ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 321
เมื่อลั่วชิงยวนกลับมาที่ร้านก็เห็นซ่งเชียนฉู่กำลังดูแลเฉินเซี่ยวหานที่อยู่
บนเตียงนอน
“ชิงยวน รัฐทายาทเฉินผู้นี้…” ซ่งเชียนฉู่รู้สึกกังวลใจยิ่งนัก
ลั่วชิงยวนจึงปลอบโยนนางว่า “น่าจะไม่เป็นอันใดหรอก ข้าไม่คิดว่าผู้ที่อยู่
เบื้องหลังเรื่องนี้จะวางแผนเล่นงานเขา เพราะเขาหาได้มีส่วนพัวพันกับเรื่อง
ของเจ้าอย่างลึกซึ้ง เขาแค่บังเอิญยื่นมือเข้าช่วยเหลือ มิน่าจะเกิดเรื่องขึ้น
หรอก”
นางไม่เข้าใจเลย
จากนั้นนางก็ดึงตัวซ่งเชียนฉู่ออกมานอกห้องแล้วถามว่า “ข้ามีเรื่องอยาก
ถามเจ้า วันนี้เกิดเรื่องอันใดขึ้นระหว่างเจ้ากับเขากันแน่? เจ้าชอบเขาจริง ๆ รึ?”
เรื่องนี้ออกจะรวดเร็วเกินไปแล้ว!
ซ่งเชียนฉู่ก้มหน้าพลางเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีขัดเขินว่า “ข้ามิรู้ว่าเป็นความชอบ
หรือไม่ แต่… ข้าก็รู้สึกชอบเขามากอยู่ดี”
ลั่วชิงยวนเหลือบมองนางด้วยท่าทีจนใจ “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าก็แค่ชอบคนที่
สามารถปกป้องเจ้าได้! สาเหตุที่ทำให้เจ้าถูกสวี่ชิงหลินหลอกเอาก็เพราะเขามัก
ปกป้องเจ้าอยู่เสมอ จากนั้นเจ้าก็เกิดความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ!”
“ไฉนท่านต้องเอ่ยถึงมันด้วย! ข้าถูกมันหลอกลวงก็จริง แต่เมื่อข้ารู้ว่ามัน
เป็นคนเช่นไร ข้าก็ตัดขาดโดยมิหลงเหลือความรู้สึกแม้แต่น้อย!”
ซ่งเชียนฉู่กล่าวด้วยความมั่นใจ
หลังจากลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกโล่งอก ซ่งเชียนฉู่เป็นผู้ที่มีความคิด
อ่านแจ่มชัด
รื่
ตั้
มื่
รั้
บางทีอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายพบเจอเรื่องผิดปกติมาตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์
วัย ดังนั้นจึงขาดความรู้สึกปลอดภัย และมีแนวโน้มที่จะเกิดความรู้สึกชอบผู้ที่
ปกป้องตนได้
แต่จะใช่หรือไม่ อีกฝ่ายก็รู้สึกตัวแล้ว
หลังจากนึกถึงเรื่องนั้น นางจึงไม่เป็นกังวลเรื่องการปรากฏตัวของรัฐทายา
ทเฉินผู้นี้ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะมีแรงจูงใจแอบแฝง
ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง
“พรวด…” จู่ ๆ สตรีผู้หนึ่งที่นั่งอยู่บนโต๊ะก็พลันกระอักโลหิตออกมา
“ฉิงเอ๋อร์!” เหยียนผิงเซียวพุ่งตัวเข้ามาประคองหญิงสาวเอาไว้ “เจ้าเป็นก
ระไรหรือไม่? ให้ข้าตามหมอมาดีหรือไม่?”
สตรีผู้นั้นเช็ดโลหิตตรงมุมปากแล้วคว้าแขนของเขาไว้ “ไม่! หมอรักษามิได้
หรอก”
เหยียนผิงเซียวมองหุ่นเชิดที่แหลกละเอียดและธูปที่หักอยู่บนโต๊ะด้วย
สีหน้าขรึมเคร่ง “คู่ต่อสู้แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
สตรีผู้นั้นพยักหน้าพร้อมแววตาเยียบเย็นอย่างถึงที่สุด “ข้าดูเบาเซียนผู้นั้น
เกินไป มันมีความสามารถจริง ๆ เสียด้วย”
“วิญญาณน้อยทั้งสองตนตกอยู่ในมือของมันแล้ว!”
