ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 319
“บางทีเขาอาจกลับจวนไปแล้ว หรือไม่ก็เจออะไรสักอย่างกระมัง?” ลั่วชิง
ยวนคาดเดา อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่รู้เรื่องรัฐทายาทเฉินผู้นี้มากนัก
ซ่งเชียนฉู่วางจานลงแล้วลุกขึ้นด้วยความไม่สบายใจ “จะเกิดเรื่องขึ้นหรือ
ไม่?”
“วันนี้เขาช่วยชีวิตข้าไว้ หากคนพวกนั้นตามแก้แค้นเขาเล่า?”
ซ่งเชียนฉู่รู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็ขมวดคิ้ว “ก็มีความเป็นไปได้!”
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินเช่นนี้ เขาก็หรี่ตาแล้วเริ่มครุ่นคิด เขามีความคาดเดา
ในใจอยู่บ้าง เรื่องประหลาดในคืนนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่เฉินเซี่ยวหานช่วยชีวิต
ของซ่งเชียนฉู่หรือไม่?
เรื่องนั้นเกี่ยวพันกับการลอบสังหารฉู่ลั่วหรือไม่?
“ข้าจักออกไปตามหาเขา!” ซ่งเชียนฉู่ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที
“ข้าไปกับเจ้าด้วย!” ลั่วชิงยวนรีบตามไป
เมื่อเห็นว่าค่ำมืดดึกดื่นมากแล้ว ฟู่เฉินหวนก็ไม่อาจนิ่งดูดาย ดังนั้นเขาจึง
ไปกับพวกนางด้วย
ในยามนี้เอง เฉินเซี่ยวหานกำลังเดินกลับไปกลับมาอยู่ในตรอกที่แลดูคุ้น
เคยแต่ก็ไม่คุ้นเคยอยู่ในที โดยมีหลุมดำอยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
ราวกับว่าเขาจะไม่มีทางหลุดพ้นความมืดมิดเช่นนี้ไปได้เลย
เขาหาทางไปที่ร้านขายโอสถจิ่วอิง แต่ก็ยังหาไม่เจอสักที
นี่
นี่ใช่ตรอกฉางเล่อหรือไม่นะ?
เขาเหงื่อกาฬชุ่มโชกเสียแล้ว
ลั่วชิงยวนและคนอื่น ๆ ออกจากร้านแล้วเดินไปยังทางออกจากตรอก
ดึกดื่นค่ำคืนแล้ว บ้านเรือนทุกหลังตามท้องถนนล้วนดับไฟจนหมด เหลือ
เอาไว้เพียงโคมแดงส่องแสงเรื่อเรืองอยู่หน้าบ้านแค่ดวงสองดวงเท่านั้น
แสงค่อนข้างสลัวรางแล้ว ท้ายตรอกมืดมิดราวกับไร้ที่สิ้นสุดซึ่งเป็นเรื่อง
ปกติ
แต่หลังจากลั่วชิงยวนออกมาได้ไม่นาน นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติจึง
หยุดฝีเท้าลง
“มีอันใดหรือ?” ฟู่เฉินหวนถาม
“ท่านไม่สังเกตหรือว่ามีบางอย่างผิดปกติ? ตั้งแต่พวกเราเดินมา ไฟส่อง
สว่างก็ไม่เปลี่ยนไปเลยตลอดทาง”
เมื่อฟู่เฉินหวนกับซ่งเชียนฉู่ได้ยินเช่นนี้เข้า ทั้งสองคนต่างส่ายหน้าด้วย
ท่าทีสับสน
พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติเลย
แต่ลั่วชิงยวนกลับตระหนักได้ถึงความแปลกประหลาด นางจึงกวาดสายตา
มองไปรอบ ๆ พลางกล่าวว่า “ตรอกแห่งนี้ถูกบิดเบือนเอาไว้ ถ้าอยากจะออกไป
ก็จงหลับตาลง!”
ซ่งเชียนฉู่หลับตาลงทันที เพราะเกรงว่าจะเห็นของสกปรกบางอย่างเข้า
ฟู่เฉินหวนไม่มีทางเลือกนอกจากหลับตาลง
เมื่อเห็นว่าพวกเขาหลับตาลงแล้ว ลั่วชิงยวนก็ค่อย ๆ หยิบเข็มทิศออกมา
นางจำเป็นต้องค้นหาทิศทาง เพราะหากไร้ซึ่งเข็มทิศ นางก็ทำอะไรไม่ได้
ที่นี่
ที่
ใครสักคนร่ายคาถาลวงตาเอาไว้ที่นี่ ทุกอย่างที่เห็นรอบตัวอาจจะไม่ใช่
เรื่องจริง ทิศทางที่คิดว่าเป็นทิศทางตรงกันข้ามอาจจะเป็นทิศทางที่แท้จริงก็ได้
ผู้ที่หลงติดอยู่ในนั้นอาจจะต้องเผชิญกับความสับสน จนถึงขนาดหลงทาง
อย่างไร้ที่สิ้นสุด
ยากที่จะออกไปได้
“ฉู่ลั่ว ท่านคิดว่ารัฐทายาทเฉินน่าจะอยู่ในนี้หรือไม่?” ซ่งเชียนฉู่หลับตา
ถามพลางกอดแขนของนางเอาไว้
“แน่นอนอยู่แล้ว ในเมื่อนานขนาดนั้นแล้วเขาก็ยังมิกลับมา เขาก็น่าจะติด
อยู่ในนี้”
ซ่งเชียนฉู่พลันกังวลใจขึ้นมาทันที “เขาจะเป็นอันใดหรือไม่?”
“บอกได้ยากเหมือนกัน”
หลังจากเดินหน้ามาได้สักพัก เข็มทิศก็ค่อย ๆ ขยับ ลั่วชิงยวนหยุดฝีเท้า
แล้วเห็นว่าเข็มทิศชี้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
นางรีบก้าวขึ้นหน้ามา ตรงพื้นที่อยู่ ณ มุมหนึ่ง มีธูปสามดอกปักลงบนยันต์
ลั่วชิงยวนตื่นตกใจเสียจนขวัญหนีดีฝ่อ นี่มันคาถาอัญเชิญวิญญาณ!
พิธีสาปเช่นนี้จะนำพาคนเป็น ๆ ให้ตกลงสู่ปรภพ ผู้ที่ติดอยู่ในนั้นจะค่อย
ๆ ขยับเข้าหาความตายทีละนิด ๆ
นี่มันชั่วช้าเกินไปแล้ว!
แม้แต่ผู้บริสุทธิ์อย่างเฉินเซี่ยวหานก็ยังตกเป็นเป้าหมาย!
นางรีบดับธูปแล้วเตะแผ่นยันต์ออกไป
ภาพตรงหน้าค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นและแสงสว่างก็เปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตา
นางรีบเก็บเข็มทิศเข้าแขนเสื้อ “ลืมตาขึ้นได้แล้ว!”
“รีบตามหาคนเร็วเข้า!”
พวกเขาทั้งสามคนรีบเดินค้นหา
ทันใดนั้นก็เห็นเงาร่างอยู่ราง ๆ ท่ามกลางความมืด
“รัฐทายาทเฉิน!” ซ่งเชียนฉู่ร้องตะโกนแล้ววิ่งไปหาเขา
แต่พวกเขากลับเห็นคนผู้นั้นยืนนิ่ง จากนั้นสีหน้าซีดขาวก็ปรากฏแก่
สายตา