ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 330
ลั่วชิงยวนตะลึงงันแล้วมองนางอย่างไม่เชื่อสายตา “นี่คือเทียบแปดอักษร
ระหว่างเจ้ากับรัฐทายาทเฉินเช่นนั้นหรือ?”
ซ่งเชียนฉู่ผงกศีรษะด้วยความเขินอาย “เขามอบให้ข้าก่อนที่จะจากไป ทั้ง
ยังบอกให้ข้าเอามาให้ท่านตรวจดูด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เข้า ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตื่นตะลึง
เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนเลย คงมิใช่เรื่องบังเอิญขนาดนั้นกระมัง?
หรือว่าคนในใจของลั่วหลางหลางก็คือรัฐทายาทเฉิน?
นางมีใจให้รัฐทายาทเฉินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…
“เป็นกระไรหรือ? ถึงแม้ข้าจะรู้ว่าออกจะเสียมารยาทไปบ้าง แต่ท่าน
เชี่ยวชาญเรื่องนี้ ทางที่ดีช่วยตรวจดูให้ทีว่าพวกเราสองคนดวงสมพงศ์กันหรือ
ไม่ หากพวกเรามิใช่คู่รักกัน ข้าจะได้เลิกราเสียแต่เนิ่น ๆ”
เมื่อซ่งเชียนฉู่เห็นลั่วชิงยวนหาได้กล่าววาจาใด นางก็อดมิได้ที่จะต้อง
อธิบายออกมา
ลั่วชิงยวนส่ายหน้าด้วยความจนใจ “ขอข้าดูหน่อยเถิด”
นางค่อย ๆ ตรวจดูความเข้ากันได้ของเทียบแปดอักษรทั้งสองแผ่น
จากนั้นนางก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ถึงแม้จะไม่อาจเรียกได้ว่าคู่สวรรค์สร้าง แต่
เทียบแปดอักษรกลับเข้ากันได้ดี”
“เพียงแต่ไม่รู้ว่าการแต่งงานนี้จะดีหรือร้ายกันแน่ อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องเดิน
ไปตามเส้นทางของตัวเจ้าเอง”
ลั่วชิงยวนพลันจิตใจหนักอึ้ง
ลั่
เทียบแปดอักษรของรัฐทายาทเฉินกับลั่วหลางหลางเองก็เข้ากันได้เช่นกัน
มิหนำซ้ำนางยังมองคำทำนายให้แก่ลั่วหลางหลางไปแล้ว หากลั่วหลางหลางก
ลับไปถามลั่วหรงเรื่องการแต่งงานเล่า
เช่นนั้นนางจะแยกซ่งเชียนฉู่กับเฉินเซี่ยวหานในทางอ้อมอย่างไรดี?
ช่างเถอะ ในเมื่อเกิดเรื่องบังเอิญเช่นนั้นก็คงจะเป็นชะตาเสียแล้ว
วันรุ่งขึ้น ตรอกฉางเล่อหมายเลขที่สามสิบสามก็กลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง
แต่วันนี้กลับหามีผู้ใดมาก่อเรื่อง
เสียงประทัดพร้อมฆ้องและกลองดังสนั่น จากนั้นก็มีขบวนเชิดสิงโตไป
ตลอดทางตั้งแต่ปากตรอกไปจนถึงหน้าร้านของลั่วชิงยวน
“ว้าว คึกคักจริง ๆ”
ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายไปตลอดทาง
ลั่วชิงยวนกับซ่งเชียนฉู่เองก็ออกมาดูขบวนเชิดสิงโต
“ท่านเชิญขบวนแห่นี้มาหรือ? เต้นเก่งมาก ๆ เลย!” ซ่งเชียนฉู่ถามด้วยท่าที
เบิกบานใจ
ลั่วชิงยวนมองนางด้วยสายตาฉงน “ข้าคิดว่าเจ้าเชิญมาเสียอีก มิใช่เจ้า
หรอกหรือ?”
“ผู้ใดเชิญมากันนะ?”
ขบวนเชิดสิงโตตรงประตูช่างคึกคักยิ่งนักและบรรดาผู้ชมดูเหตุการณ์ต่าง
ก็พากันปรบมือ
ในยามนี้เอง ก็มีสิงโตหลากสีกระโดดลงมาตรงหน้าลั่วชิงยวนและคนอื่น ๆ
พลางคายดอกซิ่วฉิว(1)อันแสนงดงามดอกหนึ่งออกมาจากปากแล้วมอบให้แก่
ลั่วชิงยวน
ลั่
ตื่
ยื่
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้างแล้วยื่นมือออกมารับไว้
หลังจากนั้นก็มีเสียงประทัดเส้นยาวทั้งสองสายดังขึ้น
หลังจากเสียงประทัดหยุดลง ขบวนเชิดสิงโตก็หยุดลง
มีชายชราผู้หนึ่งเดินฝ่าฝูงชนแล้วมอบกล่องผ้าปักดอกให้
“ขอบคุณเซียนฉู่ที่ช่วยรัฐทายาทเอาไว้ ข้าเตรียมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ
มาให้ด้วย หวังว่าเซียนฉู่จะรับเอาไว้!”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตกใจอยู่บ้าง
เป็นพ่อบ้านเวิงจากตระกูลของรัฐทายาทเฉินนั่นเอง
นางรับกล่องผ้าปักดอกมาแล้วยื่นให้ซ่งเชียนฉู่ “พ่อบ้านเวิง ยินดีต้อนรับ
ท่านเป็นผู้ที่เชิญขบวนเชิดสิงโตมาเองหรอกหรือ?”
พ่อบ้านเวิงผงกศีรษะ “ตรอกฉางเล่อแห่งนี้เงียบเหงานัก ดังนั้นพวกเราจึง
เชิญขบวนเชิดสิงโตมาโดยเฉพาะ คงไม่รบกวนเซียนฉู่กระมัง?”
“ไม่หรอก ขอบคุณท่านมาก!”
เมื่อมีงานใหญ่เช่นนั้น ข่าวจึงแพร่สะพัดไปทั่วตรอกฉางเล่อในเวลาไม่ถึง
ครึ่งวัน
เซียนฉู่ช่วยชีวิตรัฐทายาทเอาไว้ เมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไป ชื่อเสียงของ
เซียนฉู่ย่อมฟื้นคืนโดยไม่ต้องสงสัย
ลั่วชิงยวนจะรังเกียจที่ถูกรบกวนเช่นนี้ได้อย่างไรกันเล่า? นางดีใจยังแทบ
ไม่ทันเสียด้วยซ้ำไป
ขบวนเชิดสิงโตอยู่ตรงหน้าประตักพักแล้วก็แห่ไปตลอดทางออกจากตรอก
ฉางเล่อ
ตรอกฉางเล่อไม่เคยคึกคักเช่นนั้นมาก่อน
รื่
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง
พ่อบ้านเวิงเดินออกมาจากตรอกฉางเล่อด้วยสีหน้าพึงพอใจ จากนั้นก็
บังเอิญพบเข้ากับท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการที่กำลังเดินมาหาตน
เขารีบคำนับพลางกล่าวว่า “ท่านอ๋องเสด็จมาช้าไป ขบวนเชิดสิงโตจากไป
แล้ว”
ฟู่เฉินหวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ข้ารู้แล้ว”
เมื่อพ่อบ้านเวิงได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกตกใจอยู่บ้าง “ท่านอ๋องเฝ้ามองดูอยู่ตรงนี้
หรือ? ไฉนท่านจึงมิไปดูที่หน้าร้านเล่าพ่ะย่ะค่ะ?”
ดอกไฮเดรนเยีย