเชียนฉู่เป็นคนออกนอกเมือง
ล่ะก็ คงมิได้โชคดีเช่นนี้แล้ว
บัดนี้เอง ฟู่เฉินหวนกลับเอ่ยขึ้นเคือง ๆ “ข้าช่วยเจ้า เหตุใดเจ้ามิขอบคุณ
ข้าบ้างเล่า?”
ฟู่เฉินหวนหันไปมองนางด้วยแววตามืดครึ้ม
“หากข้ามิได้เป็นคนเอ่ยปากขอ เจ้าจะเลี้ยงมื้อนี้ข้าหรือไม่? ข้าเผลอทำสิ่ง
ใดให้เซียนฉู่มิพอใจเข้าหรือ? เจ้าจึงได้อคติกับข้าเช่นนี้!”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “ท่านอ๋อง ท่านมีตำแหน่งถึงอ๋อง กลับคิดเล็กคิดน้อย
เรื่องข้าวหนึ่งมื้อกับชาวบ้านธรรมดาอย่างกระหม่อม เหตุใดคุณชายเฉินจึงมิ
เหมือนท่านบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนแฝงความโกรธเคือง ทุกคนต่างฟังออกหมด ยิ่งซ่ง
เชียนฉู่ นางรู้สึกเสียวสันหลังแทนลั่วชิงยวน
ฟู่เฉินหวนกวาดตามองเฉินเซี่ยวหานที่กำลังยุ่งเหยิง
จากนั้นหันไปมองลั่วชิงยวน และหัวเราะเสียงต่ำ “คุณชายเฉินหรือ? เจ้ารู้
หรือไม่ว่าคุณชายเฉินท่านนี้คือใคร?”