เหยียนผิงเซียวสีหน้าเคร่งขรึม “พวกเราจักทำเช่นไรดี? ดูเหมือนว่าข้าคง
ต้องไปพบมันด้วยตัวข้าเองกระมัง!”
สตรีผู้นั้นส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ท่านห้ามเผยตัวเด็ดขาด! ทันทีที่ท่านเผย
ตัวออกมา มันก็จะรู้ว่าท่านเป็นผู้วางอุบายในคืนนี้? ข้านึกว่าลั่วอวิ๋นสี่พอจะมี
ประโยชน์อยู่บ้าง ก็เลยให้สวีซงหย่วนไปปั่นหัวลั่วอวิ๋นสี่ พอถึงเวลาก็ค่อยโยน
ความผิดให้นาง”
ยิ่
นั้
รื่
ที่
ที่
“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ เอาดีงูที่อยู่ในกำมือของซ่งเชียนฉู่มา
ให้จงได้!”
“คราวก่อนครั้นภาพเหมือนในจวนมหาราชครูโดนเผา ข้าก็ต้องทรมานกับ
แรงสะท้อนกลับอย่างแสนสาหัส อาการบาดเจ็บยังมิหายดี ยามนี้ข้าจึงมิอาจ
จัดการเซียนฉู่ผู้นั้นได้เลย!”
เหยียนผิงเซียวพยักหน้าแล้วกุมมือของนางด้วยความปวดใจ “ฉิงเอ๋อร์ เจ้า
วางใจเถิด ข้าจะต้องช่วยเจ้าเอาดีงูมาให้ได้!”
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฟู่เฉินหวนมาถึงตรอกฉางเล่อแต่เช้าก็เห็นว่าหามีร่องรอยบนพื้น เขาไม่รู้
ว่ารัฐทายาทเฉินฟื้นแล้วหรือไม่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูแล้วลั่วชิงยวนก็เปิดร้าน เมื่อนางเห็นฟู่เฉินหวนก็
รู้สึกประหลาดใจสุดขีด “ท่านอ๋อง ท่านมิควรกระทำตัวไร้ยางอายเช่นนี้”
แต่ฟู่เฉินหวนกลับยิ้มแย้มไม่ใส่ใจแล้วนั่งลงบนเก้าอี้อย่างสง่างาม “ตัวข้าผู้
เป็นอ๋องเป็นคนรักษาคำพูดมาโดยตลอด หากบอกว่าจะมาก็ต้องมาสิ”
ลั่วชิงยวนไม่สนใจเบาแล้วกลับไปที่เรือน นางต้องคอยป้องกันมิให้ฟู่เฉิน
หวนพบจือเฉาเข้า
น่าเสียดายที่ในยามนี้เอง จู่ ๆ ข้างนอกก็บังเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครม
จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งอยู่นอกร้าน เมื่อลั่วชิงยวนออกมาก็
เห็นคนจากทางการ!
คนกลุ่มนั้นมีจำนวนอย่างน้อย ๆ ก็นับร้อยคน จากนั้นพวกเขาก็ล้อมทั้ง
ร้านเอาไว้ราวกับพยายามที่จะจับกุมตัวนักโทษคดีอุกฉกรรจ์
ใต้เท้าผู้หนึ่งเอ่ยถามเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า “เจ้าเป็นเถ้าแก่ร้านนี้ใช่หรือไม่?”
ที่นี่
“ใช่ขอรับ ไม่ทราบว่าใต้เท้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด?”
ใต้เท้าผู้นั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นว่า “ตระกูลเฉินแจ้งทางการว่า
เจ้าวางแผนที่จะสังหารรัฐทายาทเสนาบดีฝ่ายเหนือ! รีบส่งตัวรัฐทายาทมา
เดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นพวกเราก็คงต้องควบคุมตัวเจ้าให้ทางการ!”
คนกลุ่มหนึ่งพลันล้อมลั่วชิงยวนเอาไว้ทันที