ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 374
ใต้เท้าฟางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ อย่างไรแล้วนางก็เป็นเพียงสตรี มิอาจทน
ความเจ็บปวดได้
ดูเหมือนว่าคืนนี้จะสามารถนำคำให้การของประจักษ์พยานไปรายงานได้
แล้ว
“หากเจ้าสารภาพมาก่อนหน้านี้ก็คงดีกว่าแล้ว ไฉนต้องมาทนทุกข์ทรมาน
โดยเปล่าประโยชน์เช่นนี้ด้วยเล่า?”
ใต้เท้าฟางนั่งบนเก้าอี้แล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนคำให้การของนาง “ว่ามา
สิ”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเย็นชาประปราย เอ่ยเสียงเยือกเย็น “หุ่นเชิดนั่นมิใช่
ของข้า!”
มือของใต้เท้าฟางที่กำลังจะเขียนหยุดชะงักเล็กน้อย ใบหน้าของเขาซีดลง
เขาวางพู่กันลงแล้วยืนขึ้นด้วยโทสะ พลันตะโกน “ทำต่อไป!”
หยุดไปครู่หนึ่ง การหนีบไม้ก็กลับมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดรุนแรงแผ่
กระจายไปทั่วร่างจนถึงกระดูก เส้นเลือดปูด เหงื่อเย็นเปียกชุ่มไปทั่วร่าง
หากนางพูดว่าหุ่นเชิดนั้นเป็นของนาง ไม่เพียงแต่ฟู่เฉินหวนจะต้องทน
ทุกข์ทรมาน นางเองก็คงไม่มีจุดจบที่ดีด้วยเช่นกัน
ฟู่เฉินหวนต้องฆ่านางเป็นแน่!
หากนางปฏิเสธต่อต้านต่อไป อย่างมากที่สุดพวกเขาก็ทำได้เพียงทรมาน
นาง แต่มิอาจฆ่านางได้ คงจะเป็นการยากหากต้องให้คำอธิบาย
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด แต่ความเจ็บปวดสาหัสยังคงทรมานยาก
จะทนไหว
ที่
ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวและหมดสติไป
“ใต้เท้า นางหมดสติไปแล้วขอรับ เกรงว่าจะทรมานนางต่อมิได้แล้ว”
ใต้เท้าฟางมองอย่างเย็นชาเอ่ยเยือกเย็น “เท่านี้ก่อน วันพรุ่งค่อยกลับมา
ใหม่”
ลั่วชิงยวนตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง พวกเขาออกไปแล้ว บรรยากาศกลับ
มาเงียบงันอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นโลหิตในอากาศและความเจ็บปวดสาหัสที่นิ้ว
ของนางเท่านั้น
ยามดึกดื่นความหนาวเย็นเข้ามาเยือน นางนอนขดตัวอย่างอ่อนแรง ความ
หนาวเย็นกอปรกับความเจ็บปวดสาหัด ยากที่จะหลับลงแม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง
ตำหนักอ๋อง ฟู่เฉินหวนซึ่งอยู่ในห้องตำรานอนไม่หลับทั้งคืน
เขารออยู่ที่ประตูห้องตำราอย่างใจจดใจจ่อ โดยหวังว่าซูโหยวจะมา
รายงานว่าพระชายากลับมาแล้ว
รอทั้งคืนแล้วก็ยังมิได้รับข่าวใด
ครั้นรุ่งสางเขาก็เข้าไปในวังทันที
เขารีบตรงไปที่คุกก่อน
“ท่านอ๋อง! ท่าน…”
“ข้าอยากพบลั่วชิงยวน!” ฟู่เฉินหวนพูดขณะที่เขาเดินเข้าไป
ผู้คุมตื่นตระหนก “ท่านอ๋อง ในคุกเทียนเหลาไม่มีผู้ใดนามลั่วชิงยวนพ่ะย่ะ
ค่ะ”
ได้ยินเช่นนี้ฟู่เฉินหวนก็ขมวดคิ้ว เขาผลักผู้คุมออกไปแล้วรีบเดินเข้าไป
ข้างในเพื่อมองหานาง
มองหาจนทั่วคุก ก็มิเห็นแม้แต่ร่องรอยของลั่วชิงยวน!
ทั่
ลั่
เขาเข้าไปแม้กระทั่งห้องขังนักโทษประหาร! ก็ยังหานางมิพบ! ลั่วชิงยวน
ถูกขังอยู่ที่ใดกัน?
ฟู่เฉินหวนไปที่ตำหนักโช่วสี่ด้วยความขึ้งโกรธ แต่ถูกจิ่นชูขัดขวางไว้
“เหตุใดท่านอ๋องกริ้วเช่นนี้เพคะ?”
“ข้าต้องการพบไทเฮา!” เสียงของฟู่เฉินฮวนคมชัดมีนัยสั่งการ
จิ่นชูก้มศีรษะลง “ท่านอ๋อง ไทเฮาประชวรเนื่องสภาพอากาศเพคะ ยามนี้
พระองค์กำลังบรรทมพักผ่อน ท่านอ๋องโปรดเสด็จมาเมื่อไทเฮาตื่นบรรทมแล้ว
เถิดเพคะ”
อย่างไรก็ตามฟู่เฉินหวนเพิกเฉยต่อนาง เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว
แล้วขึ้นเสียงเอ่ยถาม “ลั่วชิงยวนอยู่ที่ใด! ไทเฮาตรัสว่าพระองค์ต้องการสืบสวน
ทั้งวันทั้งคืนผ่านไปแล้วยังมิได้เรื่องอันใดอีกรึ?”
จิ่นชูแนะนำว่า “ท่านอ๋อง โปรดอย่าสร้างเรื่องในตำหนักโช่วสี่เพคะ ไทเฮา
มิใช้ผู้สืบสวนเรื่องนี้ พระองค์จักทรงทราบความคืบหน้าได้อย่างไร”
ฟู่เฉินหวนหันหน้ามามองพร้อมสายตาเย็นเยือก ซึ่งทำให้หัวใจของจิ่นชู
เต้นระรัว
ฟู่เฉินหวนตรงไปยังห้องอื่น ๆ เพื่อตามหาลั่วชิงยวน
จิ่นชูตกใจและอุทาน “ท่านอ๋อง! เหตุใดท่านถึงหยามเกียรติเช่นนี้? ท่านจัก
ตรวจค้นวังของไทเฮารึ?”
บัดนี้เสียงของไทเฮาดังมาจากห้อง “จิ่นชู ปล่อยเขาเข้ามา หากมิให้เขา
ตรวจสอบ เขาคงคิดว่าตัวข้าผู้เป็นไทเฮาคุมขังพระชายาของเขาแล้ว”
เช่นนั้นข้าหลวงในตำหนักโช่วสี่ทั้งหลายก็ยืนอย่างเป็นระเบียบในลาน
ปล่อยให้ฟู่เฉินหวนค้นหาทีละห้อง
หลังจากฟู่เฉินหวนค้นห้องสุดท้ายแล้ว เขาก็แทบจะเสียสติ
ลั่
เขาแทบอยากจะเข้าไปในห้องบรรทมไทเฮาแล้วถามไทเฮาว่าขังลั่วชิง
ยวนไว้ที่ใดด้วยซ้ำ!
แต่ความมีเหตุผลของเขาทำให้เขาต้องออกจากตำหนักโช่วสี่อย่างเด็ดขาด
มาถึงพระที่นั่งฉินเจิ้ง
“ออกไปให้หมด!” ฟู่เฉินหวนเดินเข้าไปในพระที่นั่งฉินเจิ้งอย่างเดือดดาล